เรารู้จักกับพี่ผู้ชายคนนึง รู้จักกันมาเกือบจะยี่สิบปีแล้ว ตั้งแต่เราเข้าทำงานใหม่ๆ จำได้เลาๆว่า เราจัดงานสัมมนา และคอมมีปัญหา เพื่อนของเราจึงขอให้พี่เขามาช่วย เราจึงได้รู้จักกัน และพอได้คุย เราชอบคุยกับพี่เขาค่ะ พี่เป็นคนที่มีความรู้ทั้งเรื่องคอมและกฎหมาย ระเบียบจะเป๊ะมาก
ปกติ พี่เขาจะไม่ค่อยคุยกับผู้หญิงค่ะ แต่พอเราไปติดต่องานที่ทำงานของพี่เขา เราก็จะคุยกับพี่เขา จนบางครั้งคนหันมามอง เราเเพิ่งจะมารู้เรื่องนี้เมื่อรู้จักกันมาสักพัก
แล้วพอทำงานไปประมาณสามสี่ปี เราก็มีแฟนค่ะ แต่เราก็คุยปรึกษาเรื่องงานกับพี่เขาบ้างนานๆที เพราะก็จะเจอกันตามงานประชุม ไปติดต่องานด้วยกันบ้าง มีแค่ครั้งเดียวที่ไปไหนกันสองคน คือ เรารับเชิญไปร่วมงานที่พี่เขาจัด พี่เขาชวนไปด้วยกัน เราเลยนั่งไปด้วยทั้งไปทั้งกลับ
ในความรู้สึกของเรา พี่เขาเป็นคนดีมากค่ะ เป็นที่ปรึกษาให้เรื่องงานตลอด เรื่องคอม เรื่องกฎหมายบ้าง วันนั้น เรารีบๆแต่มีปัญหาว่าโปรแกรมที่ลงไม่สมบูรณ์ เราโทรหาพี่เขา พี่บอกว่ากำลังขับรถ และจะจอดรถส่งให้ใหม่ คือ เล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนบอกว่า เป็นฉันๆไม่ทำให้ขนาดนั้นหรอก เราก็นิ่งๆไม่ว่าไรต่อ
ไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหน เกือบทุกครั้งที่เราโทรไป พี่จะรับ ถ้าไม่รับก็โทรกลับทุกครั้ง ไม่ว่าจะเวลาไหน มีอีกครั้ง เราต้องออกนิทรรศการ แต่วีดีโอของเราตัดต่อไม่แล้ว เราโทรหาว่ามีวีดีโอที่ใกล้เคียงกับเรื่องที่เราต้องใช้ไหม ตอนแรกเราโทรหาอีกคน แต่พอดีว่าพี่เขาไม่สะดวกก็เลยไม่ได้ เราก็โทรหาพี่คนนี้ เขาบอกให้มาเอา เราไปหาพี่เขาตั้งแต่หกโมงเช้า เพราะพิธีเปิดเช้า พี่เขาไม่เคยบ่นให้เราได้ยินว่ารบกวนเลย
จนวันนึง เราต้องย้ายกลับมาทำงานในจังหวัดบ้านเกิดเรา เราจำได้ดี วันนั้นเราไปงานที่ทำงานของพี่เขา เพราะเจ้านายจากส่วนกลางไปประชุมที่นั่น มีกินข้าวเที่ยงกัน พอกินเสร็จเราลงมานั่งคุยที่ห้องของเพื่อน พี่ผู้ชายและเพื่อนเดินเข้ามาสมทบ และเพื่อนของพี่เขาก็พูดขึ้นว่า ย้ายไปจะไม่คิดถึงพี่ผู้ชายคนนั้นเหรอ เราก็มองหน้า เพื่อนพี่เขาเลยพูดแก้เก้อว่า ก็คนเคยทำงานด้วยกัน เราก็ยิ้มๆ และพอรู้ตัวอีกที ทุกคนในห้องหายไปหมดเลย มีแค่เราและพี่ผู้ชายนั่งอยู่กันสองคน เราก็คุยกันเรื่องงาน เพราะเราไม่เคยคุยกันเรื่องอื่นเลย
พอเราย้ายที่ทำงาน เราก็แทบจะไม่ได้ติดต่อกัน ถ้าเราไม่มีปัญหา ไม่ว่าจะเรื่องระเบียบหรือว่าเรื่องคอม เราถึงจะโทรปรึกษาพี่เขา ทุกอย่างยังเหมือนเดิม
เพียงแต่บางครั้ง ที่เราโทรไป พอเราคุยงานเสร็จ เรามีธุระต้องรีบวาง แต่พี่เขายังชวนคุยต่อ บางครั้งเรายอมรับว่าเสียมารยาท ขอวางสาย วันนั้นเรารีบจริงๆ เพราะกลัวตกเครื่อง แต่พี่เขายังอยากคุยต่อ เราเลยตัดบท ผลคือ พี่เขาขอโทษและวางสายไป เราอึ้งไปเลย ไม่คิดว่าพี่เขาจะขอโทษเรา
ในตอนแรกที่รู้จักกัน เราไม่มั่นใจว่าพี่เขาคิดอย่างไรกับเรา ถึงจะมีเพื่อนบางคนแสดงออกให้รู้ จนวันที่เราถูกปล่อยให้นั่งคุยกันสองคนในห้อง ก่อนที่เราจะย้าย แต่เราก็คิดเสมอว่า พี่เขาเป็นพี่ชายที่ดีของเรา และเราอยากให้เป็นแบบนี้ตลอดไป
เพราะเราไม่เคยคิดกับพี่เขาไปมากกว่านี้ แม้เราจะเลิกกับแฟน แต่พี่เขาเป็นคนที่มีครอบครัวแล้ว เรารักครอบครัวของพี่เขาค่ะ แฟนของพี่น่ารัก สูกสาวที่น่ารัก
และวันนั้น เราโทรไปปรึกษาเรื่องเพื่อนของเรา คือเพื่อนและพี่เขาก็รู้จักกัน เพื่อนกำลังคบกับผู้ชายคนนึง ซึ่งเราไม่โอเค เพราะนิสัยบางอย่างของเขา แต่เพื่อนของเรามักจะพูดว่าผู้ชายของเพื่อนดีมากอย่างโน้น อย่างนี้ เราโมโหเลยพูดว่า รู้ไหมว่าผู้ชายแบบนี้มีเยอะมาก เพียงแต่เพื่อนยังไม่พบเขาเท่านั้น พอเล่าถึงช่วงนี้ พี่เขาเงียบไปพักนึงค่ะ และพูดกลับมาว่า กว่าจะได้พบกับคนที่เราฝันมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนะ เราฟังแล้วใจหายเลยค่ะ ไม่คิดว่าพี่เขาจะคิดมากกับคำพูดของเรา เราเลยขอวางสาย พออีกวัน เราโทรไปใหม่ พี่เขาไม่รับและไม่โทรกลับ เรารู้สึกผิดขึ้นมานิดๆ
จนวันนั้น เราลงจากเครื่องบิน ได้เห็นข้อความของพี่เขาโทรมา เราเลยโทรกลับ พี่เขาโทรมาเล่าเรื่องงานที่เราเคยทำงานด้วยกันให้ฟัง พอดีเป็นช่วงว่างที่เราเดินทางไปประชุมจึงได้คุยกับพี่เขายาวชั่วโมงกว่า เราถือว่าเป็นการขอโทษที่เราพูดไม่คิดวันนั้น
จนปัจจุบัน เรากับพี่เขาก็คุยกันบ้าง ในเวลาที่เรามีปัญหา จะคอมค้าง ต่อไวไฟไม่ได้ พี่เขาจะหาทางแก้ไขปัญหาให้เราตลอด
เราสารภาพ เรามีบางความคิดที่เห็นแก่ตัว ว่า ก็เราไม่ได้คิดเกินเลยกับพี่เขา ไม่เคยรับอะไรนอกจากคำปรึกษา เวลามีบางคนถามว่า รู้ว่าเขาคิดยังไงกับตัวเอง ทำไมยังจะคุยกับเขาอีก
เรามีคำตอบให้ว่า เราเป็นพี่น้องกันแบบนี้มานาน เกือบจะยี่สิบปีแล้ว ไม่เคยคุยเรื่องส่วนตัวหรือคุยในทางชู้สาวเลย มีบ้างที่พี่เขาเล่าเรื่องส่วนตัวให้เราฟัง เช่นพี่เขาไปลงทุนเปิดร้าน ทำโน่นทำนี่ เราก็รับฟัง แต่ไม่เคยคุยเรื่องส่วนตัวให้พี่เขาฟังเลย เพราะเราคิดว่า ความสัมพันธ์ของเราสองคนควรมีระยะห่าง
ถามเพื่อนๆนะคะ ที่เราเล่ามายาวๆ อยากถามความเห็นว่า การคุยกันของเราและพี่ผู้ชายคนนี้ของเราเป็นสิ่งผิดหรือเปล่า เราจะยังคงรักษาความสัมพันธ์แบบนี้ต่อไปได้ไหมคะ
ตลอดเวลาที่ผ่านมา พอเลิกกับแฟน เราก็มีคนเข้ามาจีบบ้าง แต่พอเราบอกให้เป็นเพื่อน เป็นพี่น้อง หรือไม่แสดงอาการตอบรับความสัมพันธ์แบบนั้น ส่วนใหญ่เขาจะหายไป มีเพื่อนบางคนบล็อคเราทุกทาง เรายอมรับว่าร้องไห้ เพราะเสียดายความเป็นเพื่อน ความรู้สึกดีๆที่มีต่อกัน บางคนมาก็หายไป มีเหลือแค่พี่ชายคนนี้จริงๆที่อยู่กับเรามา
เราอยากมีพี่เขาเป็นพี่ชายไปตลอดค่ะ มันผิดไหมคะ เพื่อนบางคนบอกไม่ควร เพราะพี่เขามีครอบครัวแล้ว สงสารแฟนของพี่เขา แต่เราก็สงสารตัวเองค่ะ เพราะเราไม่เคยมีอะไรที่นอกลู่นอกทางกันเลย เราไม่เคยคิดอะไรที่มากไปกว่าพี่ชายและน้องสาว เราไม่เคยทำอะไรที่ให้ใครว่าได้ จับเนื้อต้องตัวก็ยังไม่เคยเลย
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็นนะคะ
สถานะแบบนี้ผิดไหมคะ????
ปกติ พี่เขาจะไม่ค่อยคุยกับผู้หญิงค่ะ แต่พอเราไปติดต่องานที่ทำงานของพี่เขา เราก็จะคุยกับพี่เขา จนบางครั้งคนหันมามอง เราเเพิ่งจะมารู้เรื่องนี้เมื่อรู้จักกันมาสักพัก
แล้วพอทำงานไปประมาณสามสี่ปี เราก็มีแฟนค่ะ แต่เราก็คุยปรึกษาเรื่องงานกับพี่เขาบ้างนานๆที เพราะก็จะเจอกันตามงานประชุม ไปติดต่องานด้วยกันบ้าง มีแค่ครั้งเดียวที่ไปไหนกันสองคน คือ เรารับเชิญไปร่วมงานที่พี่เขาจัด พี่เขาชวนไปด้วยกัน เราเลยนั่งไปด้วยทั้งไปทั้งกลับ
ในความรู้สึกของเรา พี่เขาเป็นคนดีมากค่ะ เป็นที่ปรึกษาให้เรื่องงานตลอด เรื่องคอม เรื่องกฎหมายบ้าง วันนั้น เรารีบๆแต่มีปัญหาว่าโปรแกรมที่ลงไม่สมบูรณ์ เราโทรหาพี่เขา พี่บอกว่ากำลังขับรถ และจะจอดรถส่งให้ใหม่ คือ เล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนบอกว่า เป็นฉันๆไม่ทำให้ขนาดนั้นหรอก เราก็นิ่งๆไม่ว่าไรต่อ
ไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหน เกือบทุกครั้งที่เราโทรไป พี่จะรับ ถ้าไม่รับก็โทรกลับทุกครั้ง ไม่ว่าจะเวลาไหน มีอีกครั้ง เราต้องออกนิทรรศการ แต่วีดีโอของเราตัดต่อไม่แล้ว เราโทรหาว่ามีวีดีโอที่ใกล้เคียงกับเรื่องที่เราต้องใช้ไหม ตอนแรกเราโทรหาอีกคน แต่พอดีว่าพี่เขาไม่สะดวกก็เลยไม่ได้ เราก็โทรหาพี่คนนี้ เขาบอกให้มาเอา เราไปหาพี่เขาตั้งแต่หกโมงเช้า เพราะพิธีเปิดเช้า พี่เขาไม่เคยบ่นให้เราได้ยินว่ารบกวนเลย
จนวันนึง เราต้องย้ายกลับมาทำงานในจังหวัดบ้านเกิดเรา เราจำได้ดี วันนั้นเราไปงานที่ทำงานของพี่เขา เพราะเจ้านายจากส่วนกลางไปประชุมที่นั่น มีกินข้าวเที่ยงกัน พอกินเสร็จเราลงมานั่งคุยที่ห้องของเพื่อน พี่ผู้ชายและเพื่อนเดินเข้ามาสมทบ และเพื่อนของพี่เขาก็พูดขึ้นว่า ย้ายไปจะไม่คิดถึงพี่ผู้ชายคนนั้นเหรอ เราก็มองหน้า เพื่อนพี่เขาเลยพูดแก้เก้อว่า ก็คนเคยทำงานด้วยกัน เราก็ยิ้มๆ และพอรู้ตัวอีกที ทุกคนในห้องหายไปหมดเลย มีแค่เราและพี่ผู้ชายนั่งอยู่กันสองคน เราก็คุยกันเรื่องงาน เพราะเราไม่เคยคุยกันเรื่องอื่นเลย
พอเราย้ายที่ทำงาน เราก็แทบจะไม่ได้ติดต่อกัน ถ้าเราไม่มีปัญหา ไม่ว่าจะเรื่องระเบียบหรือว่าเรื่องคอม เราถึงจะโทรปรึกษาพี่เขา ทุกอย่างยังเหมือนเดิม
เพียงแต่บางครั้ง ที่เราโทรไป พอเราคุยงานเสร็จ เรามีธุระต้องรีบวาง แต่พี่เขายังชวนคุยต่อ บางครั้งเรายอมรับว่าเสียมารยาท ขอวางสาย วันนั้นเรารีบจริงๆ เพราะกลัวตกเครื่อง แต่พี่เขายังอยากคุยต่อ เราเลยตัดบท ผลคือ พี่เขาขอโทษและวางสายไป เราอึ้งไปเลย ไม่คิดว่าพี่เขาจะขอโทษเรา
ในตอนแรกที่รู้จักกัน เราไม่มั่นใจว่าพี่เขาคิดอย่างไรกับเรา ถึงจะมีเพื่อนบางคนแสดงออกให้รู้ จนวันที่เราถูกปล่อยให้นั่งคุยกันสองคนในห้อง ก่อนที่เราจะย้าย แต่เราก็คิดเสมอว่า พี่เขาเป็นพี่ชายที่ดีของเรา และเราอยากให้เป็นแบบนี้ตลอดไป
เพราะเราไม่เคยคิดกับพี่เขาไปมากกว่านี้ แม้เราจะเลิกกับแฟน แต่พี่เขาเป็นคนที่มีครอบครัวแล้ว เรารักครอบครัวของพี่เขาค่ะ แฟนของพี่น่ารัก สูกสาวที่น่ารัก
และวันนั้น เราโทรไปปรึกษาเรื่องเพื่อนของเรา คือเพื่อนและพี่เขาก็รู้จักกัน เพื่อนกำลังคบกับผู้ชายคนนึง ซึ่งเราไม่โอเค เพราะนิสัยบางอย่างของเขา แต่เพื่อนของเรามักจะพูดว่าผู้ชายของเพื่อนดีมากอย่างโน้น อย่างนี้ เราโมโหเลยพูดว่า รู้ไหมว่าผู้ชายแบบนี้มีเยอะมาก เพียงแต่เพื่อนยังไม่พบเขาเท่านั้น พอเล่าถึงช่วงนี้ พี่เขาเงียบไปพักนึงค่ะ และพูดกลับมาว่า กว่าจะได้พบกับคนที่เราฝันมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนะ เราฟังแล้วใจหายเลยค่ะ ไม่คิดว่าพี่เขาจะคิดมากกับคำพูดของเรา เราเลยขอวางสาย พออีกวัน เราโทรไปใหม่ พี่เขาไม่รับและไม่โทรกลับ เรารู้สึกผิดขึ้นมานิดๆ
จนวันนั้น เราลงจากเครื่องบิน ได้เห็นข้อความของพี่เขาโทรมา เราเลยโทรกลับ พี่เขาโทรมาเล่าเรื่องงานที่เราเคยทำงานด้วยกันให้ฟัง พอดีเป็นช่วงว่างที่เราเดินทางไปประชุมจึงได้คุยกับพี่เขายาวชั่วโมงกว่า เราถือว่าเป็นการขอโทษที่เราพูดไม่คิดวันนั้น
จนปัจจุบัน เรากับพี่เขาก็คุยกันบ้าง ในเวลาที่เรามีปัญหา จะคอมค้าง ต่อไวไฟไม่ได้ พี่เขาจะหาทางแก้ไขปัญหาให้เราตลอด
เราสารภาพ เรามีบางความคิดที่เห็นแก่ตัว ว่า ก็เราไม่ได้คิดเกินเลยกับพี่เขา ไม่เคยรับอะไรนอกจากคำปรึกษา เวลามีบางคนถามว่า รู้ว่าเขาคิดยังไงกับตัวเอง ทำไมยังจะคุยกับเขาอีก
เรามีคำตอบให้ว่า เราเป็นพี่น้องกันแบบนี้มานาน เกือบจะยี่สิบปีแล้ว ไม่เคยคุยเรื่องส่วนตัวหรือคุยในทางชู้สาวเลย มีบ้างที่พี่เขาเล่าเรื่องส่วนตัวให้เราฟัง เช่นพี่เขาไปลงทุนเปิดร้าน ทำโน่นทำนี่ เราก็รับฟัง แต่ไม่เคยคุยเรื่องส่วนตัวให้พี่เขาฟังเลย เพราะเราคิดว่า ความสัมพันธ์ของเราสองคนควรมีระยะห่าง
ถามเพื่อนๆนะคะ ที่เราเล่ามายาวๆ อยากถามความเห็นว่า การคุยกันของเราและพี่ผู้ชายคนนี้ของเราเป็นสิ่งผิดหรือเปล่า เราจะยังคงรักษาความสัมพันธ์แบบนี้ต่อไปได้ไหมคะ
ตลอดเวลาที่ผ่านมา พอเลิกกับแฟน เราก็มีคนเข้ามาจีบบ้าง แต่พอเราบอกให้เป็นเพื่อน เป็นพี่น้อง หรือไม่แสดงอาการตอบรับความสัมพันธ์แบบนั้น ส่วนใหญ่เขาจะหายไป มีเพื่อนบางคนบล็อคเราทุกทาง เรายอมรับว่าร้องไห้ เพราะเสียดายความเป็นเพื่อน ความรู้สึกดีๆที่มีต่อกัน บางคนมาก็หายไป มีเหลือแค่พี่ชายคนนี้จริงๆที่อยู่กับเรามา
เราอยากมีพี่เขาเป็นพี่ชายไปตลอดค่ะ มันผิดไหมคะ เพื่อนบางคนบอกไม่ควร เพราะพี่เขามีครอบครัวแล้ว สงสารแฟนของพี่เขา แต่เราก็สงสารตัวเองค่ะ เพราะเราไม่เคยมีอะไรที่นอกลู่นอกทางกันเลย เราไม่เคยคิดอะไรที่มากไปกว่าพี่ชายและน้องสาว เราไม่เคยทำอะไรที่ให้ใครว่าได้ จับเนื้อต้องตัวก็ยังไม่เคยเลย
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็นนะคะ