ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร

กระทู้คำถาม
ตั้งใจสมัครเข้ามาเพื่อระบายความรู้สึกเท่านั้น 
  เป็นเรื่องความรักของครอบครัว คือ เรื่องมันมีอยู่ว่า ครอบครัวเราประสบเป็นเรื่องเมียน้อยของพ่อ
ใช่ใครๆก็มองว่าครอบครัวของเราเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบครอบครัวหนึ่ง พ่อแม่ท่านทำงานเป็นหลักเป็นแหล่ง การเงินมั่นคง มีบ้านในตัวเมือง มีรถขับ ที่พ่อเเละแม่หามาด้วยกัน ท่านแต่งงานอยู่กินกันมาจะ20 ปีแล้วในสายตาเราพ่อเป็นคนอบอุ่นจิตใจดีเป็นพ่อที่ดีสำหรับเรา เเละเป็นสามีที่ดีของแม่มากไม่เคยขัดใจแม่เลย แต่เมื่อความลับไม่มีในโลก😥😥 
ความจริงที่เก็บซ้อนปิดบังมาโดยตลอด โดนดปิดเผยโดยแม่ของเราเอง คือเเค่สงสัยพ่อว่า ทำไมชอบบอกว่าจะไปดูบอลกับเพื่อน ซึ้งอยู่บ้านก็ดูได้ แม่เป็นคนผู้หญิงที่ไม่เช็คอะไรเลย
แต่ด้วยความสงสัยเลยตามไปดู จึงเจอพ่อกับผู้หญิงคนนั้นอยู่ด้วยกัน ยิ่งไปกว่านั้น เขามีลูกด้วยกัน 1 คน พึ่งจะคลอดด้วยซ้ำ แม่ได้แต่ถามพ่อว่า ทำไม!!! ทำกันแบบนี้ แล้วลูกของเราหละ
จะทำยังไง....?-?
เเม่รู้ความจริงอยู่เต็มอก แต่ไม่เอยปากบอกใครจนลูกเมียน้อย มีอายุครบ1 ปี ถึงที่ผ่านมา พ่อเราพาเด็กคนนี้เข้ามาบ้านด้วยบอกเราว่าเป็นลูกของเพื่อนเขา... และยิ่งไม่กว่านั้นแม่เราเลี้ยงลูกให้เขาดูแล ป้อนข้าวป้อนน้ำ (คิดในใจจะเย็นไปไหน หมายถึงใจแม่อะ จะเย็นไปไหน)
#ในคืนที่ไม่มีพ้อทีเพียงเรากับเเม่  แม่เอยปากถามเราว่า "ถ้าไม่มีพ่อเราอยู่ด้วยกันแค่สองคนได้ไหม" คำถามนี้เรารู้เลยว่าต้องมีอะไรแน่ๆ
ในเมื่อมาถึงขั้นนี้เเล้ว  แม่จึงบอกกับคนทางบ้าน พวกผู้ใหญ่เข้าปรึกษากัน เราเป็นแค่เด็กอายุ 15 ปี(ตอนนั้น)  เรารู้ความจริง และรู้ทุกอย่างเพียงแค่ทำอะไรไม่ได้เเล้ว แม่เรายังไงก็ไม่ขอใช้ชีวิตร่วมกับพ่ออีก  และรู้ความจริงที่ว่าพ่อเก็บผู้หญิงคนนี้ไว้ข้างกายมาโดยตลอด 15 ปี ตั้งแต่เราเกิด #เขาทำได้ยังไง ที่ที่ผู้หญิงคนนั้นอยู่ก็อยู่แค่ซอยตรงข้ามหมู่บ้านเราเอง มันเกินไปไหม และที่สำคัญหลังเกิดเรื่อง ผู้หญิงคนนั้นได้ส่ง SMSมาหาแม่เรา ในข้อความนั้น มันเขียนไว้ว่า อีหน้าดาน!!! ถึงเราเป็นคนเปิดอ่านเอง #คิดคนเดียวว่าใครกันแน่ที่สำควรได้รับคำนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา คำที่บอกว่ารัก  เป็นห่วงของพ่อ ที่ออกจากปากพ่อ ถึงพวกเราแม่ลูก  มันเคยมีความจริงอยู่ไหม.. ใช่เรารู้ว่าพ่ออยากได้ลูกชายมากกว่าลูกสาว (ลูกสาวแล้วไงไม่ใช่ลูกหรือไง) เรื่องราวเริ่มบานปลายขึ้นเลื่อยๆ แม่เราอยู่บ้านร่วมกับพ่อไม่ไหว จึงหนี้อยู่มาอยู่คนเดียว  เราอยู่กับยาย และเมื่อเวลาผ่านไปเนินนาน พ่อก็ได้พาผู้หญิงคนนั้นและลูกอีกคนของเขาเข้ามาอยู่บ้าน   แม่พยายามขอหย่ากับพ่อ แต่พ่อก็ไม่ยอมไปทำเรื่องหย่าสักที จนถึงตอนนี้ เราก็อายุ 21 ปีแล้ว พ่อแม่เรา ต่างคนต่างมีชีวิตใหม่ #แต่ทำไมยังไม่หย่ากันสักที ซึ้งมันก็แน่ชัดอยู่แล้วว่า ให้กลับมาหากันคงเป็นไปไม่ได้เเล้ว แม่เราจะต้องเข็มแข็งขนาดไหนถึงจะพอ ถึงพ่อจะมีผู้หญิงคนนั้นอยู่ และลูกใหม่อยู่ เราก็ยังทำหน้าที่ลูกด้วยการ กลับไปบ้านบ้าง ไปอยู่กับพ่อบ้างในช่วงปิดเทอม แต่เราก็ไม่เคยที่จะเลี้ยงน้องซึ้งเป็นน้องในสายเลือดแต่แค่คนละเเม่😒😒
เพราะพ่อรู้ดี ว่าเราไม่โอเคร ถึงเราจะไปอยู่กับพ่อเป็นเดือนก็ถึง เวลาพ่อทำงาน แม่ของน้องก็ทำงาน แต่เราอยู่บ้านเฉยๆ ก็ไม่ได้ดูแลน้องอยู่ดี เพราะพ่อจ้างพี่เลี้ยงมาเลี้ยงเเทน ไม่ใช่ว่าเราไม่ดูแลน้องนะ แต่แค่  ทรุกครั้งที่เห็นหน้าน้อง ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเรียก พี่ N ๆ (ตัวย่อชื่อเรา) มันทำให้นึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา และทุกครั้งที่เข้าครัวเเล้วเห็นผู้หญิงคนนั้นแทนที่จะเห็นแม่เรา เพราะมันเคยเป็นที่ของแม่เรา มันคิดตลอดว่า นั้นมันที่ของเเม่เรานะ ที่นั่งข้างคนขับก็เช่นกัน และมันทำให้รู้สึกว่ามีคนเอาเกลือมาทาแผลที่ใจ คือว่าเจ็บปวดมาก
เเละเรื่องที่เกิดขึ้น ทำให้เราเป็น คนกว่าการตกหลุมรักใครสักคน philophobia และกลายเป็นคนที่เข้าใจความรัก เห็นอกเห็นใจ คนอื่นกลายเป็นที่ปรึกษา ทางด้านความรัก ให้กับเพื่อนๆ พี่ๆน้องๆ คนรู้จักไปเเล้ว ถึงกับมีฉายาว่าDr.love ❤❤ เรื่องมากมายยาวยิ่งกว่านี้จะให้เล่าหมดคงไม่ได้ ย่อมาแค่นี้นะจ้ะ
***ปล.  ใครที่ประสบพบเจอปัญหาเมือนเราหรือคล้ายกัน ก็สู้ๆนะ
 ถึงยังไง ไม่ว่าชีวิตจะต้องเจออะไรมากน้อยแค่ไหน แค่ไหนก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ ถ้าส่งกับมันกับปัญหาซึ้งๆหน้าไม่ได้ ก็จงอ้อมมันไปสะ ถึงจะใช้เวลา แต่มันก็เป็นการรักษาในระดับหนึ่ง  ให้คิดสะว่า สวรรค์กับทดสอบเราอยู่ ชีวิตยังมีต่อ คนดีๆอีกมากมายอยู่เราอยู่ อิอิ
#เพราะโควิด19แท้ถึงต้องมาเพ้อในนี้ 
=ขอบคุณที่หลงเข้ามาอ่าน=
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่