ฝ่ายค้านหวังจ่ายเยียวยาเกษตรกรไม่วุ่นวายเหมือน5พัน
https://www.innnews.co.th/politics/news_674475/
นาย
ชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงการท้วงติงการลงทะเบียนเกษตรกรเพิ่มเพื่อรับเยียวยา ว่าขณะนี้ยังคงเหมือนเดิม ยังไม่มีการแก้ไขใดๆ ซึ่งเท่าที่ทราบมาคือจะต้องให้เกษตรกรหว่านกล้า หรือปลูกก่อนภายใน 15 วัน จึงจะขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกรได้ และจะมีการขยายเวลาออกไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม ทั้งนี้ส่วนตัวมองว่า การให้เยียวยาหลังสุด เป็นสิ่งที่ไม่เป็นธรรมกับเกษตรกร รัฐบาลควรจะจัดระบบการทำงานให้สมดุล เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม เพราะประชาชนทุกคนต่างการได้รับความเดือดร้อนเหมือนกันทั้งหมด
ทั้งนี้นาย
ชวลิต กล่าวต่อว่าขณะนี้รัฐบาลกำลังเดินตามหลังปัญหา อย่างเช่น การรับเรื่องร้องเรียนอะไรต่างๆ ก็เพิ่งมาเปิด ซึ่งถ้าหากทำตามที่ได้เคยแนะนำไปตั้งแต่ต้น โดยให้ใช้เครือข่ายของกระทรวงมหาดไทยในการที่จะตรวจสอบข้อมูล รับเรื่องร้องเรียนต่างๆ ก็จะช่วยคลี่คลายปัญหาต่างๆ ได้ ดังนั้นตนก็ไม่แน่ใจว่า การเยียวยาจะได้ชื่อว่าเยียวยาหรือไม่ เพราะการเยียวยาจะต้องรวดเร็วและทั่วถึง และก็หวังว่าการเยียวยาเกษตรกรครั้งนี้จะไม่เกิดปัญหาเหมือนกับการเยียวยา 5,000 บาท
“วัฒนา”อัดรัฐบาลฉวยโอกาสจี้ยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน
https://www.innnews.co.th/politics/news_674600/
นาย
วัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว “
Watana Muangsook”ว่า
วานนี้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 1 คน ทำให้จำนวนรวมของผู้ติดเชื้อโควิดสะสมทั้งประเทศ 3,018 คน เหลือรักษาตัวในโรงพยาบาล 112 คน ตาย 56 คน เท่ากับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อไม่ถึง 0.005% ส่วนยอดคนตายมีน้อยกว่า 7 วันสงกรานต์นับสิบเท่า แต่รัฐบาลยังฉวยโอกาสคงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไว้ สิ่งที่น่ากลัวมากกว่าโควิด-19 คือรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่กำลังใช้โควิดเป็นแพะรับบาปกลบความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่คนไทยต้องฆ่าตัวตายมาก่อนเกิดการแพร่ระบาดแล้ว และกำลังจะใช้เป็นข้ออ้างในการปิดประเทศต่อเพราะกลัวคนออกมาไล่ วันนี้สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติที่การสาธารณสุขไทยรองรับได้ รัฐบาลควรยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ล่มสลายอีกรอบเพราะการล็อคดาวน์ประเทศ
นายวัฒนา ระบุอีกว่า โอกาสที่มาพร้อมกับโควิด คือความได้เปรียบของไทยที่จะกลายเป็นศูนย์กลาง (hub) ของคนกลัวตาย อุตสาหกรรมอาหาร การท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งรวมถึงด้านการแพทย์ และอสังหาริมทรัพย์ จะเป็นที่ต้องการของโลก หน้าหนาวของไทยจะกลายเป็นสวรรค์ที่คนกลัวตายซึ่งมีเงิน จะหนีมาพักเพื่อท่องเที่ยวและทำงาน ทั้งหมดคือสิ่งที่พูดมาตลอดตั้งแต่เกิดโควิดที่รัฐบาลควรใช้เวลาจากนี้ไปเตรียมตัวเพื่อรองรับโอกาสที่จะมาในช่วงสิ้นปีนี้และต้นปีหน้า ถ้าตนเองเป็นรัฐบาล
จะยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินและใช้เวลา 6 เดือนเพื่อเตรียมการ โดยจะเยียวยาคนไทยเป็นรายครัวเรือนๆ ละ 10,000 บาทต่อเดือน ประมาณ 20 ล้านครัวเรือนใช้เงินประมาณไม่เกินเดือนละ 200,000 ล้านบาทรวม 6 เดือนเพื่อสร้างกำลังซื้อเป็นพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจให้เกิดการบริโภคภายใน พร้อมกันนั้นจะจับมือกับประเทศคู่ค้าการท่องเที่ยวเช่น จีน ญี่ปุ่น และประเทศทางตะวันตกเพื่อกำหนดมาตรฐานด้านสาธารณสุขของคนที่จะเข้ามาในประเทศ เสริมสร้างสมรรถนะ (capacity building) คนไทยที่อยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่กล่าวข้างต้น และลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางด้านสาธารณสุข
https://www.facebook.com/WatanaMuangsook/photos/a.692230194245846/1874285936040260/
JJNY : หวังเยียวยาเกษตรกรไม่เหมือน5พัน/วัฒนาอัดฉวยโอกาส/พ่อค้าแม่ค้าร้องตัดสิทธิ์เพราะเป็นเกษตรกร/ป่วยโควิดทั่วโลก4.5ล.
https://www.innnews.co.th/politics/news_674475/
ทั้งนี้นายชวลิต กล่าวต่อว่าขณะนี้รัฐบาลกำลังเดินตามหลังปัญหา อย่างเช่น การรับเรื่องร้องเรียนอะไรต่างๆ ก็เพิ่งมาเปิด ซึ่งถ้าหากทำตามที่ได้เคยแนะนำไปตั้งแต่ต้น โดยให้ใช้เครือข่ายของกระทรวงมหาดไทยในการที่จะตรวจสอบข้อมูล รับเรื่องร้องเรียนต่างๆ ก็จะช่วยคลี่คลายปัญหาต่างๆ ได้ ดังนั้นตนก็ไม่แน่ใจว่า การเยียวยาจะได้ชื่อว่าเยียวยาหรือไม่ เพราะการเยียวยาจะต้องรวดเร็วและทั่วถึง และก็หวังว่าการเยียวยาเกษตรกรครั้งนี้จะไม่เกิดปัญหาเหมือนกับการเยียวยา 5,000 บาท
“วัฒนา”อัดรัฐบาลฉวยโอกาสจี้ยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน
https://www.innnews.co.th/politics/news_674600/
นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว “Watana Muangsook”ว่า
วานนี้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 1 คน ทำให้จำนวนรวมของผู้ติดเชื้อโควิดสะสมทั้งประเทศ 3,018 คน เหลือรักษาตัวในโรงพยาบาล 112 คน ตาย 56 คน เท่ากับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อไม่ถึง 0.005% ส่วนยอดคนตายมีน้อยกว่า 7 วันสงกรานต์นับสิบเท่า แต่รัฐบาลยังฉวยโอกาสคงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไว้ สิ่งที่น่ากลัวมากกว่าโควิด-19 คือรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่กำลังใช้โควิดเป็นแพะรับบาปกลบความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่คนไทยต้องฆ่าตัวตายมาก่อนเกิดการแพร่ระบาดแล้ว และกำลังจะใช้เป็นข้ออ้างในการปิดประเทศต่อเพราะกลัวคนออกมาไล่ วันนี้สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติที่การสาธารณสุขไทยรองรับได้ รัฐบาลควรยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ล่มสลายอีกรอบเพราะการล็อคดาวน์ประเทศ
นายวัฒนา ระบุอีกว่า โอกาสที่มาพร้อมกับโควิด คือความได้เปรียบของไทยที่จะกลายเป็นศูนย์กลาง (hub) ของคนกลัวตาย อุตสาหกรรมอาหาร การท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งรวมถึงด้านการแพทย์ และอสังหาริมทรัพย์ จะเป็นที่ต้องการของโลก หน้าหนาวของไทยจะกลายเป็นสวรรค์ที่คนกลัวตายซึ่งมีเงิน จะหนีมาพักเพื่อท่องเที่ยวและทำงาน ทั้งหมดคือสิ่งที่พูดมาตลอดตั้งแต่เกิดโควิดที่รัฐบาลควรใช้เวลาจากนี้ไปเตรียมตัวเพื่อรองรับโอกาสที่จะมาในช่วงสิ้นปีนี้และต้นปีหน้า ถ้าตนเองเป็นรัฐบาล
จะยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินและใช้เวลา 6 เดือนเพื่อเตรียมการ โดยจะเยียวยาคนไทยเป็นรายครัวเรือนๆ ละ 10,000 บาทต่อเดือน ประมาณ 20 ล้านครัวเรือนใช้เงินประมาณไม่เกินเดือนละ 200,000 ล้านบาทรวม 6 เดือนเพื่อสร้างกำลังซื้อเป็นพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจให้เกิดการบริโภคภายใน พร้อมกันนั้นจะจับมือกับประเทศคู่ค้าการท่องเที่ยวเช่น จีน ญี่ปุ่น และประเทศทางตะวันตกเพื่อกำหนดมาตรฐานด้านสาธารณสุขของคนที่จะเข้ามาในประเทศ เสริมสร้างสมรรถนะ (capacity building) คนไทยที่อยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่กล่าวข้างต้น และลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางด้านสาธารณสุข
https://www.facebook.com/WatanaMuangsook/photos/a.692230194245846/1874285936040260/