สมาธิทั่วไปไม่ทำให้เกิดปัญญารู้นามรูปแต่อย่างใด

กระทู้สนทนา
ในคำสอนของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า แสดงการเกิดขึ้นของปัญญา  

ว่าปัญญาเกิดจากการฟังก็มี     
ปัญญาเกิดจากการคิดพิจารณาก็มี  
ปัญญาเกิดจากภาวนาก็มี    

ในสมัยครั้งพุทธกาล บางท่านขณะที่นั่งฟังธรรมเทศนา แล้วบรรลุเป็นพระอริยะบุคคลก็มีเป็นจำนวนมาก   
 บางท่านหลังจากฟังธรรมแล้วเพียรอบรมเจริญสมณะธรรมไม่นานก็บรรลุก็มี  
บางท่านต้องใช้เวลาเพียรศึกษา และอบรมทั้งสมถะและวิปัสสนาเป็นเวลานานจึงบรรลุก็มี 

อีกอย่างหนึ่ง  ศีล  สมาธิ  ปัญญา  เป็นชื่อของไตรสิกขาที่เป็นอริยมรรคมีองค์แปด    

ซึ่งในขณะที่อบรมเจริญสติปัฏฐานในชีวิตประจำวัน   
ในขณะนั้นมีองค์ของศีลด้วย   
องค์ของสมาธิก็มี   
องค์ของปัญญาก็มี 
เกิดร่วมกันในขณะเดียวกัน     

ผู้ที่รักษาศีล แต่ขาดปัญญาความเข้าใจในหนทาง  
ศีลนั้นก็ไม่เป็นปัจจัยแก่สมาธิและปัญญา 


หรือผู้ที่มีศีลและมีสมาธิเป็นฌานขั้นต่างๆ เป็นเพียง ความสงบของจิตเท่านั้น  สมาธินี้ไม่ทำให้ปัญญารู้นามรูปแต่อย่างใด
ฉะนั้น  สมาธิที่เป็นปัจจัยให้เกิดปัญญารู้นามรูปตามเป็นจริง  คือ สัมมาสมาธิที่เกิดในองค์มรรคเท่านั้นไม่ใช่  สมาธิทั่วไป

และเมื่อจิตเกิดขึ้นทุกขณะ   มีสมาธิเกิดร่วมด้วยทุกครั้ง  จึงไม่ต้องห่วงเรื่องสมาธิ  ควรห่วงเรื่องความเข้าใจที่ตรง  
และถูกต้องตามพระธรรมคำสอนดีกว่า 

สำหรับศีล   เป็นเรื่องของผู้ที่เห็นโทษของการทุศีล   
ผู้ศึกษาพระธรรมเมื่อเข้าใจความจริงย่อมเห็นคุณของกุศลทุกประการย่อมเป็นผู้ค่อยๆ     
 งดเว้นจากทุจริตทั้งปวงตาม ปัญญา  ที่เห็นจริง  

สรุป คือ ในเบื้องต้นควรศึกษาพระธรรมคำสอนให้เข้าใจก่อน   


เมื่อเข้าใจมากขึ้น ปัญญา  ย่อมทำกิจของปัญญาโดยการมีศีล    
อบรมสมถภาวนา   และสติปัฏฐานในชีวิตประจำวัน  
จึงเป็นผู้ชื่อว่าอบรมศีล  สมาธิ  ปัญญา  ตามหลักคำสอนที่ถูกต้อง 

อ้างอิง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่