ปัญหาอยู่ดี ๆ ก็ผ่อนคอนโดไม่ไหวนี่เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุมาก บางครั้งก็เกิดจากตัวเราเองที่ไม่ได้วางแผนให้รอบคอบ แต่บางครั้งอย่างในช่วงนี้สาเหตุของการผ่อนคอนโดไม่ไหวก็มาจากปัจจัยที่เราไม่สามารถควบคุมได้ นอกจากจะต้องดูมาตรการที่รัฐและธนาคารทำออกมาเพื่อรองรับเเล้ว ก็ต้องมีแผนเตรียมความพร้อมสำหรับตัวเองด้วย ซึ่งวันนี้ Condonewb ได้ รวบรวมวิธีการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เพื่อให้ปัญหาการผ่อนคอนโดไม่ไหวนั้นไม่บานปลายคนเกิดควบคุม
ขั้นแรก เราต้อง “วางแผนรายรับรายจ่ายใหม่”
บางทีการผ่อนคอนโดไม่ไหว ไม่ใช่ว่าเราขาดรายได้ แต่อาจเป็นเพราะเราใช้จ่ายแบบไม่มีแบบแผน จนทำให้เรามึนว่าเอ๊ะ ตกลงเงินก้อนไหนจ่ายค่าอะไร จนเผลอใช้ปนกันมั่ว พอถึงสิ้นเดือนก็ อ้าว! เงินหมดได้ไง ชักหน้าไม่ถึงหลัง จวนตัวเดือนชนเดินไปเลย ฉะนั้นต้องวางแผนใหม่ แล้วมาดูว่ารายจ่ายไหนที่ไม่จำเป็น หรือรายรับตรงไหนที่พอจะหาเพิ่มเติมได้
ขั้นที่ 2 “ตัดภาระค่าใช้จ่าย”
ขั้นนี้ก็ต่อกับข้อที่เเล้วแหละ ถ้าการทำบัญชีรับจ่ายยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เราต้องตัดบางค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออก ซึ่งอาจจะมาจากทรัพย์สินขนาดใหญ่อย่างเช่นรถยนต์ หรือบางครั้งก็แฝงมาในรูปแบบของรายได้ยิบย่อยรายเดือน เช่น การสมัครเเพคเกจอินเตอร์เน็ตที่เกินจำเป็น หรือการสมัครสมาชิกรายเดือน ซึ่งเราอาจจะจ่ายแค่หลักสิบหลักร้อย แต่พอรวม ๆ กันเเล้วมันก็เยอะอยู่เนอะ
ขั้นที่ 3 “ติดต่อธนาคารเพื่อขอประนอมหนี้”
ถ้าสองวิธีด้านบนยังช่วยไม่ได้อีก เราอาจจะต้องขอความเห็นใจจากเจ้าหนี้ของเรา ซึ่งก็คือธนาคารกันหน่อย โดยวิธีการประนอมหนี้ก็แบ่งออกเป็นสองประเภทก็คือ
3.1 การปรับโครงสร้างหนี้ หลัก ๆ ก็ “เป็นการแปลงหนี้ใหม่” หมายถึง หนี้เดิมจะถูกระงับ และคู่สัญญาผูกพันกันตามหนี้ใหม่ ซึ่งรูปแบบนี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับหนี้ เป็นการเพิ่มจำนวนหนี้ที่ต้องรับผิดชอบและเปลี่ยนประเภทหนี้ อีกแบบคือ “ไม่เป็นการแปลงหนี้ใหม่” หนี้เดิมไม่ระงับ ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงแค่การชำระหนี้ แต่ไม่เปลี่ยนสาระสำคัญเกี่ยวกับหนี้
3.2 การรีไฟแนนซ์ กล่าวโดยสรุปก็คือการ “ชำระเงินกู้ที่มีอยู่ในปัจจุบันทั้งหมดด้วยวงเงินกู้ใหม่ โดยใช้คอนโดของเราเป็นหลักประกัน” อาจจะขอกู้เงินจากธนาคารอื่นเพื่อนำไปปลดภาระเงินกู้จากธนาคารเดิมก็ได้ ซึ่งการรีไฟแนนซ์นั้น เราจะต้องดูเงื่อนไขแลอัตราดอกเบี้ยรวมถึงค่าใช้จ่ายของแต่ละธนาคารให้ดี เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยนะ
ขั้นที่ 4 “ปล่อยห้องออกจากความรับผิดชอบของตนเอง”
ถ้าที่ทำมาทั้งหมดยังไม่เกิดผล ก็อาจจะต้องเจ็บปวดกันนิดนึงเนอะ เพราะมันแปลว่าคุณยังไม่พร้อมที่จะมีหนี้ก้อนนี้ ถ้ายังยื้อไว้ ทุกอย่างก็อาจจะยิ่งแย่ลง ให้ตัดสินใจขชายห้องซะ ขาดทุนนิดหน่อย ดีกว่ามีหนี้ก้อนโตเป็นบ่วงของชีวิต สถานะทางการเงินพังเป็นเวลานาน หรือจะขายดาวน์แล้วโอนไปให้คนอื่นผ่อนต่อแทนเลยก็ได้จ้า
อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ :
ซื้อคอนโดไว้ แต่ผ่อนคอนโดไม่ไหว ควรทำอย่างไรดี?
ซื้อคอนโดไว้ แต่ผ่อนไม่ไหว ทำอย่างไรดี
ขั้นแรก เราต้อง “วางแผนรายรับรายจ่ายใหม่”
บางทีการผ่อนคอนโดไม่ไหว ไม่ใช่ว่าเราขาดรายได้ แต่อาจเป็นเพราะเราใช้จ่ายแบบไม่มีแบบแผน จนทำให้เรามึนว่าเอ๊ะ ตกลงเงินก้อนไหนจ่ายค่าอะไร จนเผลอใช้ปนกันมั่ว พอถึงสิ้นเดือนก็ อ้าว! เงินหมดได้ไง ชักหน้าไม่ถึงหลัง จวนตัวเดือนชนเดินไปเลย ฉะนั้นต้องวางแผนใหม่ แล้วมาดูว่ารายจ่ายไหนที่ไม่จำเป็น หรือรายรับตรงไหนที่พอจะหาเพิ่มเติมได้
ขั้นที่ 2 “ตัดภาระค่าใช้จ่าย”
ขั้นนี้ก็ต่อกับข้อที่เเล้วแหละ ถ้าการทำบัญชีรับจ่ายยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เราต้องตัดบางค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออก ซึ่งอาจจะมาจากทรัพย์สินขนาดใหญ่อย่างเช่นรถยนต์ หรือบางครั้งก็แฝงมาในรูปแบบของรายได้ยิบย่อยรายเดือน เช่น การสมัครเเพคเกจอินเตอร์เน็ตที่เกินจำเป็น หรือการสมัครสมาชิกรายเดือน ซึ่งเราอาจจะจ่ายแค่หลักสิบหลักร้อย แต่พอรวม ๆ กันเเล้วมันก็เยอะอยู่เนอะ
ขั้นที่ 3 “ติดต่อธนาคารเพื่อขอประนอมหนี้”
ถ้าสองวิธีด้านบนยังช่วยไม่ได้อีก เราอาจจะต้องขอความเห็นใจจากเจ้าหนี้ของเรา ซึ่งก็คือธนาคารกันหน่อย โดยวิธีการประนอมหนี้ก็แบ่งออกเป็นสองประเภทก็คือ
3.1 การปรับโครงสร้างหนี้ หลัก ๆ ก็ “เป็นการแปลงหนี้ใหม่” หมายถึง หนี้เดิมจะถูกระงับ และคู่สัญญาผูกพันกันตามหนี้ใหม่ ซึ่งรูปแบบนี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับหนี้ เป็นการเพิ่มจำนวนหนี้ที่ต้องรับผิดชอบและเปลี่ยนประเภทหนี้ อีกแบบคือ “ไม่เป็นการแปลงหนี้ใหม่” หนี้เดิมไม่ระงับ ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงแค่การชำระหนี้ แต่ไม่เปลี่ยนสาระสำคัญเกี่ยวกับหนี้
3.2 การรีไฟแนนซ์ กล่าวโดยสรุปก็คือการ “ชำระเงินกู้ที่มีอยู่ในปัจจุบันทั้งหมดด้วยวงเงินกู้ใหม่ โดยใช้คอนโดของเราเป็นหลักประกัน” อาจจะขอกู้เงินจากธนาคารอื่นเพื่อนำไปปลดภาระเงินกู้จากธนาคารเดิมก็ได้ ซึ่งการรีไฟแนนซ์นั้น เราจะต้องดูเงื่อนไขแลอัตราดอกเบี้ยรวมถึงค่าใช้จ่ายของแต่ละธนาคารให้ดี เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยนะ
ขั้นที่ 4 “ปล่อยห้องออกจากความรับผิดชอบของตนเอง”
ถ้าที่ทำมาทั้งหมดยังไม่เกิดผล ก็อาจจะต้องเจ็บปวดกันนิดนึงเนอะ เพราะมันแปลว่าคุณยังไม่พร้อมที่จะมีหนี้ก้อนนี้ ถ้ายังยื้อไว้ ทุกอย่างก็อาจจะยิ่งแย่ลง ให้ตัดสินใจขชายห้องซะ ขาดทุนนิดหน่อย ดีกว่ามีหนี้ก้อนโตเป็นบ่วงของชีวิต สถานะทางการเงินพังเป็นเวลานาน หรือจะขายดาวน์แล้วโอนไปให้คนอื่นผ่อนต่อแทนเลยก็ได้จ้า
อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ : ซื้อคอนโดไว้ แต่ผ่อนคอนโดไม่ไหว ควรทำอย่างไรดี?