ไม่รู้จะเริ่มยังไงนะคะ แต่จะพยายามอธิบายให้เข้าใจที่สุด นะคะ
เราเป็นเด็กผู้หญิงที่เกิดในครอบครัวชาวนามีพี่น้อง 4 คน ซึ่งเราเป็นผู้หญิงคนเดียว จึงถูกตากับยายรับอุปการะรับเลี้ยงตั้งแต่เด็กจนโตเรียนจบปริญาตรี ทำงานทุกวันนี้ก็เพราะตาและยายส่งเสียมาตลอด พอเราเริ่มทำงานได้ เริ่มมีกำลังทรัพย์บ้างเล็กน้อยทุกสิ้นเดือนก็จะพาตาไปซื้อของแห้ง เครื่องปรุงรส ข้าวสาร ซื้อในที่นี้คือ หลัก 2-3 พัน เราซื้อแบบ ให้ตาสามารอยู่ได้ทั้งเดือน โดยไม่อดอยาก ทำมาเรื่อยๆ ไม่มีได้รับปฏิกิริยาใดใด จนหมดสัญญากับบริษัทเก่า หรือตกงานนั้นแหละคะ555+ พอเราตกงาน การแสดงออกทางพฤติกรรมแปลกๆ เริ่มมา (อ่อลืมบอกไป ยายเราเสียแล้วหลังจากเกษียณอายุได้4ปี ตอนเกษียณอายุ ยายขอมาปลูกบ้านหลังน้อยๆ ที่เนื้อที่บ้านพ่อแม่ เพื่ออยู่3คน ตา ยาย หลาน แต่ก็มีให้สินน้ำใจกับทางคุณพ่อ คุณแม่นะคะ) เราเริ่มซื้อของน้อยลง เพราะกลัวเงินเก็บจะหมดก่อนจะได้เริ่มงานใหม่ เอาละเข้าเรื่อง 555+ เกริ่นเยอะมาก แล้วบ้านหลังน้อยของเรา ก็เหลือแค่ ตา กับ หลาน จนวันนึง ลูกชายคนเล็กของตากับยาย หรือน้าชาย จะขอมาอยู่ด้วยทำให้เราต้องสละห้องนอนเพื่อให้น้าชายนอนและเรากลับมานอนกับตา ซึ่งไม่เป็นอะไรอยู่แล้วโตมาจะ 30ปีแล้วก็นอนกับตามาตลอด จะกลับไปนอนอีกจะเป็นไรไป แต่ตามที่แจ้งไว้เบื้องต้นว่า บ้านหลังเล็กๆ หรือกระท่อมดีดีเนี่ยแหละ ประตรงประตุหน้าตามาจาก ฝีมือตาทั้งนั้นก็จะไม่มิดชิดเท่าไหร่ นี่เป็นการกลีบมาอยู่กับพี่น้องที่เป็นผู้ชายครั้งแรกแบบจริงจังในพื้นที่เดียวกันแต่บ้านคนละหลัง กลับมาเราตกงา555+ เราอยู่บ้านทุกวัน ไม่ได้ออกไปไหนเท่าไหร่ มีพาตา พาแม่ ไปทานข้าว หรือพาแม่ไปขายของตลาดนัดบ้าง ทำมาตลอด 3 เดือนที่ตกงาน จนมันมีเหตุที่ทำให้รู้สึกตั้งคำถามนี้มาแหละ คืนวันที่เกิดเหตุ เราได้รับข้อความทางเฟสจากน้องชายแท้ๆ ว่าขอมีอะไรด้วยส่งคลิปโป้มา แล้วใช้คำพูดที่น่ารังเกีลยดว่า" ขอนะ ขอสักครั้ง คิดว่าทำบุญให้หมา เข้าไปเลยนะตอนนี้ " ตามที่บอกตอนแรกว่าบ้านที่ตาสร้งเองจะไม่มิดชิดและปิดเท่าไหร่ เราเลยรีบหาแม่กุญแจมาล็อคประตูเหล็กดัดที่เป็นแฮนเมคฝีมือตาเราเอง ความแข็งแรงจะไม่ค่อยแน่นหนาเท่าไหร่ TT หลังจากนั้น มันมาวนเวียนหน้าบ้าน วนไปวนมา บอกให้เราเปิดประตู เรากลัวโวยวาย ละถ้ามันคลั่ง ตาจะเป็นอันตรายเพราะอายุตามากแล้วจะ 90แล้ว เราล็อค เรานอนร้องไห้ทั้งคืนจนเช้า แม่มาเรียกเราให้เราพาไปเอาของเนื่องจากเรามีรถยนต์ กลางเก่ากลางใหม่ ไว้พาตาไปไหน เราเลยเล่าให้แม่ฟัง คิดว่าท่านน่าจะทำอะไรสักอย่าง อ่านทุกประโยคให้ฟัง พอเราอ่านจบ เงยหน้ามองแม่ สิ่งแรกที่เห็นและได้ยิน แม่เราขำ ขำกับสิ่งที่เราเจอ จังหวะนั้นเราช็อคมาก ว่าอะไรเกิดอะไรขึ้นทำไม แม่ขำเหมือนเรื่องตลก แล้วแม่ก็จบประโยคด้วยคำว่า อย่าไปบอกใครละเดี๋ยวมันตะเลิดเฉยๆไว้ แม่ยืนยันที่จะไม่ให้เราบอกพ่อ ไม่ให้บอกใคร เพราะกลัวน้องชายอายที่ทำแบบนั้นแล้วจะตะเลิดออกจากบ้านไป ซึ่งในจุดนั้นเราไม่รู้เลยอม่คิดอะไร แต่แม่จะย้ำเสมอๆ ว่าอย่าไปเล่าให้ใครฟัง จนเราอึดอัด เราไปเล่าให้ตาฟัง เราไม่ไหวแล้วจริงๆ ตาบอกว่าทำไมไม่บอก

แล้วก็พูดว่า แม่ต้องรอให้มันทำอะไรก่อนหรอถึงจะแก้ปัญหา ตาเลยให้เราไปอยู่บ้านเพื่อนสนิทก่อน ซึ่งสนิทมาก สนิทถึงคุณแม่เพื่อน แต่ก็นั้นแหละ เร่จะไปขออยู่บ้านเพื่อนโดยไม่มีเหตุผล ฟังดูตลก เลยตัดสินใจเรา แม่เพื่อนเราเลยพูดว่าอยู่มันที่นี่แหละ ไม่ต้องกลับละบ้าน ต้องรอให้ใครเป็นไรก่อนหรอ หลังจากนั้นที่เรามานอนบ้านเพื่อน แม่พยายาม จะหาเรื่องว่าเราเสมอๆ ไม่มีรถขายของเอย ไม่มีรถไปเอาของเอย ทั้งที่ ที่บ้านพี่ชายมีรถ คุณพ่อมีรถ มาว่าเราให้ตาฟัง ตาก็เคลียด แต่ตสก็ทำไม่รู้นะว่า เกิดอะไรขึ้น จนมีวันนึงเรากลับบ้านไปรับตาไปซื้อของ แล้วด้วยอากาศร้อนเราอาบน้ำ เรานุ่งผ้าขนหนู ย้ำนะว่าผ้าขนหนูในบ้าน แต่ตาหลับ สิ่งที่เจอคือ น้องชายเดินปรี่เข้ามาข้างหลังเราระยะประชิดแล้ว พอเราหันไป เราตะโกนเรียกตา พอตาลืมตา น้องชายเราก็พูดแก้ต่างกับตา โดยแกล้งถามว่า มีฆ้อนไหม ถ้าตาไม่อยู่เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเรา เรา พอเราได้งาน เราเลยขอตาไปพักที่ห้องพักใกล้ที่ทำงาน ตาเห็นด้วย ทำให้การปฏิบัติอะไรของเราที่เคยทำกับตา อาจไม่สมบรูณ์เหมือนตอนที่อยู่บ้านเท่าไหร่ ของก็ต้องซื้อคนละครึ่ง เพื่อใช้ชีวิตระหว่างเดือน ของทั้งคู่ มีเวลาพาเที่ยวน้อยลงเหลือเดือนละครั่ง หรือ 2 เดือนครั้ง แต่จะทำตลอด จนมาช่วงตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา 63 เราว่าเราไม่คิดไปเองแล้ว แม่พยายามพูดว่าเรา สาระพัดให้ตาฟัง ว่าทำงานดีมีเงินไง เลยหายหัว ทั้งที่บ้านก็กลับ แต่ การพาเที่ยวอาจลดน้อยลง ต้องบอกก่อน ทุกครั้งที่พาตาไป แม่จะไปด้วยตลอด และเอาลูกสาวของลูกชายคนเล็กไปด้วย ใช่!!! อ่านไม่ผิดน้องชายคนเล็กมีลูกแล้ว อาจจะเป็นเพราะเหตุผลที่น้องชายมีลูกแม่ถึงปล่อยให้เราเสียความรู้สึกโดยที่ไม่สามารถพูดหรือระบายกับใครได้เลย เพราะแม่ไม่ให้บอกใคร กลับมาที่ชอบพูดว่าเราให้ตาฟัง จนมาเดือนล่าสุด มันมีวันหยุด ศ ส อ ติด อะเราก็ตั้งใจว่าจะไปหาตา แต่แว๊ะตลาดก่อน เพื่อนที่จะตุนอาหารสด ของสด พวกเนื้อหมู เนื้อไก่ไว้ให้ตา ถึงบ้านจะได้พาไปไหนกัน แต่ไม่ทันไรมีเสียงโทรศัพท์เข้า เบอร์แม่ พอเรารับ แม่ถามเราอยู่ไหน เราบอกมาซื้อของที่ตลาด สิ่งที่ได้ยินกลับมา คือ เอ้า!!! กูนึกว่าจะกลับบ้านก่อน เราเลยตอบกลับไป ว่า กลับ แต่ขอซื้อของก่อน ละนี่เพิ่ง 11:00 เอง เท่ารั้นแหละ แม่ตัดสาย และลงรูปตาเรา ท่าคนแก่ ถ้าเป็นคนนอก คือแบบคนแก่คนนี้น่าสงสาร แล้วลงแคปชั่นว่า คนแก่อายุ 80+ รออะไร แล้วญาติพี่น้องก็เข้ามา ถามหลาน หลานไม่กลับบ้านหรอ หลานอยู่ไหน ? พอเราอ่าน ละเราเสียความรู้สึกมากคือเราตั้งใจจะไปหา และเราก็ไปหาอยู่แล้ว แทบทุกอาทิตย์ ข้าวของก็จัดการทุกสิ้นเดือน แต่จะพยายามเอาตามาเป็นข้ออ้างในทุกๆอย่าง ตาจะไปนั้น ตาจะไปนี่ ทุกๆครั้งที่ผ่านมา เราอดทน เราเก็บมาตลอด เพราะเรารู้ตัวอยู่แล้ว ถ้าจะบ้านแตก หรือมีปัญหา เราไม่ใช่คนที่ถูกเลือกแน่ๆ เราเลยอดทนเพราะเป็นห่วงตา แต่กลับกัน แม่จะเลี้ยงผู้ชายอย่างกะราชา แต่เราผู้หญิงต้องทำทุกอย่าง ที่ผู้ชายไม่ต้องทำ ขนของ ขายของ พาครอบครัวเที่ยง พาซื้อของ ทุกอย่าง แต่พอวันนึงเราบกพร่อง ด่าเราไม่เหลือดี มีประโยคนึง ที่เราฟังละเสียใจที่สุด แม่พูดกับตา ว่า หนูจะไม่เลี้ยงหลานให้เป็นอย่างอี...ซึ่งคือเรา แม่เรียกเราขึ้นอี ทุกครั้งที่แม่ไม่พอใจ
คำว่า "แม่"ลำเอียงมีอยู่จริงไหม หรือเราคิดไปเอง
เราเป็นเด็กผู้หญิงที่เกิดในครอบครัวชาวนามีพี่น้อง 4 คน ซึ่งเราเป็นผู้หญิงคนเดียว จึงถูกตากับยายรับอุปการะรับเลี้ยงตั้งแต่เด็กจนโตเรียนจบปริญาตรี ทำงานทุกวันนี้ก็เพราะตาและยายส่งเสียมาตลอด พอเราเริ่มทำงานได้ เริ่มมีกำลังทรัพย์บ้างเล็กน้อยทุกสิ้นเดือนก็จะพาตาไปซื้อของแห้ง เครื่องปรุงรส ข้าวสาร ซื้อในที่นี้คือ หลัก 2-3 พัน เราซื้อแบบ ให้ตาสามารอยู่ได้ทั้งเดือน โดยไม่อดอยาก ทำมาเรื่อยๆ ไม่มีได้รับปฏิกิริยาใดใด จนหมดสัญญากับบริษัทเก่า หรือตกงานนั้นแหละคะ555+ พอเราตกงาน การแสดงออกทางพฤติกรรมแปลกๆ เริ่มมา (อ่อลืมบอกไป ยายเราเสียแล้วหลังจากเกษียณอายุได้4ปี ตอนเกษียณอายุ ยายขอมาปลูกบ้านหลังน้อยๆ ที่เนื้อที่บ้านพ่อแม่ เพื่ออยู่3คน ตา ยาย หลาน แต่ก็มีให้สินน้ำใจกับทางคุณพ่อ คุณแม่นะคะ) เราเริ่มซื้อของน้อยลง เพราะกลัวเงินเก็บจะหมดก่อนจะได้เริ่มงานใหม่ เอาละเข้าเรื่อง 555+ เกริ่นเยอะมาก แล้วบ้านหลังน้อยของเรา ก็เหลือแค่ ตา กับ หลาน จนวันนึง ลูกชายคนเล็กของตากับยาย หรือน้าชาย จะขอมาอยู่ด้วยทำให้เราต้องสละห้องนอนเพื่อให้น้าชายนอนและเรากลับมานอนกับตา ซึ่งไม่เป็นอะไรอยู่แล้วโตมาจะ 30ปีแล้วก็นอนกับตามาตลอด จะกลับไปนอนอีกจะเป็นไรไป แต่ตามที่แจ้งไว้เบื้องต้นว่า บ้านหลังเล็กๆ หรือกระท่อมดีดีเนี่ยแหละ ประตรงประตุหน้าตามาจาก ฝีมือตาทั้งนั้นก็จะไม่มิดชิดเท่าไหร่ นี่เป็นการกลีบมาอยู่กับพี่น้องที่เป็นผู้ชายครั้งแรกแบบจริงจังในพื้นที่เดียวกันแต่บ้านคนละหลัง กลับมาเราตกงา555+ เราอยู่บ้านทุกวัน ไม่ได้ออกไปไหนเท่าไหร่ มีพาตา พาแม่ ไปทานข้าว หรือพาแม่ไปขายของตลาดนัดบ้าง ทำมาตลอด 3 เดือนที่ตกงาน จนมันมีเหตุที่ทำให้รู้สึกตั้งคำถามนี้มาแหละ คืนวันที่เกิดเหตุ เราได้รับข้อความทางเฟสจากน้องชายแท้ๆ ว่าขอมีอะไรด้วยส่งคลิปโป้มา แล้วใช้คำพูดที่น่ารังเกีลยดว่า" ขอนะ ขอสักครั้ง คิดว่าทำบุญให้หมา เข้าไปเลยนะตอนนี้ " ตามที่บอกตอนแรกว่าบ้านที่ตาสร้งเองจะไม่มิดชิดและปิดเท่าไหร่ เราเลยรีบหาแม่กุญแจมาล็อคประตูเหล็กดัดที่เป็นแฮนเมคฝีมือตาเราเอง ความแข็งแรงจะไม่ค่อยแน่นหนาเท่าไหร่ TT หลังจากนั้น มันมาวนเวียนหน้าบ้าน วนไปวนมา บอกให้เราเปิดประตู เรากลัวโวยวาย ละถ้ามันคลั่ง ตาจะเป็นอันตรายเพราะอายุตามากแล้วจะ 90แล้ว เราล็อค เรานอนร้องไห้ทั้งคืนจนเช้า แม่มาเรียกเราให้เราพาไปเอาของเนื่องจากเรามีรถยนต์ กลางเก่ากลางใหม่ ไว้พาตาไปไหน เราเลยเล่าให้แม่ฟัง คิดว่าท่านน่าจะทำอะไรสักอย่าง อ่านทุกประโยคให้ฟัง พอเราอ่านจบ เงยหน้ามองแม่ สิ่งแรกที่เห็นและได้ยิน แม่เราขำ ขำกับสิ่งที่เราเจอ จังหวะนั้นเราช็อคมาก ว่าอะไรเกิดอะไรขึ้นทำไม แม่ขำเหมือนเรื่องตลก แล้วแม่ก็จบประโยคด้วยคำว่า อย่าไปบอกใครละเดี๋ยวมันตะเลิดเฉยๆไว้ แม่ยืนยันที่จะไม่ให้เราบอกพ่อ ไม่ให้บอกใคร เพราะกลัวน้องชายอายที่ทำแบบนั้นแล้วจะตะเลิดออกจากบ้านไป ซึ่งในจุดนั้นเราไม่รู้เลยอม่คิดอะไร แต่แม่จะย้ำเสมอๆ ว่าอย่าไปเล่าให้ใครฟัง จนเราอึดอัด เราไปเล่าให้ตาฟัง เราไม่ไหวแล้วจริงๆ ตาบอกว่าทำไมไม่บอก