เราเป็นสาวประเภทสอง แปลงเพศเป็นผู้หญิงเต็มตัวแล้ว ตอนนี้อายุ 33 ปี มีแฟนเป็นผู้ชายคนหนึ่งอยู่ด้วยกันมาจะ 6 ปีแล้ว ขอเล่าย้อนหลังก่อนที่จะคบกันนะคะ
เมื่อก่อนเราผมสั้นแต่งตัวเป็นผู้ชาย แต่รูปร่างหน้าตาคล้ายผู้หญิง คือจิตใจเราเป็นผู้หญิงตั้งแต่จำความได้ เพียงแต่ตอนนั้นครอบครัวยังไม่ยอมรับ เราแอบเทคฮอร์โมนมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่มัธยมปลายจนจบมหาลัย มีเรื่องทะเลาะกับทางบ้านเป็นประจำเพราะมีหน้าอก จนได้หาที่รัดหน้าอกเหมือนทอม คนรู้จักแม่หลาย ๆคนตอนเจอ ก็มักจะถามว่าเป็นทอมเหรอ บ้างก็บอกว่าโตเป็นสาว ตอนเรียนมหาลัยเราแอบแต่งตัวเป็นผู้หญิงไปเรียนบ้างเป็นบางครั้ง ไม่บ่อย (กลัวมีคนรู้จักไปฟ้องทางบ้าน) คือไม่ค่อยกลับบ้านเลย แอบเก็บเงินศัลยกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ จัดฟัน เสริมปลายจมูก ฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ แต่หน้าเป็นหน้าเดิมแค่ดูดีขึ้น จนเรียนจบมีงานทำครอบครัวเริ่มให้การยอมรับในการเป็นตัวตน แต่ก็ยังไม่แต่งหญิง
ตอนเราอายุ 27 ปี เราคุยออนไลน์กับผู้ชายคนหนึ่ง อายุ 30 ดูจากรูปเขาหน้าตาดีเลยแหล่ะ ส่วนเราก็ใช้รูปตัวเองที่แต่งหญิงใส่วิก คุยกันได้อาทิตย์กว่า ๆ เราว่าโอเค เราชอบเขาและก็รู้สึกว่าเขาชอบเราเหมือนกัน เราเลยบอกว่าเป็นสาวประเภทสองยังไม่แปลงเพศเขาจะรับได้ไหม จนได้นัดเจอกัน ตอนเจอกันครั้งแรกสิ่งแรกที่เห็นคือเขารูปร่างหน้าตาดี ตัวสูง แต่งตัวดี ขับรถหรู เป็นสิ่งที่เราใฝ่หา ส่วนเราก็แต่งตัวเป็นผู้ชายแหล่ะ ด้วยความมั่นใจว่าถึงผมสั้นก็สวย คิดแต่ว่าช่างมัน รับได้ก็รับ รับไม่ได้ก็ไม่ต้องรับ จากนั้นก็คุยกันถูกคอดี นัดเจอกันหลายครั้งจนตกลงเป็นแฟนกัน คือเขาบอกว่าเขาเคยคบผู้หญิงกับสาวประเภทสองมาแล้ว เราก็บอกเขาว่าเราก็จะแต่งหญิง อีกไม่นานครอบครัวก็ยอมรับ
ผ่านมาประมาณปีนึง ช่วงนั้นเราก็คบกันเป็นแฟนโดยที่ยังแต่งตัวเป็นผู้ชายสไตล์อ้อนแอ้นหวาน ๆ แล้วก็ย้ายไปพักอยู่บ้านกับเขา มาช่วยเขาทำงานที่สาขา จากนั้นเราเริ่มเทคฮอร์โมนหนักขึ้นและต่อเนื่อง เริ่มแต่งตัวเป็นผู้หญิงและแต่งเป็นประจำ ตอนที่คบกันมาร่วมสองปี เราตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งใหญ่ คือ การแปลงเพศกับเสริมหน้าอก คือหน้าอกมีอยู่แล้วแต่ก็ไม่ได้สัดส่วนสวยพอ เรามีเงินเก็บพอได้แปลงเพศ และเราก็ได้รับความช่วยเหลือจากเขาจำนวนเยอะทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่าได้ทำวิธีที่แพงที่สุดคือใช้เนื้อเยื่อส่วนของลำไส้ และผลการันตีจากแฟนคือเหมือนของผู้หญิง ที่สำคัญคือเราเสร็จได้ และก็ศัลยกรรมอื่นเพิ่มอีก คือ เสริมสะโพกกับผ่าตัดเปลี่ยนเสียง มันทำให้เรามั่นใจและรู้สึกเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง จากนั้นเขาก็พาเราไปเจอพ่อแม่เขา ฐานะทางบ้านดี ทางบ้านเขาก็โอเคกับเรา ราบรื่นดีไม่มีปัญหาอะไร ไม่ต่อต้าน แต่ทางบ้านเราแรก ๆที่รู้ว่าเราไปตัดออก คือไม่โอเคเลย แล้วก็ไม่ค่อยเขาเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ก็รับได้แล้วล่ะที่เราเป็นลูกสาวอีกคน เราก็อยู่ด้วยกันมาเรื่อย ๆ มีปัญหาบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างผู้ชายเข้ามาเราหรือผู้หญิงเข้ามาคุยกับเขา แต่โดยรวมก็มีความสุขดี ถือว่าเราโชคดีมาก เป็นชีวิตที่เราและสาวประเภทสองหลาย ๆ คนใฝ่ฝัน
เมื่อประมาณหนึ่งปีก่อน เราเห็นผู้หญิงที่ไม่คุ้นหน้าคนหนึ่งไปคอมเมนท์ในรูปเขา เราเลยเข้าไปส่องดู แล้วก็ถามแฟนเราว่าเป็นใคร เขาก็บอกเป็นคนรู้จักเป็นรุ่นน้อง พร้อมเอาแชทให้ดู ซึ่งไม่มีอะไร แค่ทักทายกัน บอกว่าไม่ได้เจอกันนานจำได้ไหม เราก็ไม่คิดอะไร หลังจากนั้นก็มีเหตุให้ได้เจอกันโดยไม่ได้นัดหมาย ได้กินข้าวด้วยกันกับผู้หญิงคนนั้นกับเพื่อนแฟนเราอีกหลายคน ตอนนั้นเราก็ยังคิดว่าคงไม่มีอะไรหรอก จนมันเริ่มเจอผู้หญิงคนนั้นบ่อยไปแล้วไหม เราก็รู้สึกมีเซ้นส์ว่ามันไม่ปกติละ ช่วงนั้นก็สังเกตพฤติกรรมแฟนด้วย เล่นโทรศัพท์บ่อยขึ้น หวงมากขึ้น ความคิดเราคือบอกว่ามันใช่แล้วหล่ะมีอะไรกันแน่ ๆ เรากับแฟนก็ทะเลาะกันเรื่อย ๆ จนเมื่อหกเดือนที่แล้ว เขาเอาผู้หญิงคนนั้นเข้าบ้าน คือเราสติแตก เขาให้เหตุผลว่าผู้หญิงคนนั้นย้ายที่ทำงาน มันห่างจากที่เดิมมากมาขอพักบ้านเราสองสามวัน ซึ่งเราก็วีน บ้ารึเปล่าที่พัก บ้านเช่า ห้องเช่า คอนโดอะไรมีตั้งเยอะแยะ เราไม่พูดกับแฟนอยู่สามวัน ผู้หญิงคนก็ยังไม่ย้ายออกไป ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์เราเลยแยกห้องนอนกับแฟน ไม่รู้ตอนนั้นทำถูกไหม รึจะเป็นการเปิดโอกาสให้เขาสองคนได้นอนด้วยกัน เราคิดแต่ว่าถ้าคนมันจะไปมีอะไรกัน กลางดึกรึอยู่ข้างนอกมันก็แอบออกไปเอากันจนได้ เราก็ทนจนเวลาผ่านมา ตลอดหลายเดือนนี้ผู้หญิงคนนั้นก็ยังอยู่ เธอมีกลับบ้านบ้างกลับที่พักเดิมบ้าง เรากับแฟนก็ยังอยู่เหมือนเดิม แต่ความรู้สึกเราไม่ค่อยจะเหมือนเดิมเท่าไหร่ แน่หล่ะอยู่กันมาหลายปีทั้งรักทั้งผูกพันธ์ เราก็ยังทำใจไม่ได้ แฟนเรามาห้องเราที่แยกออกมาประจำ เพื่อจะมีเรื่องอย่างว่ากับเรา ซึ่งทุกครั้งเราไม่เต็มใจ ก็คือเขาขืนใจเรานั่นแหล่ะ โดยไม่ได้ป้องกัน มันเป็นความรู้สึกที่แย่มากถ้าจะเทียบคงเหมือนกับคนโดนข่มขืน ที่เราไม่ยอมให้ก็เพราะรู้ว่าเขาไปมีอะไรกับผู้หญิงคนนั้นได้ป้องกันหรือเปล่าก็ไม่รู้ ผ่านมาจนถึงตอนนี้เราเสียใจมาก ร้องไห้ไปไม่รู้กี่ครั้ง บ้านเราเองก็ไม่ได้กลับคือยังกลับไม่ได้ กินไม่ได้นอนไม่หลับน้ำหนักลด 8 กิโล จาก 58 เหลือ 50
และตลอดเวลที่ผ่านมา ระหว่างที่ผู้หญิงคนนั้นอยู่ในบ้านกับเรา เราพยายามไม่ไปยุ่งไม่สนใจจะทำอะไรก็ทำ แต่อย่ามายุ่งกับเรามาก แฟนเรามีท่าทีปกติไม่ได้เหมือนจะทิ้งเราหรือให้เราออกไป แต่ก็ไม่จัดการผู้หญิงคนนั้นสักที ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้มีกิริยากับเราไม่ดี พยายามพูดกับเราเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหมือนอยู่กันสามผัวเมีย เธอยังถือวิสาสะเอาเสื้อผ้าแฟนเรากับของเราไปซักรวมถึงกางเกงในกับเสื้อชั้นในเราด้วย และที่ช็อกสุด ๆ คือ ล่าสุดผู้หญิงคนนั้นมาคุยกับเราว่าอยากลองมีอะไรกันไหมแบบผู้หญิง ๆ สองคน เราเลยด่าว่าบ้ารึเปล่า ไม่มีทาง แค่เธอมีเธอมาอยู่ด้วยเราก็รู้สึกแย่พอแล้ว ผู้หญิงคนนั้นยังบอกว่าจะไปขอแฟนเราอีก เราเลยไม่คุยต่อ แล้วเมื่อคืนคือแฟนเราก็มาคุยห้องเรา บอกว่าอยากจะลองมีอะไรกันแบบสามคน ภาพหนังผู้ใหญ่ฉายเข้ามาในหัวเราทันทีแบบผู้ชายกำลังทำส่วนผู้หญิงสองคนจูบกัน เราต้องขอโทษที่จะต้องใช้คำว่ารู้สึกวิปริต ไม่ได้ตั้งใจเหยียดรสนิยมนะ แต่เรารู้สึกแบบนั้น มันไม่โอเค เราตบหน้าแฟนไปครั้งหนึ่ง เรากับแฟนทะเลาะกัน เราบอกจะไปจากเขา จะไปมีผู้ชายคนใหม่ เป็นครั้งแรกที่แฟนเราลงไม้ลงมือตบตีเรา จากนั้นก็ทำอย่างว่ากับเราทั้งที่ไม่เต็มใจและเจ็บตัวอยู่ เราร้องไห้หนักมาก เสียใจที่สุดในชีวิต ไม่รู้จะมีทางออกยังไง
เราไม่อยากอยู่แบบนี้แล้ว ถึงส่วนนึงในใจจะเผื่อไว่ว่าวันหนึ่งผู้ชายที่เราคบอาจจะอยากมีลูกมีครอบครัวที่สมบูรณ์ เราเคยสัญญากับตัวเองไว้ว่าถ้าต้องเจอกับเหตุการณ์นั้นเราจะยังรัก จะยังมีรู้สึกดี ๆ และจะหวังดีกับเขาเสมอ แต่ตอนนี้เราอยากหายไปจากชีวิตเขา ไม่อยากเจ็บ ไม่อยากรับรู้อะไร ฝันที่เราวาดมามันสลายหายไป ซ้ำยังทุกข์มาก แต่อีกใจหนึ่งไม่อยากเสียเขาไปเราทนมาได้ตั้งหลายเดือน เราควรจะทำยังไงดี จะไปต่อแบบไหน ไม่รู้จะหาทางออกได้ยังไง
ปัญหาความรัก สาวประเภทสอง มีแฟนเป็นผู้ชายคนหนึ่งอยู่ด้วยกันมาจะ 6 ปี
เมื่อก่อนเราผมสั้นแต่งตัวเป็นผู้ชาย แต่รูปร่างหน้าตาคล้ายผู้หญิง คือจิตใจเราเป็นผู้หญิงตั้งแต่จำความได้ เพียงแต่ตอนนั้นครอบครัวยังไม่ยอมรับ เราแอบเทคฮอร์โมนมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่มัธยมปลายจนจบมหาลัย มีเรื่องทะเลาะกับทางบ้านเป็นประจำเพราะมีหน้าอก จนได้หาที่รัดหน้าอกเหมือนทอม คนรู้จักแม่หลาย ๆคนตอนเจอ ก็มักจะถามว่าเป็นทอมเหรอ บ้างก็บอกว่าโตเป็นสาว ตอนเรียนมหาลัยเราแอบแต่งตัวเป็นผู้หญิงไปเรียนบ้างเป็นบางครั้ง ไม่บ่อย (กลัวมีคนรู้จักไปฟ้องทางบ้าน) คือไม่ค่อยกลับบ้านเลย แอบเก็บเงินศัลยกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ จัดฟัน เสริมปลายจมูก ฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ แต่หน้าเป็นหน้าเดิมแค่ดูดีขึ้น จนเรียนจบมีงานทำครอบครัวเริ่มให้การยอมรับในการเป็นตัวตน แต่ก็ยังไม่แต่งหญิง
ตอนเราอายุ 27 ปี เราคุยออนไลน์กับผู้ชายคนหนึ่ง อายุ 30 ดูจากรูปเขาหน้าตาดีเลยแหล่ะ ส่วนเราก็ใช้รูปตัวเองที่แต่งหญิงใส่วิก คุยกันได้อาทิตย์กว่า ๆ เราว่าโอเค เราชอบเขาและก็รู้สึกว่าเขาชอบเราเหมือนกัน เราเลยบอกว่าเป็นสาวประเภทสองยังไม่แปลงเพศเขาจะรับได้ไหม จนได้นัดเจอกัน ตอนเจอกันครั้งแรกสิ่งแรกที่เห็นคือเขารูปร่างหน้าตาดี ตัวสูง แต่งตัวดี ขับรถหรู เป็นสิ่งที่เราใฝ่หา ส่วนเราก็แต่งตัวเป็นผู้ชายแหล่ะ ด้วยความมั่นใจว่าถึงผมสั้นก็สวย คิดแต่ว่าช่างมัน รับได้ก็รับ รับไม่ได้ก็ไม่ต้องรับ จากนั้นก็คุยกันถูกคอดี นัดเจอกันหลายครั้งจนตกลงเป็นแฟนกัน คือเขาบอกว่าเขาเคยคบผู้หญิงกับสาวประเภทสองมาแล้ว เราก็บอกเขาว่าเราก็จะแต่งหญิง อีกไม่นานครอบครัวก็ยอมรับ
ผ่านมาประมาณปีนึง ช่วงนั้นเราก็คบกันเป็นแฟนโดยที่ยังแต่งตัวเป็นผู้ชายสไตล์อ้อนแอ้นหวาน ๆ แล้วก็ย้ายไปพักอยู่บ้านกับเขา มาช่วยเขาทำงานที่สาขา จากนั้นเราเริ่มเทคฮอร์โมนหนักขึ้นและต่อเนื่อง เริ่มแต่งตัวเป็นผู้หญิงและแต่งเป็นประจำ ตอนที่คบกันมาร่วมสองปี เราตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งใหญ่ คือ การแปลงเพศกับเสริมหน้าอก คือหน้าอกมีอยู่แล้วแต่ก็ไม่ได้สัดส่วนสวยพอ เรามีเงินเก็บพอได้แปลงเพศ และเราก็ได้รับความช่วยเหลือจากเขาจำนวนเยอะทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่าได้ทำวิธีที่แพงที่สุดคือใช้เนื้อเยื่อส่วนของลำไส้ และผลการันตีจากแฟนคือเหมือนของผู้หญิง ที่สำคัญคือเราเสร็จได้ และก็ศัลยกรรมอื่นเพิ่มอีก คือ เสริมสะโพกกับผ่าตัดเปลี่ยนเสียง มันทำให้เรามั่นใจและรู้สึกเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง จากนั้นเขาก็พาเราไปเจอพ่อแม่เขา ฐานะทางบ้านดี ทางบ้านเขาก็โอเคกับเรา ราบรื่นดีไม่มีปัญหาอะไร ไม่ต่อต้าน แต่ทางบ้านเราแรก ๆที่รู้ว่าเราไปตัดออก คือไม่โอเคเลย แล้วก็ไม่ค่อยเขาเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ก็รับได้แล้วล่ะที่เราเป็นลูกสาวอีกคน เราก็อยู่ด้วยกันมาเรื่อย ๆ มีปัญหาบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างผู้ชายเข้ามาเราหรือผู้หญิงเข้ามาคุยกับเขา แต่โดยรวมก็มีความสุขดี ถือว่าเราโชคดีมาก เป็นชีวิตที่เราและสาวประเภทสองหลาย ๆ คนใฝ่ฝัน
เมื่อประมาณหนึ่งปีก่อน เราเห็นผู้หญิงที่ไม่คุ้นหน้าคนหนึ่งไปคอมเมนท์ในรูปเขา เราเลยเข้าไปส่องดู แล้วก็ถามแฟนเราว่าเป็นใคร เขาก็บอกเป็นคนรู้จักเป็นรุ่นน้อง พร้อมเอาแชทให้ดู ซึ่งไม่มีอะไร แค่ทักทายกัน บอกว่าไม่ได้เจอกันนานจำได้ไหม เราก็ไม่คิดอะไร หลังจากนั้นก็มีเหตุให้ได้เจอกันโดยไม่ได้นัดหมาย ได้กินข้าวด้วยกันกับผู้หญิงคนนั้นกับเพื่อนแฟนเราอีกหลายคน ตอนนั้นเราก็ยังคิดว่าคงไม่มีอะไรหรอก จนมันเริ่มเจอผู้หญิงคนนั้นบ่อยไปแล้วไหม เราก็รู้สึกมีเซ้นส์ว่ามันไม่ปกติละ ช่วงนั้นก็สังเกตพฤติกรรมแฟนด้วย เล่นโทรศัพท์บ่อยขึ้น หวงมากขึ้น ความคิดเราคือบอกว่ามันใช่แล้วหล่ะมีอะไรกันแน่ ๆ เรากับแฟนก็ทะเลาะกันเรื่อย ๆ จนเมื่อหกเดือนที่แล้ว เขาเอาผู้หญิงคนนั้นเข้าบ้าน คือเราสติแตก เขาให้เหตุผลว่าผู้หญิงคนนั้นย้ายที่ทำงาน มันห่างจากที่เดิมมากมาขอพักบ้านเราสองสามวัน ซึ่งเราก็วีน บ้ารึเปล่าที่พัก บ้านเช่า ห้องเช่า คอนโดอะไรมีตั้งเยอะแยะ เราไม่พูดกับแฟนอยู่สามวัน ผู้หญิงคนก็ยังไม่ย้ายออกไป ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์เราเลยแยกห้องนอนกับแฟน ไม่รู้ตอนนั้นทำถูกไหม รึจะเป็นการเปิดโอกาสให้เขาสองคนได้นอนด้วยกัน เราคิดแต่ว่าถ้าคนมันจะไปมีอะไรกัน กลางดึกรึอยู่ข้างนอกมันก็แอบออกไปเอากันจนได้ เราก็ทนจนเวลาผ่านมา ตลอดหลายเดือนนี้ผู้หญิงคนนั้นก็ยังอยู่ เธอมีกลับบ้านบ้างกลับที่พักเดิมบ้าง เรากับแฟนก็ยังอยู่เหมือนเดิม แต่ความรู้สึกเราไม่ค่อยจะเหมือนเดิมเท่าไหร่ แน่หล่ะอยู่กันมาหลายปีทั้งรักทั้งผูกพันธ์ เราก็ยังทำใจไม่ได้ แฟนเรามาห้องเราที่แยกออกมาประจำ เพื่อจะมีเรื่องอย่างว่ากับเรา ซึ่งทุกครั้งเราไม่เต็มใจ ก็คือเขาขืนใจเรานั่นแหล่ะ โดยไม่ได้ป้องกัน มันเป็นความรู้สึกที่แย่มากถ้าจะเทียบคงเหมือนกับคนโดนข่มขืน ที่เราไม่ยอมให้ก็เพราะรู้ว่าเขาไปมีอะไรกับผู้หญิงคนนั้นได้ป้องกันหรือเปล่าก็ไม่รู้ ผ่านมาจนถึงตอนนี้เราเสียใจมาก ร้องไห้ไปไม่รู้กี่ครั้ง บ้านเราเองก็ไม่ได้กลับคือยังกลับไม่ได้ กินไม่ได้นอนไม่หลับน้ำหนักลด 8 กิโล จาก 58 เหลือ 50
และตลอดเวลที่ผ่านมา ระหว่างที่ผู้หญิงคนนั้นอยู่ในบ้านกับเรา เราพยายามไม่ไปยุ่งไม่สนใจจะทำอะไรก็ทำ แต่อย่ามายุ่งกับเรามาก แฟนเรามีท่าทีปกติไม่ได้เหมือนจะทิ้งเราหรือให้เราออกไป แต่ก็ไม่จัดการผู้หญิงคนนั้นสักที ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้มีกิริยากับเราไม่ดี พยายามพูดกับเราเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหมือนอยู่กันสามผัวเมีย เธอยังถือวิสาสะเอาเสื้อผ้าแฟนเรากับของเราไปซักรวมถึงกางเกงในกับเสื้อชั้นในเราด้วย และที่ช็อกสุด ๆ คือ ล่าสุดผู้หญิงคนนั้นมาคุยกับเราว่าอยากลองมีอะไรกันไหมแบบผู้หญิง ๆ สองคน เราเลยด่าว่าบ้ารึเปล่า ไม่มีทาง แค่เธอมีเธอมาอยู่ด้วยเราก็รู้สึกแย่พอแล้ว ผู้หญิงคนนั้นยังบอกว่าจะไปขอแฟนเราอีก เราเลยไม่คุยต่อ แล้วเมื่อคืนคือแฟนเราก็มาคุยห้องเรา บอกว่าอยากจะลองมีอะไรกันแบบสามคน ภาพหนังผู้ใหญ่ฉายเข้ามาในหัวเราทันทีแบบผู้ชายกำลังทำส่วนผู้หญิงสองคนจูบกัน เราต้องขอโทษที่จะต้องใช้คำว่ารู้สึกวิปริต ไม่ได้ตั้งใจเหยียดรสนิยมนะ แต่เรารู้สึกแบบนั้น มันไม่โอเค เราตบหน้าแฟนไปครั้งหนึ่ง เรากับแฟนทะเลาะกัน เราบอกจะไปจากเขา จะไปมีผู้ชายคนใหม่ เป็นครั้งแรกที่แฟนเราลงไม้ลงมือตบตีเรา จากนั้นก็ทำอย่างว่ากับเราทั้งที่ไม่เต็มใจและเจ็บตัวอยู่ เราร้องไห้หนักมาก เสียใจที่สุดในชีวิต ไม่รู้จะมีทางออกยังไง
เราไม่อยากอยู่แบบนี้แล้ว ถึงส่วนนึงในใจจะเผื่อไว่ว่าวันหนึ่งผู้ชายที่เราคบอาจจะอยากมีลูกมีครอบครัวที่สมบูรณ์ เราเคยสัญญากับตัวเองไว้ว่าถ้าต้องเจอกับเหตุการณ์นั้นเราจะยังรัก จะยังมีรู้สึกดี ๆ และจะหวังดีกับเขาเสมอ แต่ตอนนี้เราอยากหายไปจากชีวิตเขา ไม่อยากเจ็บ ไม่อยากรับรู้อะไร ฝันที่เราวาดมามันสลายหายไป ซ้ำยังทุกข์มาก แต่อีกใจหนึ่งไม่อยากเสียเขาไปเราทนมาได้ตั้งหลายเดือน เราควรจะทำยังไงดี จะไปต่อแบบไหน ไม่รู้จะหาทางออกได้ยังไง