ไม่คิดว่ากระทู้แรกของเราจะเป็นการแชร์ประสบการณ์ในลักษณะนี้นะคะ เนื้อหาค่อนข้างยาวมากเลยค่ะ เพราะเราอยากแชร์เรื่องราวให้ได้เกือบทั้งหมด และก็อยากให้เป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับเพื่อนๆ ทุกคนที่กำลังจะลงทุนซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกเข้าบ้าน เราว่ามันน่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย มันเป็นของราคาสูงเนอะ เราต้องตัดสินใจให้ดีก่อนลงทุน ซึ่งไม่ใช่แบรนด์ดังแล้วจะดีนะคะ เราต้องพิจารณาถึงคุณภาพสินค้า และการบริการหลังการขายให้มากๆ ด้วย สำหรับใครที่ขี้เกียจอ่าน เราสรุปคร่าวๆ ไว้ดังนี้ค่ะ
- คุณภาพของสินค้าเป็นอันดับแรกนี่ใช่เลยค่ะ ชื่อเสียงของแบรนด์ก็เป็นตัวการันตีได้ในระดับหนึ่ง แต่บางครั้งเราก็อาจแจ็คพ็อตได้ตัวที่เป็นตำหนิ หรือหลุด QC มา(แบบเราในกรณีนี้) ดังนั้นการบริการหลังการขายก็เป็นส่วนที่ต้องพิจารณาไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย
- การบริการหลังการขาย จริงๆ เราควรต้องรู้ก่อนว่าระบบการทำงานของแบรนด์ในใจเราเป็นอย่างไร ช่างที่เข้าเซอร์วิสที่เรียกกันว่าช่างศูนย์นี่ช่างแท้หรือช่างเทียม ทางที่ดีเลยควรจะเป็นช่างจากสำนักงานใหญ่ของเค้าจริงๆ เพราะเป็นช่างที่มีองค์ความรู้เฉพาะทางจริงๆ วิเคราะห์ได้เฉียบขาด ที่สำคัญ ฟัง และสื่อสารอีกทั้งยังค่อยๆ อธิบายให้ลูกค้าเข้าใจได้ ส่วนช่างเทียมที่เราเจอมา (ก็เรียกตัวเองว่าช่างศูนย์เหมือนกัน) ตั้งตัวเป็นศัตรูกับลูกค้าตั้งแต่ต้น ไล่เปิดดูในช่วงเวลาสั้นๆ และสรุปแล้วว่าไม่มีปัญหาใดๆ ทุกอย่างปกติ ทั้งที่มันไม่ปกติ ไม่ฟังและดูหลักฐานที่ลูกค้าเก็บไว้ให้เลยสักนิด และไม่มีการสื่อสารใดๆ กับลูกค้าเลย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ก็คงต้องมาหาจากที่มีคนมาแชร์ประสบการณ์แบบเรานี้แหละค่ะ เราเองก็พลาดที่ไม่ได้หาข้อมูลเรื่องบริการหลังการขายก่อน พอเจอกับตัวมาไล่หาอ่านในพันทิป โอ้โห..มีเพื่อนๆ มาแชร์ไว้เยอะเลย
- ร้านที่เป็นตัวแทนจำหน่ายก็สำคัญค่ะ ควรเลือกร้านที่มี service mind ที่ดีที่จะอยู่เคียงข้างเราในวันที่เกิดปัญหา เพราะถ้าเมื่อสินค้าที่เราซื้อมามีปัญหา มันจะเป็นการดิวกันระหว่างลูกค้ากับบริษัท ถ้าเรามีคนกลางที่มี power และมีการดูแลเราในฐานะลูกค้า (ไม่ใช่ซื้อแล้วจบกัน) เราจะไม่รู้สึกโดดเดี่ยว และสามารถรักษาสิทธิประโยชน์ได้อย่างเต็มที่
ในกรณีของเรา ย้ำ!!! จากกรณีเราเท่านั้นนะคะ
"โฮมโปร" เป็นตัวแทนจำหน่ายที่ดีมากค่ะ บุคลากรมีใจบริการ และรักษามาตรฐานของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ไม่เคยทิ้งเราเลย ให้คำปรึกษา และแนะนำตลอด
"Hi..chi Thailand" ก็เป็นบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน ไม่เช่นนั้นเราคงไม่เป็น Brand loyalty และทีมช่างแท้ของเค้าก็มาตรฐานสูง และมีศักยภาพมาก ถ้าใครได้สัมผัสจะเห็นความแตกต่างเลยจริงๆ
แต่ที่แย่มากเลย คือ "ดีลเล่อร์ในส่วนภูมิภาค" ที่ทางแบรนด์แต่งตั้งให้ดูแลลูกค้าเบื้องต้น ทำงานล่าช้า ไม่ประสานงานและสื่อสารกับลูกค้า ทำงานไม่ตรงเวลา ไม่นัดหมายล่วงหน้า ที่สำคัญไม่รับฟัง และไม่มีองค์ความรู้ที่เพียงพอในการแก้ปัญหา แต่ไม่ยอมรับในจุดอ่อนของตัวเอง และที่แย่ที่สุดคือให้ลูกค้าเซ็นท์ใบงานเปล่า
กรณีเราจบลงด้วยดีที่เราได้เครื่องใหม่ เพราะบริษัทยอมรับในความผิดพลาดของสินค้าตัวเอง และรับผิดชอบ แต่กว่าจะถึงจุดนี้ก็ใช้เวลาค่อนข้างนานค่ะ (24 วัน) อาจจะขลุกขลักในระหว่างทางที่มีตัวแปรไม่ดี และก็ดันเป็นตัวแปรที่ขาดไม่ได้ (จริงๆ Hi..chi Thailand ควรปรับปรุงแก้ไขในจุดนี้ให้อยู่ในมตราฐานเดียวกันนะคะ ถ้าเลือกเค้าเป็นด่านหน้าในการเจอกับลูกค้าก่อนช่างแท้ของตัวเอง ไม่งั้น Brand royalty จะหายไปหมดเลยนะ) และเรามีเพื่อนที่ดีอย่างโฮมโปรที่อยู่เคียงข้างค่ะ
ส่วนใครอยากบันเทิง เริ่มต้นอ่านต่อได้จากตรงนี้เลยค่ะ....😏
ประสบการณ์กับการบริการหลังการขายของแบรนด์ "Hi..chi"
- คุณภาพของสินค้าเป็นอันดับแรกนี่ใช่เลยค่ะ ชื่อเสียงของแบรนด์ก็เป็นตัวการันตีได้ในระดับหนึ่ง แต่บางครั้งเราก็อาจแจ็คพ็อตได้ตัวที่เป็นตำหนิ หรือหลุด QC มา(แบบเราในกรณีนี้) ดังนั้นการบริการหลังการขายก็เป็นส่วนที่ต้องพิจารณาไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย
- การบริการหลังการขาย จริงๆ เราควรต้องรู้ก่อนว่าระบบการทำงานของแบรนด์ในใจเราเป็นอย่างไร ช่างที่เข้าเซอร์วิสที่เรียกกันว่าช่างศูนย์นี่ช่างแท้หรือช่างเทียม ทางที่ดีเลยควรจะเป็นช่างจากสำนักงานใหญ่ของเค้าจริงๆ เพราะเป็นช่างที่มีองค์ความรู้เฉพาะทางจริงๆ วิเคราะห์ได้เฉียบขาด ที่สำคัญ ฟัง และสื่อสารอีกทั้งยังค่อยๆ อธิบายให้ลูกค้าเข้าใจได้ ส่วนช่างเทียมที่เราเจอมา (ก็เรียกตัวเองว่าช่างศูนย์เหมือนกัน) ตั้งตัวเป็นศัตรูกับลูกค้าตั้งแต่ต้น ไล่เปิดดูในช่วงเวลาสั้นๆ และสรุปแล้วว่าไม่มีปัญหาใดๆ ทุกอย่างปกติ ทั้งที่มันไม่ปกติ ไม่ฟังและดูหลักฐานที่ลูกค้าเก็บไว้ให้เลยสักนิด และไม่มีการสื่อสารใดๆ กับลูกค้าเลย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ก็คงต้องมาหาจากที่มีคนมาแชร์ประสบการณ์แบบเรานี้แหละค่ะ เราเองก็พลาดที่ไม่ได้หาข้อมูลเรื่องบริการหลังการขายก่อน พอเจอกับตัวมาไล่หาอ่านในพันทิป โอ้โห..มีเพื่อนๆ มาแชร์ไว้เยอะเลย
- ร้านที่เป็นตัวแทนจำหน่ายก็สำคัญค่ะ ควรเลือกร้านที่มี service mind ที่ดีที่จะอยู่เคียงข้างเราในวันที่เกิดปัญหา เพราะถ้าเมื่อสินค้าที่เราซื้อมามีปัญหา มันจะเป็นการดิวกันระหว่างลูกค้ากับบริษัท ถ้าเรามีคนกลางที่มี power และมีการดูแลเราในฐานะลูกค้า (ไม่ใช่ซื้อแล้วจบกัน) เราจะไม่รู้สึกโดดเดี่ยว และสามารถรักษาสิทธิประโยชน์ได้อย่างเต็มที่
ในกรณีของเรา ย้ำ!!! จากกรณีเราเท่านั้นนะคะ
"โฮมโปร" เป็นตัวแทนจำหน่ายที่ดีมากค่ะ บุคลากรมีใจบริการ และรักษามาตรฐานของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ไม่เคยทิ้งเราเลย ให้คำปรึกษา และแนะนำตลอด
"Hi..chi Thailand" ก็เป็นบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน ไม่เช่นนั้นเราคงไม่เป็น Brand loyalty และทีมช่างแท้ของเค้าก็มาตรฐานสูง และมีศักยภาพมาก ถ้าใครได้สัมผัสจะเห็นความแตกต่างเลยจริงๆ
แต่ที่แย่มากเลย คือ "ดีลเล่อร์ในส่วนภูมิภาค" ที่ทางแบรนด์แต่งตั้งให้ดูแลลูกค้าเบื้องต้น ทำงานล่าช้า ไม่ประสานงานและสื่อสารกับลูกค้า ทำงานไม่ตรงเวลา ไม่นัดหมายล่วงหน้า ที่สำคัญไม่รับฟัง และไม่มีองค์ความรู้ที่เพียงพอในการแก้ปัญหา แต่ไม่ยอมรับในจุดอ่อนของตัวเอง และที่แย่ที่สุดคือให้ลูกค้าเซ็นท์ใบงานเปล่า
กรณีเราจบลงด้วยดีที่เราได้เครื่องใหม่ เพราะบริษัทยอมรับในความผิดพลาดของสินค้าตัวเอง และรับผิดชอบ แต่กว่าจะถึงจุดนี้ก็ใช้เวลาค่อนข้างนานค่ะ (24 วัน) อาจจะขลุกขลักในระหว่างทางที่มีตัวแปรไม่ดี และก็ดันเป็นตัวแปรที่ขาดไม่ได้ (จริงๆ Hi..chi Thailand ควรปรับปรุงแก้ไขในจุดนี้ให้อยู่ในมตราฐานเดียวกันนะคะ ถ้าเลือกเค้าเป็นด่านหน้าในการเจอกับลูกค้าก่อนช่างแท้ของตัวเอง ไม่งั้น Brand royalty จะหายไปหมดเลยนะ) และเรามีเพื่อนที่ดีอย่างโฮมโปรที่อยู่เคียงข้างค่ะ
ส่วนใครอยากบันเทิง เริ่มต้นอ่านต่อได้จากตรงนี้เลยค่ะ....😏