[CR] Chef’s Table ของเชฟตาม เเชมป์ Top Chef Thailand


Baan Tepa

ร้าน Baan Tepa ร้านอาหารChef’s Table ของเชฟตาม เชฟสาวชื่อดังที่เคยคว้าตำเเหน่งเเชมป์ของรายการ Top chef Thailand ประวัติเชฟตาม ชุดารีไม่ธรรมดาเลยทีเดียวครับ เคยเป็นSous chef ของร้านอาหารมิชลินสตาร์สองดาว(2020) อย่าง Blue Hill at stone Barn ในนิวยอร์กตั้งเเต่อายุยังไม่ถึง23ปี ก่อนจะกลับมาไทยมาเปิด Baan tepa ในปลายปีที่ผ่านมา 

Baan Tepa ร้านอาหารที่เราไปรีวิวกันในวันนี้มีคอนเซ้ปต์ Farm to Table ที่เริ่มฮิตมากขึ้นเรื่อยๆทั่วทุกมุมโลก โดยจุดเด่นที่เน้นยำความสำคัญกับแหล่งที่มาของวัตถุดิบ สำหรับBaan Tepa นั้นเป็นวัตถุดิบคุที่ทาปลูกเองหรือมาจากเกษตรกรที่ร่วมงานกับทางร้าน

ผมประทับใจกับความตั้งใจ ความหลงไหล ความมุ่งมั่น พลังที่เปี่ยมล้นเหมือนไฟจากตัวเชฟ วัตถุดิบไทย Localตั้งแต่เหนือจรดใต้ชุมพรจรดเชียงราย ตั้งเเต่อะไรที่ง่ายๆอย่างเนื้อวัวหรือเนื้อไก่ ไปจนถึงอะไรที่เราไม่คุ้นเคยอย่างว่านสาวหลงหรือส้มควาย ทุกเมนูดูตื่นเต้นหลุดจากกรอบ เเต่ก็ไม่มากจนทำให้กลัว ความทุ่มเทและความรักที่เชฟมีให้อาหารนั้นสื่อให้เห็นได้อย่างชัดเจน

อาหารมีอัตลักษณ์ตัวตนของเชฟตามสูง จะมีคนชอบหรือไม่ชอบไปเลย โดยส่วนตัวคิดว่ารสค่อนข้างจัดมาก เชฟมีความกล้าที่จะเล่นอะไรหลายอย่าง
 
ที่ไม่ชอบเห็นจะเป็นองค์ประกอบของคอร์สที่ส่วนตัวว่ายังไม่ค่อยสมดุล  รสเข้มข้นหมดทุกจานเเบบไม่มีอะไรเบรคจนทำให้รู้สึกว่าคอร์สหนักไป หรือองค์ประกอบเเต่ละจานก็ใกล้กันจนอาจทำให้รู้สึกน่าเบื่อ 

โดยส่วนตัวคิดว่าถ้าร้าน Baan Tepa ปรับจูนตัวคอร์สให้ลงตัวเเละรักษามาตราฐานอาหารระดับสูงเเบบนี้ไว้ ผมว่าทางร้านมีลุ้นมิชลินสตาร์อย่างเเน่นอนครับ

ในส่วนของการบริการนั้นผมว่าดีมีมาตราฐานสมกับระดับร้านอย่างไม่มีอะไรขาดตกบกพร่องครับ ที่ชมเป็นพิเศษคือReservationที่ดีมาก โดยผมประทับใจสุดๆคือแผนที่ที่ดูออกเลยว่าตั้งใจทำกันจริงๆ

บ้านเทภาเสิรฟ์เเต่เทสติ้งเซ็ทเมนูในราคาที่ไม่เเพงถ้าเทียบกับความตั้งใจเพียง 4500 Baht net  จะมีอะไรบ้างไปชมจากรูปได้เลยครับ



welcome drinkของเราเป็นน้ำส้มควายจากหาดกะมาลาในภูเก็ต เเก้วนี้มีกลิ่นเฉพาะตัวที่น่าสนใจดีครับ รสเปรี้ยวนะเเต่ไม่มาก มันเปรี้ยวแบบโดดจิ๊ดๆเเล้วหายไปเลยเหลือเเต่ความหวานละมุนชุ่มคอ



ปลาเก๋าเเดงกับซอสคอบบุฉะ  ต้นหอมญี่ปุนเเละมะเขือเทศจากเชียงใหม่ ดอกสีหมัก ดอกโหระพา 

ตัวซอสเปรี้ยวอมหวานฝาดนิดมีกลิ่นหอมเย็นอ่อนๆช่วยชูความหวานมันของปลาได้อย่างยอดเยี่ยม ตัวดอกโหรพาเเละสีหมักให้กลิ่นเขียว ฉุน สดชื่น เข้ากับเดรสซิ่งเเละปลามากๆครับ


Amuse Bouche ในวันนี้ต้องบอกว่าผมประทับใจในทุกคำ รสซับซ้อนน่าสนใจเเละลงตัวมากๆ

หอมเเดงที่ทำให้สุกอย่างช้าๆยัดไส้หอมเเดงบ่มเเละโรยด้วยผงกระเจี๊ยบเเดง คำนี้เหมือนกับผงชูรสหวานเข้มข้นตัดเปรี้ยวนิดๆอรอ่ยเลยครับ

ทารตปลาดุกล้าจากพัทลุง รสเผ็ดนิดหอมเนื้อปลา มีความมันนิดตัดด้วยรสเปรี้ยวเปรี้ยว

หน่อชูทอด ซอสรากชูบ่ม โรยด้วยผงสมุนไพรชาวเขา ตัวหน่อติดหวานตัดกันกับซอสที่รสมันเค็มนิดๆ ตัวผงสมุนไพรให้รสเผ็ดร้อนเบาๆที่ปลายลิ้น เป็นคำที่ดีเลยครับ


จานต่อมาเชฟเลือกใช้วัตถุดิบจากภาคใต้อย่างเคยฉลู โดยเเปรรูปให้เป็นชาวามูชิและเสริฟ์มาเเบบเย็น ออนท็อปด้วยหอยเชลล์จากเกาะศรีช้าง สาหร่าย ใบชะคราม และราดด้วยซุปดาชิทะเลเย็น 

จานนี้ผมเเว๊บเเรกเลยคือคอนทราส  ตัวซุปกลิ่นอายญี่ปุ่นเเต่ก็แฝงความเป็นไทยมีความอุมามินิดๆ เย็นเเละเปรี้ยวนิดๆชวนสดชื่น ตัดกับไข่ตุ๋นที่เเสนจะญี่ปุ่นเเต่มีรสเคยฉลูหวานเค็มเข้มข้นที่แฝงความเป็นไทย ผมว่ามันเป็นจานที่ดีเลยครับเเต่รสมันยังโดดจากกันนิดๆ ตัวไข่ตุ๋นเคยฉลูนั้นรสจัดจ้านมากๆในขณะที่ซุปรสค่อนข้างโปร่งเบา

ขนมปังเฟลทเบรดข้าวหอมมะลิแดง ทานกับเม็ดมะม่วงหิมพานกับน้ำพริกกะปิสเปรด  จานนี้เชฟเสริฟ์มาอุ่นๆ ตัวสเปรดมันๆหวานมีกลิ่นกะปิบางๆ อร่อยมากๆครับ 

ผมชอบไอเดียการใช้กระปิเเละเม็ดมะม่วงหิมพานต์มากๆ ตัวสเปรดช่วยขับรสข้าวในขนมปังร้อนกรุ่นเนื้อเหนียวพอเคี้ยวมันหอมกลิ่นข้าวจางๆได้อย่างเอร็ดอร่อย

จานนี้เป็นหนึ่งในจานขนมปังที่ดีที่สุดที่ผมได้กินในปีนี้เลยครับ  ทำได้ยอดเยี่ยมมากๆ

จานต่อมาเชฟใช้ข้าวกล่ำเเดงจากสกลนครมาทำเป็นข้าวยำ ใส่เครื่องหลากหลายอย่างถั่วลายเสือ มะเเขว่น ดอกดาหล่า ก้านผักชี สมุนไพรสี่อย่าง พริกขี้หนู และปิดท้ายด้วยข้าวพองเพื่อเพิ่มเท็กเจอร์ ตัวน้ำยำทำจากชาอู่หลงมะลิเชียงรายดองเเละมะนาว รับประทานกับปลามงจากชุมพร โดยเราจะคลุกๆก่อนทาน

จานนี้ผมชอบมากครับ รสจัดจ้านหวานนำครบรส ปลาเนื้อขาวเนื้อเเน่นตัดกับความกรุบๆมันๆของข้าวกล่ำได้อย่างน่าสนุกในปาก ที่เด็ดเลยในจานนี้สำหรับผมคือมะเเขวนที่ช่วยทำให้อยากทานเพิ่มได้เรื่อยๆ ยอดเยี่ยมมากครับ

ซุปที่เสริฟ์มาพร้อมกันนั้นเป็นซุปกระดูกปลา ตัวซุปเนื้อออกหนึดๆเเนวซุปกระดูก มันมีรสอุมามิเข้มข้น หอมกลิ่นอายทะเล ความเค็มในตัวซุปตัดข้าวรสหวานได้อย่างลงตัว 

เชฟเสริฟ์Agnolotti พาสต้าที่มีต้นกำเนิดจากเเค้วนเพรียดมองต์มาเป็นจานถัดไปโยความพิเศษในจานนี้คือตัวพาสต้านั้นมีไส้ทำจากสะตอ ตัวซุปทำจากส้มควายปลาหมึกเเห้ง ออนท็อปด้วยถั่วหวานเเละกุ้งเเม่น้ำพัทลุงทอดด้วยวิธีราดน้ำมัน 

ตัวอัคโนลอตตินั้นน่าทึ่งมากๆ ตัวไส้ชีสกับสะตอเข้ากันได้อย่างน่าแปลกใจ รสสะตอไม่เเรงเกินไปนักจนเเม้เเต่คนที่ไม่เคยลองสะตอก็ทานได้อย่างสบายใจ ทำได้ยอดเยี่ยมมากๆครับ

ตัวซุปรสเปรี้ยวจิ๊ดอมหวานชุ่มคอมีความคาราเมลไหม้นิดๆก่อนปิดด้วยรสเค็มอ่อน รสชาติซับซ้อนเเละทำได้น่าสนใจมากๆครับ ตัวกุ้งก็เนื้อเเน่นหวานทอดมาได้สุกกำลังดี ทุกองค์ประกอบในจานนี้ทำมาดีหมด ติดนิดเดียวที่ตัวซุปรสเเรงไปจนกลบรสชาติของพาสต้าเเละกุ้งหมด

ข้าวกับมันกุ้งเป็นคอร์สต่อมา ตัวซอสทำจากเปลือกเเละมันกุ้ง ตัวข้าวนั้นเชฟตามเลือกใช้ข้าวหอมปทุม  โรยด้วยใบยี่หร่า พริก กระเทียมดอง รับประทานกับน้ำปลาเคยทำเองเเละผงมะกรูดเเห้ง

จานนี้วัตถุดิบทุกอย่างดีหมด โดยเฉพาะนำปลาเคยที่ผมว่าดีมากๆจนอยากขอซื้อเชฟตามกลับบ้าน

ในส่วนของรสชาตินั้นส่วนตัวว่ามันเหมือนยังขาดอะไรไป ตัวซอสมันกุ้งหวานเข้ากับกลิ่นฉุนมะกรูดดี รสเค็มอุมามิของน้ำปลาเคยช่วยเพิ่มความอร่อยเเละขับรสหวานของตัวซอสได้อย่างลงตัว รสร้อนเเรงของใบยี่หร่าส่วนตัวดูโดดไปไม่ผสมกลมกลืนกับตัวซอสเเต่ถ้าขาดก็ไม่ได้ 

เข้าสู่เมนท์คอร์สจานเเรกของเราครับเชฟเลือกเสริฟ์ไก่เป็นจานเเรก เชฟตามใช้ไก่ตะเภาทองที่เลี้ยงเเบบฟาร์มเปิดและไม่มีการให้สารแอนติไบโอติก โดยเชฟจะเลือกใช้ไก่เเก่ที่เรียกว่าผิดเเปลกไป ก่อนจะนำไปอบและนำไปย่างบนกระทะให้หนังกรอบ โดยตัวเนื้อไก่เเก่นี้จะเเน่นหนุบหนับเเละมีเท็กเจอร์ที่เฟริม์กว่า

ตัวไก่จะเสริฟ์มาซอสว่านสาวหลง ผักกาดหอมCeltuceจากแม่สลองที่เหมือนน่ากินส่วนหัวเเต่จริงๆแล้วต้องกินส่วนใบ 

ตัวไก่ถือว่าทำมาได้ดีเลยครับเเม้จะไม่ได้ใช้ไก่นำเข้า ตัวเนื้อเคี้ยวมันรสเข้มข้น หอมกลิ่นควันจางๆ ติดที่หนังไก่ที่ผมว่ายังไม่ค่อยกรอบนัก ตัวซอสรสเข้มข้นมากๆมีกลิ่นว่านสาวหลงที่ผมว่าเหมือนชะเอมนิดๆทำได้ดีมากๆครับดี ถ้าหนังไก่กรอบกว่านี้อีกนิดนี้เพอร์เฟ็กต์เลย


เมนท์จานที่สองของเราเป็นไทยวากิวจากขอนเเก่นดรายเอจ ตัวเนื้อนำไปย่าง ส่วนตัวไขมันเอาไปรมควันก่อนย่าง รับประทานกับซอสมิโซะเเละขนมปัง ชิฟก้านผักชี 

จานนี้ตัวเนื้อย่างมาได้กำลังดี ผมประทับใจมากๆเลยคือตัวซอส จานเนื้อปกติเเล้วทำออกมาให้น่าตื่นเต้นได้นี้ยากจริงๆ  ตัวซอสรสเค็มหวานหอมมิโซะเเละขนมปังนี้อร่อยเเละมีเอกลักษณ์มากๆครับ ตัวไขมันวัวที่มีกลิ่นควันนิดๆจนไม่ทำให้เลี่ยนไปเข้ากันกับซอสมากๆ หวานมันเข้มข้น  

จานเนื้อจานนี้ดูเหมือน่าเบื่อเเต่ไม่น่าเบื่อทำได้ดีมากๆครับ

ขนมหวานจานเเรกเชฟได้เเรงบรรดาลใจจากผลไม้รถเข็นครับ มันประกอบด้วยผลไม้เปรี้ยวอย่าง มะม่วง มะม่วงหาวมะนาวโห่ ราดด้วยซอสจากฟรั่งออนท็อปด้วยกรานิต้าพริกเกลือ

จานสุดท้ายในคืนนี้ของเราเป็นสารพัดใบเตย ประกอบด้วยไอซ์ครีมใบเตย เค้กใบเตย tuilleใบเตย ผงใบเตย รับประทานกับช็อคโกเเลตจากเชียงใหม่ 

รับชาก่อนกลับบ้านกันสักนิดครับ

#Score: 

🍾Service :  8.5/10
🍽Food: 7.25/10
🤩WOW factor: 7.5/10
💰Value for money: 7.75/10

Total: 7.75/10

🗺เเผนที่ : https://g.page/baan-tepa-bangkok?share
⏰เวลาเปิดปิด: 19.00-23.00
💵ค่าเสียหาย: ~4000 Baht
⌨️เว็บไซต์ร้าน: https://www.facebook.com/baantepaculinaryspace/

ช่องทางติดต่ออื่นๆ
Website: www.eatlikethebossth.com
InstaGram: @eatliketheboss (https://goo.gl/DqzWfN )
FaceBook: บอสพาชิม (https://goo.gl/gHPnnG)
Email : eatlikethebossth@gmail.com
ชอบช่วยกดไลค์ ใช่ช่วยกดเเชร์ #บอสพาชิม #eatliketheboss
ชื่อสินค้า:   Baan Tepa
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่