ประจักษ์ มองศึกในพปชร. ทำบิ๊กป้อมต้องคุมเอง ชี้ มาจริง ครหาพรรคทหารกลับมาแน่
https://www.matichon.co.th/politics/news_2187853
ผศ.ดร.
ประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ผ่านเพจ The politics ข่าวบ้าน การเมือง ในเครือมติชน ถึงสภาพการเมืองในช่วงหลังโควิด 19 โดยมองว่า ปัญหาในพรรคพลังประชารัฐ จะเป็นปัญหาใหญ่ในช่วงหลังจากนี้ และ จะทำให้พล.อ.
ประวิตร วงศ์สุวรรณ เป็นเป้า ผศ.ดร.
ประจักษ์ กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐเอง เป็นเรือที่กำลังจะง่อนแง่น คนเซอร์ไพรส์ที่ท่ามกลางวิกฤต พรรคพลังประชารัฐการกลับมาทะเลาะกันเอง แตกเป็นหลายมุ้ง สะท้อนบทบาทของพรรคแบบนี้ในอดีต จริงๆ ก็อยู่ไม่นาน เราเคยเห็นพรรคสามัคคีธรรม เสรีมนังคศิลา สมัยจอมพล.ป. จอมพล
ถนอม เป็นพรรคแบบเฉพาะกิจ ที่แตกง่าย ทะเลาะกันง่าย ไม่ได้มีอะไรร่วมกันสักเท่าไหร่
“เราก็เห็นเลยว่า มันกลับมาแตกกันอีกครั้ง หากพล.อ.ประวิตร มาคุมพรรคเองจริงๆ กลุ่มที่เสียอำนาจไป จะเอาเขาไปไว้ที่ไหน แล้วจะคุมกันอยู่หรือไม่ อันนี้เป็นประเด็นที่น่าจับตา แสดงว่าต้องแตกแยกกันมากจริงๆ ถึงได้มาทะเลาะกันในช่วงที่โรคยังระบาดอยู่ ขณะโรคระบาดยังร้อนแรง ยังมีเวลายังมาทะเลาะกัน เป็นโจทย์ที่ไม่ง่าย และท้าทายรัฐบาล”
“การที่พล.อ.ประวิตรมาคุม อาจจะทำให้คุมง่ายขึ้น แต่ก็จะทำให้พล.อ.ประวิตร กลายเป็นเป้าโดยตรง จะทำให้วาทกรรมที่ พรรคนี้ที่ถูกเรียกว่าเป็นพรรคทหาร หรือพรรคคสช. มันชัดยิ่งขึ้น เป็นการสืบทอดอำนาจโดยชัดเจน”
“ก่อนหน้านั้นไปเอาเทคโนแครต นายอุตตม สาวนายน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ให้เป็นภาพพลเรือน นึกถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า ก็จะเป็นพล.อ.ประวิตร เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ แล้วโหวตรับรองโดยวุฒิสภา ซึ่งมีผู้บัญชาการเหล่าทัพคุมอยู่ จะยิ่งชัดเจนเรื่องการสืบทอดอำนาจ และเป็นพรรคทหาร ปัญหาคือ หากพล.อ.ประวิตร ไม่มาคุมเอง ก็มีโอกาสที่พรรคจะแตก จึงกล่าวได้ว่า พรรคพลังประชารัฐ มีโจทย์หนักมากที่สุด” ผศ.ดร.
ประจักษ์ กล่าว
https://www.facebook.com/ThePoliticsByMatichon/
จุดเทียนรำลึก 10 ปีน้องเฌอ เหยื่อสังหารบนฟุตปาธ เหตุการณ์พฤษภา 53
https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_4138088
จุดเทียนรำลึก 10 ปีน้องเฌอ เหยื่อสังหารบนฟุตปาธ เหตุการณ์พฤษภา 53
จุดเทียนรำลึก 10 ปีน้องเฌอ - เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 15 พ.ค.2563 นาย
พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ และนาง
สุมาพร ศรีเทพ พ่อแม่ผู้สูญเสียลูกชาย นาย
สมาพันธ์ ศรีเทพ หรือ น้อง
เฌอ วัย 17 ปี ในเหตุการณ์สลายการชุมนุม ปี 2553 ทำพิธีรำลึกครบ 10 ปีที่ลูกชายถูกยิงสังหาร บริเวณ "
หมุดน้องเฌอ" บนฟุตปาธระหว่างซอยราชปรารภ 18-20 แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี
พิธีรำลึกครั้งนี้ มี นาย
อานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน นาง
พะเยาว์ อัคฮาด ผู้สูญเสียลูกสาวในเหตุเดือนพฤษภา 53 พร้อมผู้เข้าร่วมคนอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง ร่วมกันจุดเทียน วางดอกไม้ พวงมาลัย เพื่อรำลึกครบรอบ 10 ปีการเสียชีวิตของน้องเฌอ
นาย
พันธ์ศักดิ์กล่าวว่า ปกติการจัดงานรำลึกถึงน้องเฌอ ปกติจะมีอุปสรรคจากฝ่ายความมั่นคงมากกว่า แต่ในวันนี้มีอุปสรรคจากสาธารณสุข ซึ่งก็ไม่ได้โทษเขาเพราะว่ามีความจำเป็นที่จะต้องรักษาระยะห่าง จึงไม่ได้มีการจัดกิจกรรมอะไร เป็นเรื่องเป็นราว
"พ่อแม่มาที่นี่ทุกปี เคยพูดมาก่อนหน้านี้หลายครั้งแล้ว ว่าท้องที่สน.พญาไท ซึ่งเป็นเจ้าของคดี เตรียมโอนสำนวนคดีให้ดีเอสไอ แต่เกิดรัฐประหารก่อน เรื่องก็เลยเงียบหายกันไป และมีนายทหารยศพลเอกนายหนึ่งที่ใหญ่มากพยายามจะทำให้เป็นคดีดำ โดยจะทำให้ไม่เห็นว่าผู้ใดเป็นคนฆ่า"
พ่อน้อง
เฌอกล่าวด้วยว่า การที่ยังต่อสู้มายาวนานโดยไม่ยอมแพ้ ความไม่ยอมแพ้ไม่ใช่ความดื้อด้าน แต่มีพยานและหลักฐานมัดอยู่ ทำไมคนถึงตายต่อเนื่องเดือนกว่าๆ เกือบร้อยหลาย ตั้งแต่ วันที่ 10 เมษายนถึง 19 พฤษภาคม แสดงให้เห็นว่าไม่ใช่ความผิดพลาดของฝ่ายปฏิบัติการ แต่มาจากผู้กำหนดนโยบาย
"ถ้าเราไม่มีการดำเนินการทางกระบวนการยุติธรรม ไต่สวนหาความยุติธรรมให้กับผู้ตายหรือบาดเจ็บ หาผู้กระทำความผิด ต่อไปเมื่อมีการชุมนุม ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ผู้ชุมนุมก็อาจจะเสียชีวิตได้ง่ายเพราะในระดับผู้ปฏิบัติการ ลงมืออย่างย่ามใจ เป็นการเลียนแบบกันไปเพราะเห็นแล้วว่าฆ่าคนตายก็ไม่ต้องรับโทษไม่ต้องติดคุก"
"การต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมให้กับลูกหลาน มันเป็นการมองไปข้างหน้าว่าจะทำอย่างไร ที่จะป้องกันไม่ให้ผู้มีอำนาจ ใช้อำนาจกับประชาชนที่มาเรียกร้องความเป็นธรรม เรียกร้องเสรีภาพ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เห็นท่าทีที่ชัดเจนของรัฐบาล ไม่ว่ารัฐบาลไหนว่าจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร ไม่เคยสนใจที่จะทำเรื่องนี้"
นาย
พันธ์ศักดิ์ยังพูดรำลึกถึงน้อง
เฌอในวัย 17 ปี ซึ่งเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ว่าพ่อแม่ต่างเสียใจ และกลับมานั่งคิดทบทวนเรียนรู้ว่าในวัยของน้องเฌอมีแอคชั่นเยอะ ในยุคแรกของการชุมนุมคนเสื้อแดง เฌอจะมาถามตนตลอดว่าไปชุมนุมได้ไหม เขาจะจำหน้าได้หรือเปล่า ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นการ์ดพันธมิตรอยู่ที่รั้วใส่หมวกอยู่ตลอดเวลา ตนก็บอกว่าถ้าเห็นว่าเป็นการชุมนุมที่ถูกต้องก็ไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศของกิจกรรมนี้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารนอกเครื่องแบบจำนวนหนึ่งมาสังเกตการณ์
#หมอก้อง ติดเทรนด์ข้ามวัน ชาวเน็ตขุดคอมเมนต์เก่า ไม่ฮาแถมพาดรามา ลามถึง หมาก-รัศมีแข
https://www.matichon.co.th/social/news_2187947
โดนอีกระลอก #หมอก้อง ติดเทรนด์ข้ามวัน ชาวเน็ตขุดคอมเมนต์เก่า ไม่ฮาแถมพาดรามา ลามถึง หมาก-รัศมีแข
กลายเป็นประเด็นดรามาข้ามวันข้ามคืน เมื่อ หมอ
ก้อง สรวิชญ์ งานงอก หลังไปคอมเมนต์ใต้โพสต์รูปภาพของนางเอกสาว
เบลลา ราณี ที่ถ่ายรูปกับควายในฉากที่เธอร่วมแสดงภาพยนต์ เรื่องในวันอนุรักษ์ควายไทย ว่า “
เฮ้ยยยย ในรูปมีควายกี่ตัว” และ “
ช่วงนี้เบลอๆ มองเร็วๆเห็น2 555”
อ่านข่าว : หมอก้องงานเข้า โดนแฟนคลับเบลล่าถล่ม หลังบอกเห็นควาย 2 ตัวในรูป
จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า ไม่เหมาะสม เป็นการเล่นมุกที่ไม่ถูกจังหวะหรือไม่? และนำไปสู่ประเด็นดรามาในที่สุด
ทั้งนี้ ชาวเน็ตยังได้แสดงความคิดเห็นต่อประเด็นดังกล่าว ผ่านการติดแฮชแท็ก
#หมอก้อง จนติดเทรนด์ทวิตเตอร์ข้ามวัน บางส่วนยังได้นำเสนอข้อความที่หมอก้องไปคอมเมนต์เพื่อนๆ ดาราในช่วงที่ผ่านมา โดยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในประเด็นเรื่องความเหมาะสมในการใช้คำ แม้จะสนิทกันแต่แรงไปหรือไม่ รวมไปถึงทัศนคติที่แสดงผ่านข้อความ
อาทิ คอมเมนต์ใต้โพสต์ของ หมาก ปริญ ที่โพสต์รูปคู่กับสุนัขว่า “
ในรูปมีหมากี่ตัว” หรือคอมเมนต์ใต้รูปของ
รัศมีแข ซึ่งถ่ายรูปคู่กับคนรักว่า “
ผัวหรือเมีย เอาให้แน่” และเมื่อ
รัศมีแขโพสต์แคมเปญหยุดบูลลีเรื่องรูปลักษณ์ สีผิว หมอ
ก้องก็ได้คอมเมนต์ว่า “
อยู่ที่ตัวเราน้องดำ”
อย่างไรก็ตาม หลายคนก็มองว่าเป็นสไตล์ของนักแสดงหนุ่มที่ชอบเล่นมุกอยู่แล้ว ซึ่งเจ้าตัวก็ยังไม่ออกมาเคลื่อนไหวอะไรหลังจากมีดรามานี้
JJNY : ประจักษ์มองศึกพปชร./รำลึก10ปีน้องเฌอ/#หมอก้อง/บินไทยจ่อลดเงินเดือนพนง./ทั่วโลกป่วยโควิดพุ่ง4.6ล.
https://www.matichon.co.th/politics/news_2187853
ผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ผ่านเพจ The politics ข่าวบ้าน การเมือง ในเครือมติชน ถึงสภาพการเมืองในช่วงหลังโควิด 19 โดยมองว่า ปัญหาในพรรคพลังประชารัฐ จะเป็นปัญหาใหญ่ในช่วงหลังจากนี้ และ จะทำให้พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ เป็นเป้า ผศ.ดร.ประจักษ์ กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐเอง เป็นเรือที่กำลังจะง่อนแง่น คนเซอร์ไพรส์ที่ท่ามกลางวิกฤต พรรคพลังประชารัฐการกลับมาทะเลาะกันเอง แตกเป็นหลายมุ้ง สะท้อนบทบาทของพรรคแบบนี้ในอดีต จริงๆ ก็อยู่ไม่นาน เราเคยเห็นพรรคสามัคคีธรรม เสรีมนังคศิลา สมัยจอมพล.ป. จอมพลถนอม เป็นพรรคแบบเฉพาะกิจ ที่แตกง่าย ทะเลาะกันง่าย ไม่ได้มีอะไรร่วมกันสักเท่าไหร่
“เราก็เห็นเลยว่า มันกลับมาแตกกันอีกครั้ง หากพล.อ.ประวิตร มาคุมพรรคเองจริงๆ กลุ่มที่เสียอำนาจไป จะเอาเขาไปไว้ที่ไหน แล้วจะคุมกันอยู่หรือไม่ อันนี้เป็นประเด็นที่น่าจับตา แสดงว่าต้องแตกแยกกันมากจริงๆ ถึงได้มาทะเลาะกันในช่วงที่โรคยังระบาดอยู่ ขณะโรคระบาดยังร้อนแรง ยังมีเวลายังมาทะเลาะกัน เป็นโจทย์ที่ไม่ง่าย และท้าทายรัฐบาล”
“การที่พล.อ.ประวิตรมาคุม อาจจะทำให้คุมง่ายขึ้น แต่ก็จะทำให้พล.อ.ประวิตร กลายเป็นเป้าโดยตรง จะทำให้วาทกรรมที่ พรรคนี้ที่ถูกเรียกว่าเป็นพรรคทหาร หรือพรรคคสช. มันชัดยิ่งขึ้น เป็นการสืบทอดอำนาจโดยชัดเจน”
“ก่อนหน้านั้นไปเอาเทคโนแครต นายอุตตม สาวนายน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ให้เป็นภาพพลเรือน นึกถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า ก็จะเป็นพล.อ.ประวิตร เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ แล้วโหวตรับรองโดยวุฒิสภา ซึ่งมีผู้บัญชาการเหล่าทัพคุมอยู่ จะยิ่งชัดเจนเรื่องการสืบทอดอำนาจ และเป็นพรรคทหาร ปัญหาคือ หากพล.อ.ประวิตร ไม่มาคุมเอง ก็มีโอกาสที่พรรคจะแตก จึงกล่าวได้ว่า พรรคพลังประชารัฐ มีโจทย์หนักมากที่สุด” ผศ.ดร.ประจักษ์ กล่าว
https://www.facebook.com/ThePoliticsByMatichon/
จุดเทียนรำลึก 10 ปีน้องเฌอ เหยื่อสังหารบนฟุตปาธ เหตุการณ์พฤษภา 53
https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_4138088
จุดเทียนรำลึก 10 ปีน้องเฌอ เหยื่อสังหารบนฟุตปาธ เหตุการณ์พฤษภา 53
จุดเทียนรำลึก 10 ปีน้องเฌอ - เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 15 พ.ค.2563 นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ และนางสุมาพร ศรีเทพ พ่อแม่ผู้สูญเสียลูกชาย นายสมาพันธ์ ศรีเทพ หรือ น้องเฌอ วัย 17 ปี ในเหตุการณ์สลายการชุมนุม ปี 2553 ทำพิธีรำลึกครบ 10 ปีที่ลูกชายถูกยิงสังหาร บริเวณ "หมุดน้องเฌอ" บนฟุตปาธระหว่างซอยราชปรารภ 18-20 แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี
พิธีรำลึกครั้งนี้ มี นายอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน นางพะเยาว์ อัคฮาด ผู้สูญเสียลูกสาวในเหตุเดือนพฤษภา 53 พร้อมผู้เข้าร่วมคนอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง ร่วมกันจุดเทียน วางดอกไม้ พวงมาลัย เพื่อรำลึกครบรอบ 10 ปีการเสียชีวิตของน้องเฌอ
นายพันธ์ศักดิ์กล่าวว่า ปกติการจัดงานรำลึกถึงน้องเฌอ ปกติจะมีอุปสรรคจากฝ่ายความมั่นคงมากกว่า แต่ในวันนี้มีอุปสรรคจากสาธารณสุข ซึ่งก็ไม่ได้โทษเขาเพราะว่ามีความจำเป็นที่จะต้องรักษาระยะห่าง จึงไม่ได้มีการจัดกิจกรรมอะไร เป็นเรื่องเป็นราว
"พ่อแม่มาที่นี่ทุกปี เคยพูดมาก่อนหน้านี้หลายครั้งแล้ว ว่าท้องที่สน.พญาไท ซึ่งเป็นเจ้าของคดี เตรียมโอนสำนวนคดีให้ดีเอสไอ แต่เกิดรัฐประหารก่อน เรื่องก็เลยเงียบหายกันไป และมีนายทหารยศพลเอกนายหนึ่งที่ใหญ่มากพยายามจะทำให้เป็นคดีดำ โดยจะทำให้ไม่เห็นว่าผู้ใดเป็นคนฆ่า"
พ่อน้องเฌอกล่าวด้วยว่า การที่ยังต่อสู้มายาวนานโดยไม่ยอมแพ้ ความไม่ยอมแพ้ไม่ใช่ความดื้อด้าน แต่มีพยานและหลักฐานมัดอยู่ ทำไมคนถึงตายต่อเนื่องเดือนกว่าๆ เกือบร้อยหลาย ตั้งแต่ วันที่ 10 เมษายนถึง 19 พฤษภาคม แสดงให้เห็นว่าไม่ใช่ความผิดพลาดของฝ่ายปฏิบัติการ แต่มาจากผู้กำหนดนโยบาย
"ถ้าเราไม่มีการดำเนินการทางกระบวนการยุติธรรม ไต่สวนหาความยุติธรรมให้กับผู้ตายหรือบาดเจ็บ หาผู้กระทำความผิด ต่อไปเมื่อมีการชุมนุม ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ผู้ชุมนุมก็อาจจะเสียชีวิตได้ง่ายเพราะในระดับผู้ปฏิบัติการ ลงมืออย่างย่ามใจ เป็นการเลียนแบบกันไปเพราะเห็นแล้วว่าฆ่าคนตายก็ไม่ต้องรับโทษไม่ต้องติดคุก"
"การต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมให้กับลูกหลาน มันเป็นการมองไปข้างหน้าว่าจะทำอย่างไร ที่จะป้องกันไม่ให้ผู้มีอำนาจ ใช้อำนาจกับประชาชนที่มาเรียกร้องความเป็นธรรม เรียกร้องเสรีภาพ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เห็นท่าทีที่ชัดเจนของรัฐบาล ไม่ว่ารัฐบาลไหนว่าจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร ไม่เคยสนใจที่จะทำเรื่องนี้"
นายพันธ์ศักดิ์ยังพูดรำลึกถึงน้องเฌอในวัย 17 ปี ซึ่งเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ว่าพ่อแม่ต่างเสียใจ และกลับมานั่งคิดทบทวนเรียนรู้ว่าในวัยของน้องเฌอมีแอคชั่นเยอะ ในยุคแรกของการชุมนุมคนเสื้อแดง เฌอจะมาถามตนตลอดว่าไปชุมนุมได้ไหม เขาจะจำหน้าได้หรือเปล่า ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นการ์ดพันธมิตรอยู่ที่รั้วใส่หมวกอยู่ตลอดเวลา ตนก็บอกว่าถ้าเห็นว่าเป็นการชุมนุมที่ถูกต้องก็ไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศของกิจกรรมนี้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารนอกเครื่องแบบจำนวนหนึ่งมาสังเกตการณ์
#หมอก้อง ติดเทรนด์ข้ามวัน ชาวเน็ตขุดคอมเมนต์เก่า ไม่ฮาแถมพาดรามา ลามถึง หมาก-รัศมีแข
https://www.matichon.co.th/social/news_2187947
โดนอีกระลอก #หมอก้อง ติดเทรนด์ข้ามวัน ชาวเน็ตขุดคอมเมนต์เก่า ไม่ฮาแถมพาดรามา ลามถึง หมาก-รัศมีแข
กลายเป็นประเด็นดรามาข้ามวันข้ามคืน เมื่อ หมอก้อง สรวิชญ์ งานงอก หลังไปคอมเมนต์ใต้โพสต์รูปภาพของนางเอกสาว เบลลา ราณี ที่ถ่ายรูปกับควายในฉากที่เธอร่วมแสดงภาพยนต์ เรื่องในวันอนุรักษ์ควายไทย ว่า “เฮ้ยยยย ในรูปมีควายกี่ตัว” และ “ช่วงนี้เบลอๆ มองเร็วๆเห็น2 555”
อ่านข่าว : หมอก้องงานเข้า โดนแฟนคลับเบลล่าถล่ม หลังบอกเห็นควาย 2 ตัวในรูป
จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า ไม่เหมาะสม เป็นการเล่นมุกที่ไม่ถูกจังหวะหรือไม่? และนำไปสู่ประเด็นดรามาในที่สุด
ทั้งนี้ ชาวเน็ตยังได้แสดงความคิดเห็นต่อประเด็นดังกล่าว ผ่านการติดแฮชแท็ก #หมอก้อง จนติดเทรนด์ทวิตเตอร์ข้ามวัน บางส่วนยังได้นำเสนอข้อความที่หมอก้องไปคอมเมนต์เพื่อนๆ ดาราในช่วงที่ผ่านมา โดยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในประเด็นเรื่องความเหมาะสมในการใช้คำ แม้จะสนิทกันแต่แรงไปหรือไม่ รวมไปถึงทัศนคติที่แสดงผ่านข้อความ
อาทิ คอมเมนต์ใต้โพสต์ของ หมาก ปริญ ที่โพสต์รูปคู่กับสุนัขว่า “ในรูปมีหมากี่ตัว” หรือคอมเมนต์ใต้รูปของ รัศมีแข ซึ่งถ่ายรูปคู่กับคนรักว่า “ผัวหรือเมีย เอาให้แน่” และเมื่อรัศมีแขโพสต์แคมเปญหยุดบูลลีเรื่องรูปลักษณ์ สีผิว หมอก้องก็ได้คอมเมนต์ว่า “อยู่ที่ตัวเราน้องดำ”
อย่างไรก็ตาม หลายคนก็มองว่าเป็นสไตล์ของนักแสดงหนุ่มที่ชอบเล่นมุกอยู่แล้ว ซึ่งเจ้าตัวก็ยังไม่ออกมาเคลื่อนไหวอะไรหลังจากมีดรามานี้