JJNY : 4in1 พท.เตรียมตรวจสอบเงินกู้/วิโรจน์สงสัยกองทัพสร้างสถานที่พักผ่อน/อึ้งขรก.ขอเยียวยาเกษตรกรรึบ/สหภาพฯถอยสุดซอย

กระทู้ข่าว
เพื่อไทยเตรียมตรวจสอบเงินกู้ทั้ง3ฉบับเมื่อเปิดสภา
https://www.innnews.co.th/politics/news_674276/
 

 
เพื่อไทย เตรียมตรวจสอบเงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท ทั้ง 3 ฉบับ เมื่อเปิดสภา
 
การเสวนาออนไลน์ถอดบทเรียนการแก้ปัญหาโควิด-19 ของรัฐบาล : เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ของพรรคเพื่อไทย ได้มีการกล่าวถึงสิ่งที่จะดำเนินการหลังการเปิดสภา โดย นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส. จังหวัดน่านพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อเปิดสภา จะมีการตรวจสอบเงินกู้ทั้ง3ฉบับ ตรวจสอบการนำออกไปใช้ และจะต้องพิจารณาฯ พรบ.โอนจ่ายงบประมาณ กว่า 80,000 ล้านบาท ที่เป็นการโอนงบจากกระทรวงอื่นๆเข้าสู่งบกลาง ที่จะต้องมีการตรวจสอบรายการใช้จ่ายงบประมาณ และมีการตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) เพื่อการตรวจสอบการใช้งบ ส่วนการเยียวยาอื่นๆ ก็จะมีการสอดแทรกอยู่ในการประชุม ที่จะอยู่ในการหารือบ้าง หรือเป็นกระทู้บ้าง
 
ด้าน นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน กล่าวเพิ่มเติม ว่า การพิจารณาเรื่องการกู้1.9ล้านล้านบาทนั้น จะต้องมีคำถามตามมามากมาย ว่า จำเป็นต้องกู้หรือไม่ แล้วกู้มาเพราะแก้ปัญหาโควิด-19 จริงหรือไม่ ซึ่งจะไปกู้ที่ไหน ดอกเบี้ยเท่าไหร่ จะช่วยเหลือครอบคลุมหรือไม่ และถ้ากู้มาเยอะขนาดนี้จะฟื้นฟูเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ หากมีระลอกใหม่ตามมา จะสามารถกู้เพิ่มได้จากที่ไหน เพราะหนี้สาธารณะจะเต็มเพดานแล้ว สิ่งเหล่านี้จะเป็นคำถามที่รัฐบาลต้องตอบ โดยอาจจะมาในรูปแบบของกระทู้ หรือหารือก็ได้ แต่ยังมีคำถามอีกมากมายที่อยากให้รอติดตามในสภา
 

 
วิโรจน์สงสัย กองทัพใช้ 400 ล้าน สร้างสถานที่พักผ่อนเชียงราย ใช่ภารกิจตัวเองหรือไม่?
https://www.matichon.co.th/politics/news_2185690
 
‘วิโรจน์’ สงสัย กองทัพใช้งบ 400 ล้าน ก่อสร้างสถานพักฟื้นและพักผ่อนที่ จ.เชียงราย ใช่ภารกิจตัวเองหรือไม่
 
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่กองทัพดำเนินการก่อสร้างสถานพักฟื้นและพักผ่อนมณฑลทหารบกที่ 37 ติดแม่น้ำกก ที่ จ.เชียงราย เบื้องต้นพบว่าใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 423.5 ล้านบาท ว่าการก่อสร้างสถานพักฟื้นและพักผ่อนมันเกี่ยวข้องกับภารกิจของกองทัพตรงไหน และต่อให้มองในมุมของการจัดสวัสดิการให้กับทหารก็ต้องถามต่อว่ามีความจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องสร้างสถานพักฟื้นและพักผ่อนที่มีความหรูหราระดับนี้ นอกจากค่าก่อสร้างแล้ว รายการดำเนินงานสถานพักฟื้นยังมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ค่าบำรุงรักษา เงินเดือนลูกจ้าง ฯลฯ อีกมาก จากที่ตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่ามีการรับสมัครงานเพื่อมาปฏิบัติหน้าที่สถานพักฟื้นและพักผ่อนแห่งนี้ ในเดือน กันยายน 2562 ถึง 49 อัตรา โดยระบุในประกาศว่า ในบางอัตรามีเงินเดือนสูงสุดถึง 35,000 บาท
 
“ประเด็นที่สังคมจะต้องตั้งข้อสังเกตร่วมกันก็คือ ประเทศไทยสามารถใช้งบประมาณ 423.5 ล้านบาท เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในทางตรงได้มากกว่านี้หรือไม่ และกองทัพควรจะไปดำเนินกิจการที่เกี่ยวข้องกับภารกิจความมั่นคงและการป้องกันประเทศอย่างนี้อีกต่อไปหรือไม่” นายวิโรจน์กล่าว
 
นายวิโรจน์กล่าวอีกว่า การที่กองทัพไปปฏิบัติภารกิจอื่นที่ไม่ใช่ภารกิจด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ สะท้อนว่าปัจจุบันขนาดของกองทัพและทรัพยากรที่กองทัพมีนั้นมีมากไปกว่าภารกิจที่กองทัพต้องทำ กองทัพจึงต้องดิ้นรนไปทำภารกิจอื่นทั้งที่ไม่ใช่ภารกิจหลักของกองทัพ นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่รัฐบาลจะต้องปรับลดงบประมาณให้กับกองทัพและลดขนาดลง ทั้งจำนวนนายพล และการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร เพื่อป้องกันมิให้กองทัพนำเอางบประมาณและทรัพยากรของประเทศไปปฏิบัติภารกิจข้ามเส้นที่ไม่ใช่ภารกิจหลักของกองทัพ สิ่งสำคัญที่ต้องทวงถามต่อจากกรณีนี้อีกประการหนึ่งก็คือ หากจำกันได้ เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 ที่เพิ่งผ่านมาเร็วๆ นี้เอง หลังจากเหตุโศกนาฏกรรมกราดยิงโคราช ทางกองทัพบกได้ลงนามข้อตกลงร่วมมือกับกรมธนารักษ์ที่จะโอนกิจการเชิงธุรกิจของกองทัพไปให้กรมธนารักษ์เป็นผู้ดูแล และจัดสรรผลประโยชน์ให้กับประเทศชาติ เท่าที่ติดตามตรวจสอบพบว่า สถานพักฟื้นและพักผ่อนแห่งนี้ที่ จ.เชียงราย ยังไม่ได้ถูกโอนมาให้อยู่ในความดูแลของกรมธนารักษ์ และยังพบว่ายังมีอีกหลายกิจการที่ยังไม่ได้ถูกส่งมอบให้กับกรมธนารักษ์ เช่น สวนสนประดิพัทธ์ เป็นต้น จึงเป็นความชอบธรรมของสังคมและประชาชนคนไทยในการทวงถามสัญญาการปฏิรูปกองทัพ ที่ ผบ.ทบ. พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ได้เคยให้คำมั่นในการปฏิรูปกองทัพเอาไว้ โดยหนึ่งในนั้นคือ การทยอยโอนกิจการเชิงธุรกิจให้แก่กรมธนารักษ์ โดยเบื้องต้นมีอยู่ทั้งสิ้น 40 โครงการ ว่าปัจจุบันได้โอนไปแล้วกี่โครงการ อะไรบ้าง และจะโอนแล้วเสร็จเมื่อใด และเมื่อไหร่จะส่งมอบในเฟสต่อๆ ไปจนครบ
 
โฆษกก้าวไกลกล่าวว่า และอีกคำถามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต้องตอบก็คือ แล้วเหล่าทัพอื่น ทั้งกองทัพเรือและกองทัพอากาศ เมื่อไหร่ที่จะมีการส่งมอบกิจการเชิงพาณิชย์ ที่ได้ครอบครองเอาไว้ให้แก่กรมธนารักษ์ ทรัพยากรทุกสิ่งอัน ที่ดินทุกตารางมิลลิเมตร ที่กองทัพครอบครองนั้นไม่ใช่ทรัพย์สินของกองทัพแต่เป็นของประชาชนคนไทยทุกคน ดังนั้น การใช้ทรัพยากรเหล่านั้น สิ่งที่ต้องไตร่ตรองเป็นลำดับแรกคือ การคำนึงถึงผลประโยชน์ทางตรง และความยั่งยืนที่ประชาชนจะได้รับ ไม่ใช่กองทัพแต่อย่างใด
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่