ทำไมพ่อแม่ส่วนมากในเอเชียถึงเลี้ยงลูกแบบบังคับจนลูก ๆ อึดอัด

พ่อแม่ทุกคนมักมีความหวังดีเสมอ แต่ความหวังดีที่ว่าอาจทำร้ายลูกได้ และความหวังดีบางอย่างก็ดูไร้สาระสุด ๆ ขนาดโลกตะวันตกสมัยก่อนก็ไม่ต่างอะไรกับเอเชียเลย แต่ทำไมถึงสามารถเปลี่ยนแปลงวิธีการเลี้ยงลูกให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้ หากใครที่นึกภาพไม่ออก ผมจะยกตัวอย่างให้อ่านกันนะครับ

-ผมมีเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งไม่ได้สนิทกันมาก พ่อแม่ของเพื่อนคนนั้นเข้มงวด ไม่ให้ลูกพกโทรศัพท์ไปโรงเรียน ถึงขั้นต้องให้ครูมาเซ็นยินยอมกันเลยทีเดียว ซึ่งผมก็งงว่าทำไมพ่อแม่ต้องเข้มงวดกับโทรศัพท์ของลูกขนาดนั้น

-ผมเคยได้ยินผู้ปกครองคุยกันว่ามีเด็กคนหนึ่งเวลาจะกินขนมหวานอะไร ก็ต้องขอนุญาตพ่อแม่ก่อน แล้วผู้ปกครองก็ต่างชมกันว่าน่ารัก ซึ่งผมมองว่าทำไมถึงคิดว่าน่ารัก ทำไมถึงไม่คิดบ้างว่าแค่ซื้อขนมหวานมากินต้องขออนุญาตเลยหรือ

-เรื่องพ่อแม่ไม่ให้มีแฟน อันนี้คลาสสิกสุด ๆ แต่สำหรับผม มีความรักวัยเรียนก็ไม่ได้ผิดอะไรมากนี่ ไม่ใช่ว่าลูก ๆ จะต้องได้เสียกันหรือทำการเรียนตกกันทุกคนสักหน่อย บางครั้งคนเป็นแฟนใช่ว่าจะเอากันแล้วปล่อยทิ้ง แทนที่จะสอนว่าควรวางตัวอย่างไรกับแฟน แต่กลับห้ามไม่ให้ลูกรู้จักโลกภายนอกซะอย่างนั้น

-ต่อจากข้อที่แล้วเรื่องการห้ามไม่ให้ลูกรู้จักโลกภายนอก ซึ่งมันมีหลาอย่างมากมาย เช่น ไม่ให้ลูกเล่นโซเชียล คุยกับเพื่อนนานเกินไป ไปเที่ยวห้างกับเพื่อน ไปค่ายลูกเสือ บลาๆๆ ผมรู้ว่าโลกภายนอกมันโหดร้าย แต่การที่ปกปิดไม่ให้ลูกรับรู้มันไม่ใช่ เราควรสอนวิธีการเอาตัวรอดและการใช้ชีวิตจะดีกว่านี้ เพื่อที่จะได้เป็นพื้นฐานการใช้ชีวิตในอนาคตยามที่ลูกเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เหมือนสไตล์การมช้ชีวิตของเอเชียคือ เป็นเด็กเรียบร้อย เรียนจบ มีงานทำ อยู่ในโอวาทพ่อแม่ แทนที่ลูกจะได้เป็นตัวของตัวเอง ได้ทำในสิ่งที่ชอบ รู้จักการเผชิญโลกอันโหดร้าย ถ้านึกไม่ออกก็นึกภาพเราเป็นครูฝึกทหาร ระหว่างเลือกที่จะปกปิดเรื่องสงครามทุกอย่าง กับ จะฝึกให้เขารู้จักป้องกันตัวจากการต่อสู้ในสงคราม คิดว่าใครจะเอาตัวรอดในสงครามได้ดีกว่ากันครับ

-เรื่องบุญคุณพ่อแม่ หากพ่อแม่เลี้ยงดูเราอย่างดีแล้วให้เราได้ใช้ชีวิตตามที่ต้องการ ใคร ๆ ก็อยากตอบแทนบุญคุณอยู่แล้ว แต่ถ้าเกิดพ่อแม่เอาแต่บังคับกดดัน คิดว่าลูกเป็นหุ่นเชิดของพ่อแม่ พอลูกโตมาก็เรียกร้องบุญคุณ โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองได้สร้างหุ่นขึ้นมาตัวหนึ่ง ไม่ใช่สร้างลูกขึ้นมาคนหนึ่ง

-เรื่องการใช้ความรุนแรงกับลูก จริงอยู่ว่าการจะห้ามปรามลูกต้องใช้ความเด็ดขาดบ้าง แต่ไม่ใช่การทำโทษอย่างรุนแรง บางคนคิดว่าการลงโทษแบบแรง ๆ เช่น ตี หยิก ทุบ ตบ ต่อยฯลฯ จะทำให้เด็กเลิกทำสิ่งนั้นได้เร็วที่สุด แต่บางครั้งจะทำให้เด็กขาดความมั่นใจและอาจซึมซับความรุนแรงมาได้ พอลูกโมโหใครสักคนที่ไม่ถูกใจตัวเอง ก็ตัดสินกันด้วยความรุนแรง เหมือนสิ่งที่พ่อแม่ทำกับเรา แล้วก็กลายเป็นปัญหาสังคมว่าทำไมใช้ความรุนแรงในการตัดสินปัญหา จะเห็นว่าผลกระทบนั้นยาวเป็นลูกโซ่เลยทีเดียว แต่ว่าสาเหตุการลงโทษลูกด้วยวิธีรุนแรงอาจจะไม่ได้ต้องการสั่งสอน แต่เกิดจากพ่อแม่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ แล้วหาที่ระบายซึ่งก็คือลูกตัวเอง เพราะลูกตัวเองในสังคมเอเชียไม่มีสิทธิ์ต่อต้านพ่อแม่ จึงเป็นแหล่งระบายชั้นเยี่ยม แล้วก็เกิดปัญหายาวเป็นลูกโซ่ตามมาอีก

นี่คือสิ่งที่ผมพบเห็นในสังคมเอเชีย ซึ่งเพื่อนผมและคนอื่น ๆ รู้สึกอึดอัดกับการเลี้ยงดูในวิธีแบบนี้ จนถึงขั้นระบายกันออกมา บ้างเป็นโรคซึมเศร้า บ้างถึงฆ่าตัวตายกันเลยทีเดียว แถมยังมีการเลี้ยงลูกที่ไม่เท่าเทียมกันอีก ไม่ว่าจะถูกแบ่งตามเพศ หรือลำดับพี่น้องก็ตามที ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ก็เป็นปัญหาสังคมมาอย่างยาวนาน และไม่เคยมีใครคิดจะปรับปรุงแก้ไขเพราะเนื่องจากใช้วิธีนี้กันมาตั้งแต่โบร่ำโบราณ และคิดว่าสิ่งที่ทำมาตั้งแต่โบราณจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด โดยไม่ได้ดูตามยุคตามสมัยเลยแม้แต่น้อย หากใครต้องการระบายเรื่องปัญหาครอบครัวก็มาระบายได้เลย ผมรับฟังและคอยตามอ่านอยู่เสมอ

ขอบคุณครับ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่