จากห้องเช่ารายเดือนเปลี่ยนเป็นที่พักรายวันแบบชิคๆ


   
 
สวัสดีค่ะอันนี้เป็นโพสแรก มือใหม่มากๆ หากมีอะไรผิดพลาด หรือใช้ภาษาที่ไม่ถูกต้อง เขียนเข้าใจยาก ต้องขออภัยไว้ตรงนี้ด้วยนะคะ 
 
      ที่มาก็คือก่อนหน้านี้เคยทำโรงแรมเล็กๆและรีโนเวทตกแต่งบ้าน เพื่อให้เช่าที่ต่างประเทศ จึงทำให้มีประสบการณ์ในการรีโนเวทบ้านเก่าอยู่พอสมควร  พอย้ายกลับมาอยู่เมืองไทย ก็คิดอยู่นานว่าจะทำอะไรดี เลยทำในสิ่งที่ถนัด  คือการหาเช่าบ้านเก่าๆมาปรับเปลี่ยนใหม่เพื่อเปิดให้เช่าแบบรายวันอีก และได้รับผลตอบรับค่อนข้างดีมาก จนไปเตะตาพี่ที่รู้จักกันมานาน ติดต่อมาให้ปรับปรุงห้องเช่ารายเดือนเดิมที่มีอยู่ 4 ห้องให้เป็นห้องพักรายวัน เพื่อเพิ่มรายได้ให้มากขึ้นกว่าเดิม  และซึ่งอยู่ในขอบเขตของการขออนุญาตจดทะเบียนที่พักไม่เป็นโรงแรมได้พอดี 

      เนื่องจากห้องพักแบบรายวันมีหลายประเภทและมีคู่แข่งเยอะมาก ทั้งโรงแรม โฮสเทล คอนโด เกสต์เฮาส์ ทำให้คิดหนักว่าจะต้องออกมาอย่างไรให้ดึงดูด สิ่งแรกที่คิดอยู่ในหัวคือ รูปแบบ “ต้องแตกต่าง” จากเดิมๆที่เห็นกันอยู่  ใส่ครัวไปบางห้องที่มีพื้นที่พอ เพราะโรงแรมส่วนใหญ่ไม่มีครัวให้ใช้
 
 
เริ่มต้นด้วยรูปตอนที่เป็นห้องเช่าแบบทั่วๆไป มีเตียงกับห้องน้ำ ตู้เสื้อผ้า แอร์ โดยที่ไม่มีครัว ผู้เช่าบางคนก็จะมีกระทะไฟฟ้าไว้ใช้ในห้อง



 
ห้องบางห้องจะมีพื้นที่มาทางด้านยาวและแคบ  เดี๋ยวเรามาดูต่อกันว่า ข้อดีของส่วนนี้คือเราปรับเป็นครัวได้ พอดีมีรูปก่อนที่จะปรับเปลี่ยนไม่ค่อยเยอะ เนื่องจากตอนที่เราเข้าไปดู ยังมีผู้เช่าพักอยู่ 
 

 

ห้องน้ำก็จะเป็นห้องน้ำธรรมดาทั่วๆไป เป็นฝักบัวมือจับ ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น 



      อย่างแรกที่ต้องแก้ไขคือแบบแปลนห้อง และรูปแบบการตกแต่งที่คิดว่าจะให้ออกมาเป็นแนว “Eclectic Style” โดยใช้สีดำเป็นสีหลัก สีอื่นๆเป็นสีรองให้แต่ละห้องมีสีรองที่ต่างๆกัน  เราทำแปลนออกมาง่ายๆ เพราะเราไม่ใช่ Interior Designer แบบมืออาชีพ และไม่ได้ทำแบบ Perspective เนื่องจากเป็นการแต่งแบบสดๆตามเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถหาได้


  
 
สิ่งที่ได้ทำไปคือรื้อเปลี่ยนฝ้าใหม่ให้เป็นฝ้าเรียบ ทาสีใหม่ทั้งด้านนอกบ้านและในบ้าน เพิ่มครัวในบางห้องที่พอจะวางได้ เปลี่ยนสุขภัณฑ์ทั้งหมด กระเบื้องห้องน้ำ ปิดผนังห้องน้ำด้านบนที่เคยเปิดโล่ง เดินระบบน้ำ ไฟใหม่ เพิ่มจุดไฟอีกหลายจุดที่จำเป็นสำหรับการปล่อยเช่ารายวัน เช่นปลั๊กไฟ ช่องเสียบชาร์ทUSB โคมไฟข้างเตียงนอน ปลั๊กตู้เย็นแยก ปลั๊กหลังทีวีที่ต้องพอสำหรับรองรับกล่อง android box, wifi, tv  เปลี่ยนประตูห้อง และใส่ระบบล็อกประตูแบบรหัสดิจิตอลแทน ฉาบปิดหน้าต่างบางบานไปเนื่องจากจะปรับเปลี่ยนผนังนั้นให้เป็นหัวนอน เจาะเพิ่มหน้าต่างบางบานให้มีแสงเข้าและมีลม flow  ขยายห้องนึงให้ใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับแขกแบบ 4 คน ทำครัวใหม่ 3 ห้อง ทุบแผงระเบียงจากปูนที่ตันๆ เปลี่ยนเป็นโครงเหล็กให้ดูโปร่งเบาขึ้น เพิ่มห้องสต็อกสำหรับเก็บของใช้ และห้องครัวกลาง
 
อย่างที่เกริ่นไปด้านบนว่า เราจะเลือกแนว Eclectic แต่งบ้านนี้ คือการใช้วัสดุที่ต่างๆกัน รูปทรง และดีไซน์ที่อาจจะต่างยุคสมัย ต่างแนวกัน เอามาจัดให้อยู่ร่วมกัน โดยเน้นการผสม Mixing มากกว่าการทำให้เข้ากัน Matching ซึ่งแตกต่างจากการ Mix & Match เราจึงเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์เตียงหวาย พรมหนังวัว พรมหนังลายม้าลาย โคมไฟทำจากไฟเบอร์กลาส อ่างอาบน้ำทองเหลือง เก้าอี้แนว French แต่หุ้มผ้าลายขาวดำแบบทันสมัย มีลายกราฟฟิคมาปน  กรอบกระจกเงาแนวโบสถ์โกธิค หมอนอิงลายจุดมาขัดกับหัวเตียงหลุยส์ไม่ให้เลี่ยน เก้าอี้ Stool เป็น fiberglass โต๊ะกาแฟเป็นเซรามิคดินเผารูปทรงแปลกๆ มาขัดกับเก้าอี้หวายสานแบบโบราณ ตู้ทีวีทรง French มาใส่ลายข้าวหลามตัด
 


 







 
  
จากพื้นที่ส่วนกลางที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรก่อนหน้านี้ มาปรับเป็นห้องนั่งเล่นส่วนกลาง ให้ลูกค้าได้มานั่งชิลหรือเอาอาหารเข้ามาทาน หรืออาจจะให้เช่าจัดปาร์ตี้เล็กๆ







 

             
       การเริ่มต้นที่ทำโรงแรมเล็กๆของตัวเอง มาจากที่ส่วนตัวเป็นคนชอบเดินทาง และเคยไปเกือบ 60 ประเทศแล้ว เวลาเดินทางจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับร้านขายของแต่งบ้าน หาร้านอาหารเก๋ๆ ดูการตกแต่ง ดูการจัดจานอาหารเค๊า เลือกพักแต่โรงแรมเล็กๆ บางที่มีแค่ 2ห้องเอง โดยเลือกแค่ตรงมีดีไซน์ต่างจากทั่วๆไป ทำให้มีความฝันที่อยากจะทำโรงแรมเล็กๆของตัวเอง และความฝันก็เป็นจริง เวลาเดินทางแล้วเจอบ้านเก่าทิ้งร้าง มีความรู้สึกสงสารบ้าน และอยากเข้าไปช่วยทำให้มีชีวิตขึ้นมาใหม่ บ้านหลายๆหลังมีคุณค่าของตัวเองแต่บางคนอาจจะนึกไม่ถึง ว่าเราสามารถเปลี่ยนมันได้ ให้คนที่เข้ามาเห็นมีความสุขไปกับมันได้ด้วย
 
เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ในบ้านนี้จะค่อนข้างแปลกตาสำหรับในเมืองไทย เพราะเป็นของสะสมส่วนตัวที่นำเข้ามาเองตอนย้ายกลับมาอยู่เมืองไทย มีทั้งหวาย ไม้สักและไม้มะฮ็อกกานี อ่างอาบน้ำทองเหลือง บางชิ้นก็มาจากสต็อกที่เหลือจากการแต่งบ้านให้เช่าตอนที่อยู่ต่างประเทศ 
ของแต่งบ้านบางอย่างมีคุณค่าทางใจมากกว่ามูลค่าของมันอีก บ้านที่เราแต่งไปหลายๆหลัง โดยใช้ของแต่งที่สะสมมาจากทั่วโลก หรือบางชิ้นก็เก็บมานานจนเค๊าเลิกผลิตไปแล้ว หรือสั่งทำเป็นพิเศษจากความชอบของตัวเอง ฉะนั้นบ้านแต่ละหลังจะมีความแตกต่างกันไป จากการที่คิดเยอะมากว่าหลังนี้จะออกมาแนวไหน และการทุ่มเทใจให้กับมัน 

 
       ถ้าจะพูดถึงงบประมาณสำหรับการเปลี่ยนแปลงให้ออกมาแนวตกแต่งนี้ เฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านเกือบทั้งหมดเป็นของที่ไม่ใช่หาซื้อได้ตามร้านทั่วๆไป นอกเหนือจากส่วนโครงสร้างที่เขียนไปตอนต้นๆ ห้องนึงที่ไม่มีครัวเพราะพื้นที่ไม่พอ เลยดึงดูดด้วยการใส่อ่างอาบน้ำและอ่างล้างหน้าตีจากแผ่นทองเหลือง เดินระบบสายแลนใหม่ไปแต่ละห้อง เพื่อให้ทุกห้องมีอินเตอร์เน็ตแยก router    มี username ต่างกัน มีกล่องแอนดรอยด์ทีวีเพื่อดู Netflix  ทีวี ตู้เย็น เตาไฟฟ้าแบบฝัง เครื่องดูดควัน อ่างล้างจาน เครื่องครัว เครื่องทำน้ำอุ่น เรนชาวเวอร์ทองเหลือง ก็อกน้ำทองเหลือง เครื่องชงกาแฟ ที่เป่าผม จานชามช้อน แก้วน้ำ แก้วกาแฟ แก้วไวน์ ขวดชากาแฟ ผ้าเช็ดตัว และผ้าปูที่นอนสำรองห้องละ 3 ชุด ทั้งหมดอยู่ที่ 2ล้านปลายๆ ครบพร้อมที่จะเปิดดำเนินการได้ทันที 
 
ที่ใช้ล็อครหัสดิจิตอลกับประตูทุกห้อง และในส่วนทางเข้าหลัก  โดยที่ไม่มีพื้นที่ต้อนรับหรือรีเซปชั่น เนื่องจากเป็นกิจการขนาดเล็ก จะได้ช่วยลดภาระในการที่จะจ้างพนักงานมารอรับแขก เราสามารถส่งรหัสประตูให้แขกเช็คอินเองได้ตลอด 24 ชม.
ส่วนคนทำความสะอาดก็สามารถเลือกที่จะจ้างแบบเป็นรายชั่วโมง  เรื่องการซักผ้าเราสามารถส่งซักได้เช่นกัน ทั้งนี้เพื่อลดการจ้างพนักงานประจำ หรือลด fixed cost ในแต่ละเดือน เราจะมีค่าใช้จ่ายต่อเมื่อตอนที่มีรายได้เข้ามา และการปล่อยเช่าแบบรายวันแนวธุรกิจเล็กๆแบบนี้ เราสามารถชาร์ทค่าทำความสะอาดจากแขกต่างหากเพิ่มจากค่าห้องได้อีกด้วย ซึ่งแนวทางนี้เราเคยได้ยินมาเมื่อหลายปีก่อนจากโรงแรมเล็กๆที่ญี่ปุ่น และตอนนี้ในเมืองไทย  ธุรกิจที่พักให้เช่ารายวันแบบเล็กๆก็ใช้วิธีนี้กันเป็นส่วนใหญ่เช่นกัน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่