🛎🛎มาลาริน/วันนี้ไทยติดโควิดใหม่ 6 ราย รวมยอดภูเก็ตด้วยไม่มีเสียชีวิต เจอ 6 ขวบ ติดจากเฝ้าไข้พ่อ..จีน เกากลีใต้ติดเพิ่ม

ศบค.รายงานโควิดใหม่ 6 ราย รวมยกยอดภูเก็ต 4 รายแล้ว ไม่มีเสียชีวิต เจอ 6 ขวบ ติดจากเฝ้าไข้พ่อ



ศบค.รายงานป่วยโควิดใหม่ 6 ราย รวมยกยอดภูเก็ต 4 ราย เมื่อวานแล้ว พบเป็นเด็ก 6 ขวบ ติดจากเฝ้าไข้พ่อ ไปสถานที่ชุมนุมชน 1 ราย กลุ่มอาชีพเสี่ยง 3 ราย และค้นหาเชิงรุกยะลา 1 ราย ไม่มีเสียชีวิตเพิ่ม ยอดป่วยสะสม 3,015 ราย กลับบ้านรวม 2,796 ราย

วันนี้ (11 พ.ค.) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงข่าวประจำวัน ว่า วันนี้มีผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 6 ราย ซึ่งรวมกลุ่มที่รายงานอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 10 พ.ค. 4 ราย รักษาหายกลับบ้าน 2 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต โดยผู้ป่วยสะสมรวม 3,015 ราย หายกลับบ้านรวม 2,796 ราย เสียชีวิตรวม 56 ราย เหลือรักษาใน รพ. 163 ราย โดยผู้ป่วยรายใหม่ 6 ราย แบ่งเป็น 1. สัมผัสกับผู้ป่วยรายก่อนหน้า 1 ราย คือ เด็กชายไทยอายุ 6 ปี จ.นราธิวาส จากการเฝ้าไข้พ่อ โดยเด็กไม่มีอาการ ก็นำมาตรวจ 

2. กลุ่มที่รายงานไม่เป็นทางการ 4 ราย แบ่งเป็น ไปสถานที่ชุมนุมชน 1 ราย คือ ชายไทยอายุ 19 ปี จ.ภูเก็ต ไปสถานที่ชุมนุมชน ป่วยด้วยอาการไข้ ปวดศีรษะ ถ่ายเหลว หายใจเหนื่อย วันที่ 5 พ.ค. และกลุ่มอาชีพเสี่ยง 3 ราย คือ ชายไทยอายุ 29 ปี เป็นตำรวจ มีอาการไอ เจ็บคอ เสมหะ ตรวจวันที่ 2 พ.ค. หญิงไทยอายุ 23 ปี พนักงานบริษัท มีการพบลูกค้าบางโอกาส ป่วยอาการไข้ หายใจเหนื่อย วันที่ 2 พ.ค. และหญิงไทยอายุ 29 ปี พนักงานขายของในร้านค้า ป่วยอาการไข้ หายใจเหนื่อย ปวดกล้ามเนื้อ วันที่ 7 พ.ค. มา รพ.

และ 3. ค้นหาเชิงรุก จ.ยะลา 1 ราย เป็นชายไทยอายุ 22 ปี โดยพบมีประวัติสัมผัสผู้ป่วยรายก่อนหน้ากลับมาจากมาเลเซีย โดยมีน้ำมูก เสมหะ มารักษาวันที่ 1 พ.ค.

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า จังหวัดที่ไม่มีผู้ป่วยรายใหม่ในช่วง 28 วันที่ผ่านมา เพิ่มอีก 1 จังหวัด คือ นครพนม ทำให้รวมเป็น 46 จังหวัด ส่วนจังหวัดที่มีผู้ป่วยรายงานในช่วง 28 วันที่ผ่านมา เหลือ 22 จังหวัด โดยภาคเหนือไม่มีแล้ว ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเหลือ 3 จังหวัด คือ เลย ขอนแก่น นครราชสีมา

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เรื่องที่น่าสนใจในต่างประเทศ คือ จีน มีการป่วยพุ่งอีก 17 ราย วันก่อน 14 ราย เป็นตัวเลข 2 หลัก ครั้งที่ 2 ในรอบ 10 วัน โดยเป็นการติดในประเทศ 12 ราย ส่งผลให้ทางการจีนยกระดับภัยคุกคามจากการระบาดในเมืองซูหลาน มณฑลจี๋หลิน เป็นเสี่ยงสูง ไม่กี่วันหลังประกาศลดระดับภัยคุกคามเป็นเสี่ยงต่ำในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ถือเป็นบทเรียนต่างประเทศที่เราเฝ้าดู ซึ่งจีนประสบความสำเร็จแล้ว ผู้ป่วยเหลือ 0 ราย และหลักเดียวก็กลับมา 2 หลัก ส่วนเกาหลีใต้มีรายงานเพิ่มอีก 35 ราย วันก่อน 34 ราย โดยต้องติดตามถึง 1.5 พันคน

ขณะที่การนำคนไทยกลับบ้าน วันที่ 11 พ.ค. มาจากอินเดีย 219 ราย ญี่ปุ่น 71 ราย วันที่ 12 พ.ค. มาจากรัสเซีย 99 ราย ภูฏาน 1 ราย และ สหรัฐอเมริกา 200 ราย ดำเนินการกักกันคนในสถานที่กักตัวของรัฐแล้วรวม 16,331 ราย กลับบ้าน 6,821 ราย เจอป่วย 90 ราย



https://mgronline.com/qol/detail/9630000048944

โควิด19 ไม่จบง่ายๆเลยนะคะ

ไทยดูต่างชาติแล้วคงต้องศึกษาแนวทางป้องกันไว้

จะเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินตามนักการเมืองฝ่ายแค้นที่เฝ้ารบเร้ารัฐบาล

ประชาชนที่ออกมาทำมาหากิน แต่อาจไม่ได้กินเพราะโควิดเล่นงานได้ค่ะ

ลุงตู่อย่าปล่อยมากไปนะคะ 

ค่อยผ่อนปรน คนไม่อดตายเพราะประเทศไทยนั้นมีทรัพย์ในดิน สินในน้ำ

หรืออาจพูดได้ว่า...ทรัพย์นี้มีใกล้ ใครปัญญาไวหาได้ บ่ นาน

คนโลภเท่านั้นที่อยู่ไม่ได้...เพราะอยากได้ไม่มีสิ้นสุด 

ในยามวิกฤต  แค่เอาตัวรอดไว้ก่อน ก็ยังคิดไม่ได้ จะเอารวยเหมือนในยามปกติ

ไม่มีใครเห็นดีงามไปกับคนพวกนี้

ประชาชนส่วนใหญ่จะเป็นแรงหนุนให้รัฐบาล  ไม่กดดันรัฐบาลอย่างฝั่งที่ไม่ประสงค์ดี

เชื่อมั่นลุงตู่ค่ะ....💕👍💕👍💕👍💕👍💕👍





คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
การแถลงข่าวของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19) วันที่ 11 พ.ค. 2563
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
การแถลงข่าวของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19)
ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
วันที่ 11 พฤษภาคม 2563







รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19  ณ วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2563
ประเทศไทย
ผู้ติดเชื้อสะสม 3,015 ราย ใน 68 จังหวัด (เพิ่มขึ้นในวันนี้ 6 ราย)
เสียชีวิตรวม 56 ราย (ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นในวันนี้)
รักษาหายป่วยแล้ว 2,796 ราย (92.74%) เพิ่มขึ้น 2 ราย
ผู้ป่วยใหม่ที่เพิ่มขึ้นในวันนี้ 6 ราย เข้ารับการรักษาที่ภูเก็ต (4 ราย) ยะลา (1 ราย) และนราธิวาส (1 ราย)
กรุงเทพมหานคร มีผู้ป่วยที่รับรักษาสะสมมากที่สุด (1,530 ราย) ตามด้วย ภูเก็ต (224), นนทบุรี (156), ยะลา (125), สมุทรปราการ (115), ชลบุรี (87), ปัตตานี (79), สงขลา (44), เชียงใหม่ (40) และ ปทุมธานี (39)  โดยมีผู้ติดเชื้อที่อยู่ในระหว่าง state quarantine และในจังหวัดต่างๆ รวม 90 ราย
ทั้งนี้ เมื่อจำแนกตามจังหวัดที่รับผู้ติดเชื้อเข้ารักษา (ไม่รวมผู้ติดเขื้อในกลุ่ม State Quarantine)
   - มี 67 จังหวัดที่รับผู้ติดเชื้อไว้รักษา
   - ไม่เคยมีรายงานผู้ติดเชื้อเลย                  จำนวน 10 จังหวัด
   - ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ ใน 28 วันที่ผ่านมา   จำนวน 46 จังหวัด
   - ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ ใน 14 วันที่ผ่านมา   จำนวน 14 จังหวัด
   - ยังมี ผู้ติดเชื้อรายใหม่ ใน 14 วันที่ผ่านมา  จำนวน  7 จังหวัด
ประมวลข้อมูลโดย กรมควบคุมโรค และศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมการแพทย์ และการวิจัยและพัฒนา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.)
ส่วนรายงานข้อมูลของอาเซียนและการวิเคราะห์จะอยู่ในรอบการรายงานช่วงเย็น
https://www.facebook.com/nrctofficial/posts/2771190189673202

แถลงความคืบหน้า สถานการณ์ โรคไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 11 พฤษภาคม​ 2563
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แถลงความคืบหน้า สถานการณ์ โรคไวรัสโควิด-19
ณ​ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ประจำวันที่ 11 พฤษภาคม​ 2563


วัยรุ่น-วัยทำงาน = กลุ่มเสี่ยง
ยอดผู้ติดเชื้อวันนี้ (11 พ.ค. 63) อยู่ที่ 6 ราย ทำให้สามวันนี้มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นวันละ 1 ราย คือ 4, 5, 6 แต่ก็ยังถือว่าเป็นยอดที่ “ต่ำสิบ” เป็นวันที่ 14 ใน 15 วันที่ผ่านมา และวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่ไม่มีผู้เสียชีวิต เท่ากับว่าใน 14 วันหรือสองอาทิตย์ที่ผ่านมา ไทยมียอดผู้เสียชีวิตเพียง 2 รายเท่านั้น
แต่สถิติที่น่าคิดในวันนี้ก็คือ ผู้ติดเชื้อทั้ง 6 รายนั้น มีอายุน้อยกว่า 30 ปีทั้งสิ้น โดยมีอายุเรียงลำดับดังนี้
- 6 ปี (นราธิวาส – ติดจากครอบครัว)
- 19 ปี (ภูเก็ต – ติดจากสถานที่ชุมชน)
- 22 ปี (ยะลา – ติดจากผู้ป่วยจากมาเลเซีย)
- 23 ปี (ภูเก็ต – พนักงานบริษัท)
- 29 ปี (ภูเก็ต – ตำรวจ)
- 29 ปี (ภูเก็ต – พนักงานขายของ)
จึงจะเห็นได้ว่า กลุ่มประชาชนที่มีอายุน้อย โดยเฉพาะวัยรุ่น และวัยทำงาน ที่ต้องออกไปนอกสถานที่นั้น ถือเป็นกลุ่มที่จะเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากภายนอก และจากสถิติก็ยืนยันว่า กลุ่มอายุที่มีการติดเชื้อมากที่สุดในประเทศไทยก็คือ กลุ่มคนอายุ 19-29 ปี ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะการต้องออกไปทำธุระหรือทำงานนอกบ้าน และอีกส่วนอาจจะมาจากความประมาท หรือไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อเพราะมีอาการไม่มาก
ดังนั้นหากท่านเป็นประชากรในกลุ่มช่วงวัยนี้ ต้องถือว่าตัวท่านเองเป็นกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อเช่นกัน ซึ่งแม้อัตราการป่วยหนักจะไม่มาก แต่ท่านอาจจะเป็นผู้นำเชื้อไปแพร่ให้กับผู้อื่น โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่บ้าน ที่เมื่อเจ็บป่วยแล้วจะมีโอกาสที่จะเกิดอาการรุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ จึงห้ามประมาทและต้องระมัดระวังอย่างมากนะคะ หากท่านจะต้องออกจากบ้าน
https://www.facebook.com/ThaiCovidCenter/posts/127168558949062
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่