ทำไมคนที่โดนกระทำต้องเป็นฝ่ายให้อภัยแล้วปล่อยผ่าน??

กระทู้นี้เจอจากความน้อยใจในโชคชะตา...ชีวิตที่ห่วยแตกจนไม่รู้จะเอาไปพูดที่ไหนได้ เพราะกลัวว่าพูดไปก็จะเจอคำพูดที่ประชดประชัน เรื่องทั้งหมดเป็นการเขียนแบบไตร่ตรองมาดีมากแล้ว

" คนอื่นเขาโดนหนักกว่านี้อีก "
" แค่นี้เอง...ไม่เป็นไรหรอก "
" ทำไมฝังใจ เคียดแค้นอะไรขนาดนั้น "
" ไม่แปลกที่จะประสาทขนาดนี้ คิดไปเองล้วนๆ "

เริ่มมาจาก จขกท. เกิดจากครอบครัวที่ไม่พร้อมจะมีบุตร คุณแม่มีพี่ชายคนโตหลังจบม.ปลายไม่กี่ปี แน่นอนว่าอาชีพก็ไม่มี พื้นฐานฐานะทางบ้านทั้งฝ่ายแม่และพ่อก็ไม่ดี คุณแม่เป็นสาวสวยคนหนึ่ง คุณพ่อเป็นชาวจีนโพ้ลทะเลหลบหนีความยากจน เราเป็นลูกคนที่2 ห่างจากพี่ชาย3ปี

เราชอบครอบครัวเรามากๆ คิดถึงความสุขในวัยเด็ก แต่มันก็แค่ในวัยเด็ก เพราะยิ่งโตเราก็ได้ฟังเรื่องมากมาย ผ่านเรื่องมากมาย ทั้งดีและไม่ดี
แต่ที่ไม่เข้าใจเลยและฝังใจมากตลอดคือ ความลำเอียงของพ่อกับแม่!! พ่อแม่เลี้ยงพี่ชายโดยให้อิสระมากกว่าแล้วตลอด พี่ชายเป็นเด็กติดเกมส์ (ไม่ได้โทษว่าเกมส์ไม่ดีเพราะเราก็เล่น แต่มันก็มีพวกโง่ที่เล่นเกมส์ไม่ลืมหูลืมตาทั้งๆที่ไม่ได้เล่นเก่ง ไม่ได้เล่นจริงจังจนไปแข่ง แต่ชีวิตก็ยิ้มไปเยอะเพราะความไร้ระเบียบวินัยในการเล่นเกมส์) ทุกๆวันในวัยเด็กพี่ชายจะไปนั่งเล่นเกมส์ที่ร้านเกมส์ติดบ้าน ไปตั้งแต่เช้ากลับบ้านที่ก็เย็น มีแวะมากินข้าวตอนเที่ยง เราก็ไปด้วยบ้างไม่ไปด้วยบ้าง ใจก็อยากไปแต่บางทีก็ไม่รู้จะเล่นอะไรเพราะเล่นไม่เก่ง

เท่าที่จำความได้ พ่อเราชอบไปเล่นสนุ๊กที่เป็นเจ้าของร้านเดียวกันกับร้านเกมส์ ไปทั้งวัน ไม่ยอมกลับ ได้เงินก็ให้เราบ้าง20-30 แต่ถ้าเสียเงินก็จะไปเอาเงินจากแม่ บางวันพ่อเล่นเกมส์จนค่ำก็ไม่ยอมกลับบ้าน แม่ก็จะส่งเราไปเรียก เพราะแม่บอกว่าเราเป็นลูกสาวคนสุดท้าย พ่อรักเรามากที่สุด ตอนเด็กๆเราได้ยินแบบนี้มันดีใจจนตัวลอยเลยนะเว้ย! แต่พ่อโตมามันไม่ใช่ว่ะ

เราเป็นเด็กโพงพาง พูดจาขว้านผ่าซาก ตอนเด็กๆก็มีแต่คนชมว่า กล้าพูดกล้าคุย ช่างพูดช่างจา แต่ก็ไม่รู้ว่านั้นคือคำชมเคลือบยาพิษ เพราะจริงๆเขาไม่ได้คิดแบบนั้น
เขาคิดว่า ' อีเด็กนี่ทำไมพูดแบบนี้สะมากกว่า '

เราโตมาแบบสับสนงงงวย เพราะเดี๋ยวก็ได้ระบความรัก เดี๋ยวก็ไม่รับความรัก เดี๋ยวก็โดนดุด่าแบบไร้เหตุผล ซึ่งเราก็เถียงสู้ตลอด แต่ก็แพ้ที่ประโยคสุดท้าย ' แม่เป็นแม่นะ!! '

เท่าที่จำได้เวลามีอะไรทุกคนจะคุยกับแม่มากที่สุด เพราะป๊า(ขอเรียกแบบนี้นะพิมพ์พ่อแล้วไม่ชินจริงๆ) เพราะป๊าไม่ค่อยอยู่บ้าน ไปแทงสนุกไง!
ไอ้เราก็ปากดี เวลาไปตามป๊า แม่สอนว่าให้พูดว่า
' จะเลี้ยงลูก หรือเลี้ยงลูกสนุก!! วันๆเอาแต่แทงสนุ๊ก!! ' พอโดนโปรแกรมมาแบบนี้ก็พูดแบบนี้เป๊ะๆ ป๊าก็จะกลับบ้านบ้างไม่กลับบ้าง แม่ก็รอปิดประตูร้านทุกวัน ชีวิตดูงงๆ ดีแต่ถ้าเล่าละเอียดคงยาวถึงชาติหน้า เอาเป็นว่าจะพิมพ์ไปเรื่อยๆจรมที่นึกได้

ไทมไลน์เรื่องฝังใจที่ 1
ป๊ามีเพื่อนเป็นช่างซ่อมนาฬิกาและรับทำกุญแจ ชื่อลุงชัย ลุงชัยจะชอบมากินเบียร์ที่ลานหน้าบ้านช่วงค่ำๆบ่อยๆ ซึ่งลุงชัยอายุก็ถือว่าเยอะน่าจะ50กว่าแล้ว ตอนนั้นเราเด็กอยู่ไม่แน่ใจว่าป.1หรือ2 ทุกครั้งที่เขาตั้งวงเราก็จะไปกินถั่วกับปลาหมึกย่าง แล้วลุงชัยจะชอบเรียกให้ไปนั่งตัก เราไม่ชอบเลย ไม่ชอบจริงๆนะ มันแบบนั่งตักคนที่มีแต่กลิ่นเหล้าเบียร์ออกจากปาก แล้วไม่ใช่พ่อแม่อีก ลุงก็จะชอบเอามือโอบเอว เข้าใจว่ากลัวเราตกลงมา ที่เราเกลียดและรังเกียจมากที่สุดคือลุงชอบหอมแก้มเรา!! นีกภามตามนะ คนเมาหน้าแดงๆ แก่ๆ โอบเอว แล้วหอมแก้ม ความรู้สึกมันคือเคราและหนวดแข็งๆมาโดนแก้ม มันยี๊มาก!!จริงๆ สักพักเราก็ลุกออกมาหน้าหมุยไม่ชอบที่ลุงทำ แล้วลุงก็ให้เงิน10-20บาท พร้อมแซวแล้วฌตแล้ว ไม่อยากนั่งกับลุงแล้ว~!  มันเป็นแบบนี้หลายครั้ง จนมาวันหนึ่งเราก็บแกแม่ว่าเราไม่ชอบ พูดอยู่หลายรอบมากๆ แม่ก็บอกว่าลุงแค่เอ็นดู แต่ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ มันไม่ควรมาบังคับกัน!! จนมีครั้งหนึ่ง เราไม่นั่งแล้วบอกว่า
'ไม่เอา! ไม่ชอบ!' เราสังเกตเห็นว่าทุกคนหน้าเหวอ พ่อแม่เราทำท่าทางเสียหน้ามาก ทุกคนเงียบไปสักพัก จนแม่เราพูดขึ้นว่า ' เขาโตเป็นสาวแล้ว ห่วงเนื้อห่วงตัวแล้ว' พอพูดจบทุกคนก็หัวเราะ เฮฮา พร้อมแซวเราไป ในหัวเราคือ 'ตัวกู ทำไมกูจะบอกว่าไม่ให้ใครจับไม่ได้!'  
นี่คือ  sexual harassment ที่เราฝังใจมากจริงๆ

ไทมไลน์เรื่องฝังใจที่ 2
พ่อกับแม่ ชอบพูดเรื่องตอนเราเด็กๆที่เราจำไม่ได้
บอกว่าเราเป็นเด็กอารมณ์ร้อน เอาแต่ใจ คุมตัวเองไม่ได้ เขาพูดจนเรารู้สึกว่าเราแย่มากๆ

แม่บอกว่าเราเคยทะเลาะกับแม่ แล้วก็โกรธมากๆจนแม่บอกว่าเราดื้อ จะไม่เลี้ยงเราแล้ว จะส่งไปอยู่กับยาย ตอนนั้นเราอายุ3ขวบ แล้งแม่บอกว่าเราตะโกนใส่แม่ว่าเราจะไปอยู่กับยายพร้อมเดินไปหยิบเสื้อใส่ถุงพลาสติกแล้วเดินมาขอเงินค่ารถแม่ แม่ให้เงินมา20บาท เราเดินออกจากบ้านไปบขส.ทันที บ้านเราใกล้บขส. เราเดินไปจนเกือบถึง แม่บอกว่าแม่รอดูว่าเราไปจริงมั้ย พอเราไปจริงๆ แม่ก็วิ่งไปอุ้มกลับมา

พอเล่าเสร็จแม่ก็บอกว่า เรามันเป็นเด็กเอาแต่ใจ เป็นคนยอมหักไม่ยอมงอ อะไรนิดอะไรหน่อยไม่ได้ ทุกอย่างต้องได้ดั่งใจ ยังมีอีกหลายเรื่องที่แม่พูดแล้วเรารู้สึกเสียใจที่แม่ว่าเรา แต่เราไม่เสียใจที่เราทำในบ้างเรื่อง เพราะแม่เป็นคนไล่เราแล้วท้าเราเอง ทุกคนคงจะสังเกตได้ว่าเราไม่ปกติทางอารมณ์ อาจจะเป็นเพราะทางจิตวิทยาบอกว่า เด็กวัยทองอยู่ที่ช่วง 2-3 ขวบ แต่พ่อแม่เราคงไม่รู้ ตัวเราเองก็มารู้ตอนโตแล้วว่ามันเกิดจากกระบวนการการเรียนรู้และอะไรอีกมากมายที่มันส่งผลให้เป็นแบบนี้

*** เราจะเล่าไปเรื่อยๆ ตามที่เราคิดได้ บางที่อยากจะไม่เรียงอายุ แต่ที่แน่ๆคือ เราเขียนขึ้นมาเพื่อจะบอกทุกคนว่า ครอบครัวคือที่แรกที่ใกล้ชิดเด็ก เด็กจะโตไปยังไงก็มาจากพื้นฐานครอบครัว และแน่นอนว่าเราเป็นโรคทางจิตเวชเรื้องรัง เราเจ็บปวดและอยากหายไปจากโรคใบนี้หลายต่อหลายครั้ง
***แต่เราพยายาม พยายามมีชีวิตเพื่อน้องสาวของเรา เรื่องที่เล่ามาน้องยังไม่เกิก น้องเกิดตอนเราอายุ15แล้ว แต่ก่อนน้องจะเกิดมีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย
***อยากส่งต่อพื้นที่ให้ทุกคนระบายความเจ็บปวด เราจะอ่านเรื่องราวของทุกคน พวกเราต้องผ่านมันไปได้นะ!! พวกเราจะอยู่เคียงข้างกัน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่