สวัสดีครับ ผมจะมาแชร์ประสบการณ์ชีวิตคู่17ปี เริ่มตั้งแต่การเลือกคู่ครองไปจนถึงการประคับประคองชีวิตคู่ให้อยู่ตลอดรอดฝั่ง
ผมไม่ใช่คนรูปหล่อ หน้าตาเกือบจะขี้เหร่ด้วยซ้ำ เมื่อตอนวัยรุ่น ผมกังวลมาก คิดว่าตัวเองจะหาเมียไม่ได้ พยายามจีบสาวอยู่หลายคน จีบเผื่อว่าสาวเขาจะรัก หลายต่อหลายคน ที่เขาไม่สนใจผม เพราะผมขี้เหร่ นอกจากขี้เหร่แล้ว เหล้าก็กิน แต่บุหรี่และยาเสพติดอื่นๆไม่แตะนะครับ และมีสิ่งหนึ่ง ที่พอจะมีเครดิตอยู่บ้าง คือมีพื้นฐาน ทางครอบครัวที่ดี คุณพ่อคุณแม่ พี่น้อง เป็นคนดีเอาการเอางาน ทำให้ ผู้หลักผู้ใหญ่บางคน ก็มองผมอยู่บ้าง อยากได้ผมไปเป็นลูกเขย ก็มีบ้าง นี่แหละหนาที่เขาเรียกว่า ซื้อวัวให้ดูที่หาง ดูนางให้ดูที่แม่ สุภาษิตนี้ ยังคงใช้ได้บ้าง เมื่อคิดจะครองเรือน เพราะว่า พื้นฐานทางครอบครัวนั้นก็สำคัญ บ่งบอกถึงการถูกอบรมเลี้ยงดู สั่งสอน และแบบอย่างที่ดี จากคุณพ่อคุณแม่ ทำให้ ลูก ถูกซึมซับสิ่งดีๆจากคุณพ่อคุณแม่มานั่นเอง ดังนั้น เวลาเราจะเลือกคู่ครอง คนหนุ่มคนสาวเอ๋ย ควรที่จะปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ด้วย ไม่ใช่จะเอาความรักเป็นที่ตั้ง
เข้าเรื่องเลยนะครับ เคล็ดลับการเลือกคู่ครอง
ข้อที่ 1 ดูพื้นฐานครอบครัวของเขา
ทำไมต้องดูครอบครัวของเขา ก็เพราะว่า ครอบครัวของแฟนของเราในอนาคต มีส่วนสำคัญ และอาจเป็นอุปสรรคกับเราได้ ถ้าหาก เราเข้ากับครอบครัวของเขาไม่ได้ ปัญหาระหว่างเรากับแฟน ก็จะเกิดขึ้นอีกมากมายตามมาเช่นกัน มีหลายคู่ ที่เลิกรากัน เพราะครอบครัวของอีกฝ่าย ไม่สนับสนุน คอยยุแยงตะแคงรั่ว สุดท้ายแล้ว ครอบครัวก็พังทลาย ในที่สุด
ข้อที่ 2 เมื่อแต่งงานแล้วเราจะไปอยู่ไหน
บางคนติดบ้าน บางคนไม่อยากจากพื้นที่ไปไหน บางคนไปอยู่ไหนก็ได้ อันนี้สำคัญ ช่วงแรกๆ ความรักเป็นใหญ่ อยู่ไหนก็ได้ถ้ามีเธอ แต่เมื่อถึงเวลาที่เบื่อหน่ายความรักแล้ว เราจะคิดถึง ญาติพี่น้องพ่อแม่ ที่เคยอยู่ด้วย พาลจะทำให้ เลิกรากันโดยง่าย บางคู่ ทำงานต่างจังหวัด พอถึงวันหยุดเทศกาล กลับบ้านแฟน และบ้านตัวเอง คนละทาง ซึ่งก็เป็นอุปสรรคอย่างหนึ่ง
ข้อที่ 3 ศีลเสมอกันหรือไม่
คำว่าศีลเสมอกัน อาจจะไม่ได้หมายถึง การถือศีลกินเจ แต่หมายถึง ลักษณะนิสัย ความรู้ความสามารถ ทัดเทียมกันหรือไม่ เช่น เมื่ออีกฝ่ายฉลาดเกินไป การพูดจา แนวคิด ความเชื่อ หรืออะไรต่างๆอาจจะเป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิตก็ได้ ผมอาจจะไม่ได้หมายถึงการแบ่งชนชั้นวรรณะ แต่หมายถึง การมีแนวคิดเดียวกัน การทดแทนในส่วนที่ขาด ของอีกฝ่ายได้ ชีวิตคู่ ถึงจะไปด้วยกันได้ ขอยกตัวอย่าง ภรรยารับราชการ แต่สามี เป็นเกษตรกร ทั้งคู่อาจไปด้วยกันได้ดี เพราะ สามีเอาการเอางาน ภรรยาก็รับราชการ มีงานมั่นคงทำนองนี้ครับ
สำหรับผมแล้ว ไม่มีอะไรมาก การเลือกคู่ครอง เอาล่ะ เมื่อตกลงปลงใจ ที่จะใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว เคล็ดลับของผม ในการใช้ชีวิตคู่ ประมาณนี้ครับ
ข้อที่ 1 มีเป้าหมายเดียวกัน
ผมว่า มันเป็นหลักการบริหารทั่วไป ไม่ว่า ระดับองค์กรขนาดเล็ก ไปจนถึงระดับประเทศ ลำดับแรก ก็ต้องวางเป้าหมายก่อน ชีวิตครอบครัวก็เช่นกันครับ เราต้องคุยกับแฟน ถึงเป้าหมายของเรา ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เช่น เราจะเก็บเงินสร้างบ้าน มีลูก หลังจากนั้นจะซื้อรถ และออมเงินไว้ซื้อที่ดิน อะไรประมาณนี้ การมีเป้าหมายต้องควบคู่กับความมีวินัยด้วยนะครับ ไม่ยังงั้นแล้วจะกลายเป็นว่า ดีแต่น้ำลาย
ข้อที่ 2 เวลาทะเลาะกัน ให้เบาที่สุด
แน่นอน ลิ้นกับฟัน อยู่ด้วยกัน ต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่ขอให้ ควบคุมอารมณ์ให้ได้ อย่าลงไม้ลงมือตบตี ไม่ว่าชายหรือหญิง ในช่วงที่โมโห ให้เงียบก่อน อย่าเพิ่งพูดอะไรกัน รอให้เย็นก่อน ผมหมายถึงรอให้อารมณ์เย็นลงก่อน จึงค่อยๆพูดกัน ถึงเหตุผล ที่ทำลงไปในประเด็นนั้นๆและห้ามหนีออกจากห้อง หรือบ้าน เพราะ เราอาจจะขาดความยั้งคิดทำอะไรลงไปด้วยอารมณ์โมโหขณะนั้นได้
ข้อที่ 3 ให้เข้าใจไว้เลยว่าความรักมีวันหมดอายุ
คำจำกัดความ ของคำว่ารัก จนถึงเดี๋ยวนี้ ผมก็ยังไม่เข้าใจ ว่าความรักคืออะไร ยังไงคือความรัก ผมอ่านนิยาย ดูละครมาก็เยอะ ก็เข้าใจว่าความรักคืออย่างนั้นอย่างนี้ แต่ในนิยายหรือละคร ไม่เคยมีเรื่องไหน บอกเรา ว่าความรัก หมดอายุได้ มีแต่ประสบการณ์ผมเท่านั้น ที่บอกผมได้ ว่า ไอ้ที่เรียกว่าความรัก ก็หมดอายุได้ เหมือนเช่นมาม่าปลากระป๋องเช่นกัน หากวันใดวันหนึ่ง ที่ต่างฝ่ายต่างไม่เหมือนเดิม คำว่าไม่เหมือนเดิม อาจจะหมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่าง เช่น การกระทำ หน้าตารูปร่าง หรือแม้กระทั่ง ตัวเราเอง ที่ไม่เหมือนเดิม ก็เป็นได้ ให้มองย้อนกลับไปที่ข้อ 1 คือ มีเป้าหมายเดียวกัน
ข้อที่ 4 ความเสมอต้นเสมอปลาย
เมื่ออยู่ๆกันไป ความหวือหวา ความตื่นเต้น ในเรื่องความรัก ก็จะค่อยๆเบาลง แต่ มีสิ่งหนึ่ง ที่จะประคับประคอง ให้ชีวิตคู่ ดำเนินต่อไปได้คือความเสมอต้นเสมอปลาย เคยปฏิบัติกับแฟนยังไง ในช่วงแรกๆ ก็ให้ปฏิบัติกับเขา เหมือนที่เคยทำยังงั้น โดยอาศัยความเห็นอกเห็นใจ ความเข้าใจ ความสงสาร เป็นหลัก เช่น เมื่อภรรยามีคนอื่นที่ไม่ใช่สามีมาเอาอกเอาใจ หากภรรยา คิดถึงสามี มีความสงสาร การนอกใจก็จะไม่เกิดขึ้น สามีก็เช่นเดียวกัน
ข้อที่ 5 ขยันเก็บออม
นอกจากเรา จะขยันทำงานแล้ว การออมเงินนั้นก็สำคัญ มันเหมือน กำลังใจอย่างหนึ่ง หรือเป็นหลักประกัน เป็นเงินสำรอง ไว้ใช้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น ออมเงินไว้สร้างบ้าน ซื้อรถ หรือลงทุนต่างๆ ก็ดีทั้งนั้น ยุคสมัยนี้ ไม่มีหรอก คำว่า เราจะกัดก้อนเกลือกินไปด้วยกัน เรื่องเงินนั้นก็สำคัญ หลายๆคู่ ทะเลาะเลิกรา ก็เพราะ ปัญหาเรื่องเงินนี่แหละ ปัญหาและอุปสรรคของการออมเงิน อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญคือ การติดการพนัน ติดยาเสพติด อันนี้สำคัญเลย พังทลายก็หลายคู่แล้ว
ข้อที่ 6 ตรวจสอบถ่วงดุลกันบ้าง
เคยได้ยินคำนี้ไหมครับ เพราะความเชื่อใจ ไม่คิดว่าเธอจะทำได้แบบนี้ เจอมาเยอะมาก เคสนี้ เพราะรักจึงเชื่อใจ มันก็จริงอยู่ แต่ ชีวิตคู่ ไม่ใช่ละครหรือนิยาย จำเป็นที่จะต้องตรวจสอบหรือถ่วงดุลกันบ้าง ยกตัวอย่าง บัญชีเป็นของเรา แต่ ATM เมียเป็นคนถือ เมียจะซื้อของ โอนเงินไปให้ใคร แจ้งเราบ้างก็ดี แต่ไม่ใช่ว่า จะควบคุมทุกบาททุกสตางค์ เพียงแค่ให้รู้ว่า เงินใช้จ่ายไปไหน ส่วนไหนบ้าง ประมาณนั้น หรือ จะซื้อทรัพย์สินบางอย่าง เช่น ซื้อบ้าน ซื้อรถ ต้องไม่ให้อีกฝ่าย มีอำนาจสิทธิ์ขาดแต่เพียงผู้เดียว ควรมีสิทธิ์ ทั้งสองคน
ข้อที่ 7 เราต้องไม่มีที่ไป
หลายครั้ง เวลาทะเลาะกัน เรามักจะอยากหนี ไปไกลๆ ถ้าหากเรามีที่ไป เราก็จะไปทันทีเลยไหมล่ะ และการตัดสินใจครั้งนั้น มันอาจทำให้เรา เลิกกันไปเลยก็ได้ เหมือนที่เราเห็นตัวอย่างทั่วๆไป แต่ถ้าหากเราไม่มีที่ไป เราก็จะอยู่กับเขาต่อไป และเรา ก็กลับมาคิดได้ ถ้าเราไปตั้งแต่ตอนนั้น ก็คงไม่เห็นอะไรดีๆ ตอนนี้ ดีแล้วที่เราไม่มีที่ไป
ข้อที่8 ครอบครัวลูกเมียคือที่1
ใช่แล้ว สมัยวัยรุ่น เพื่อนคือที่1 หรือบางคนพ่อแม่คือที่1 แต่พอเรามีครอบครัวแล้ว เมียกับลูกต้องคิดถึงเป็นลำดับแรก(พ่อกับแม่คุณก็ต้องคิดถึงอยู่แล้ว) เคยดื่มกินกับเพื่อนถึงไหนถึงกัน เราก็จะทำยังงั้นไม่ได้อีกแล้ว เพราะมนุษย์เมียทุกคนไม่ชอบให้คุณดื่ม เธอชอบให้อยู่กับเธอ เอาอกเอาใจเธอ คุณจะเอาเงินฟาดหัวเมียแล้วไปกินเหล้ากับเพื่อนๆไม่ได้ บางคนต้องการการเอาอกเอาใจจากสามีด้วย ไม่ใช่แค่การให้เงิน
ครับ พอหอมปากหอมคอ เล็กๆน้อยๆ จากประสบการณ์จริง ที่ทำให้ครองชีวิตคู่ มาได้ 17ปีแล้ว และยังต้องดำเนินต่อไป ชีวิตคู่ผมไม่ได้หวานแหวว ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มีปัญหาให้แก้ไข อยู่เรื่อยๆ แต่ก็ผ่านมาได้ ด้วยหลักการคิด ที่กล่าวมาข้างต้น และที่สำคัญคือ ความมีวินัยต่อตนเองความขยัน ความซื่อสัตย์ การยึดถือหลักความถูกต้อง ไม่ทำผิดกฎหมายบ้านเมือง แค่นี้ชีวิตเราก็ดำเนินไปอย่างเรียบง่ายไม่วุ่นวายแล้วครับ...
เคล็ดลับการเลือกคู่ครองและครองรักยั้งยืน
ผมไม่ใช่คนรูปหล่อ หน้าตาเกือบจะขี้เหร่ด้วยซ้ำ เมื่อตอนวัยรุ่น ผมกังวลมาก คิดว่าตัวเองจะหาเมียไม่ได้ พยายามจีบสาวอยู่หลายคน จีบเผื่อว่าสาวเขาจะรัก หลายต่อหลายคน ที่เขาไม่สนใจผม เพราะผมขี้เหร่ นอกจากขี้เหร่แล้ว เหล้าก็กิน แต่บุหรี่และยาเสพติดอื่นๆไม่แตะนะครับ และมีสิ่งหนึ่ง ที่พอจะมีเครดิตอยู่บ้าง คือมีพื้นฐาน ทางครอบครัวที่ดี คุณพ่อคุณแม่ พี่น้อง เป็นคนดีเอาการเอางาน ทำให้ ผู้หลักผู้ใหญ่บางคน ก็มองผมอยู่บ้าง อยากได้ผมไปเป็นลูกเขย ก็มีบ้าง นี่แหละหนาที่เขาเรียกว่า ซื้อวัวให้ดูที่หาง ดูนางให้ดูที่แม่ สุภาษิตนี้ ยังคงใช้ได้บ้าง เมื่อคิดจะครองเรือน เพราะว่า พื้นฐานทางครอบครัวนั้นก็สำคัญ บ่งบอกถึงการถูกอบรมเลี้ยงดู สั่งสอน และแบบอย่างที่ดี จากคุณพ่อคุณแม่ ทำให้ ลูก ถูกซึมซับสิ่งดีๆจากคุณพ่อคุณแม่มานั่นเอง ดังนั้น เวลาเราจะเลือกคู่ครอง คนหนุ่มคนสาวเอ๋ย ควรที่จะปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ด้วย ไม่ใช่จะเอาความรักเป็นที่ตั้ง
เข้าเรื่องเลยนะครับ เคล็ดลับการเลือกคู่ครอง
ข้อที่ 1 ดูพื้นฐานครอบครัวของเขา
ทำไมต้องดูครอบครัวของเขา ก็เพราะว่า ครอบครัวของแฟนของเราในอนาคต มีส่วนสำคัญ และอาจเป็นอุปสรรคกับเราได้ ถ้าหาก เราเข้ากับครอบครัวของเขาไม่ได้ ปัญหาระหว่างเรากับแฟน ก็จะเกิดขึ้นอีกมากมายตามมาเช่นกัน มีหลายคู่ ที่เลิกรากัน เพราะครอบครัวของอีกฝ่าย ไม่สนับสนุน คอยยุแยงตะแคงรั่ว สุดท้ายแล้ว ครอบครัวก็พังทลาย ในที่สุด
ข้อที่ 2 เมื่อแต่งงานแล้วเราจะไปอยู่ไหน
บางคนติดบ้าน บางคนไม่อยากจากพื้นที่ไปไหน บางคนไปอยู่ไหนก็ได้ อันนี้สำคัญ ช่วงแรกๆ ความรักเป็นใหญ่ อยู่ไหนก็ได้ถ้ามีเธอ แต่เมื่อถึงเวลาที่เบื่อหน่ายความรักแล้ว เราจะคิดถึง ญาติพี่น้องพ่อแม่ ที่เคยอยู่ด้วย พาลจะทำให้ เลิกรากันโดยง่าย บางคู่ ทำงานต่างจังหวัด พอถึงวันหยุดเทศกาล กลับบ้านแฟน และบ้านตัวเอง คนละทาง ซึ่งก็เป็นอุปสรรคอย่างหนึ่ง
ข้อที่ 3 ศีลเสมอกันหรือไม่
คำว่าศีลเสมอกัน อาจจะไม่ได้หมายถึง การถือศีลกินเจ แต่หมายถึง ลักษณะนิสัย ความรู้ความสามารถ ทัดเทียมกันหรือไม่ เช่น เมื่ออีกฝ่ายฉลาดเกินไป การพูดจา แนวคิด ความเชื่อ หรืออะไรต่างๆอาจจะเป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิตก็ได้ ผมอาจจะไม่ได้หมายถึงการแบ่งชนชั้นวรรณะ แต่หมายถึง การมีแนวคิดเดียวกัน การทดแทนในส่วนที่ขาด ของอีกฝ่ายได้ ชีวิตคู่ ถึงจะไปด้วยกันได้ ขอยกตัวอย่าง ภรรยารับราชการ แต่สามี เป็นเกษตรกร ทั้งคู่อาจไปด้วยกันได้ดี เพราะ สามีเอาการเอางาน ภรรยาก็รับราชการ มีงานมั่นคงทำนองนี้ครับ
สำหรับผมแล้ว ไม่มีอะไรมาก การเลือกคู่ครอง เอาล่ะ เมื่อตกลงปลงใจ ที่จะใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว เคล็ดลับของผม ในการใช้ชีวิตคู่ ประมาณนี้ครับ
ข้อที่ 1 มีเป้าหมายเดียวกัน
ผมว่า มันเป็นหลักการบริหารทั่วไป ไม่ว่า ระดับองค์กรขนาดเล็ก ไปจนถึงระดับประเทศ ลำดับแรก ก็ต้องวางเป้าหมายก่อน ชีวิตครอบครัวก็เช่นกันครับ เราต้องคุยกับแฟน ถึงเป้าหมายของเรา ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เช่น เราจะเก็บเงินสร้างบ้าน มีลูก หลังจากนั้นจะซื้อรถ และออมเงินไว้ซื้อที่ดิน อะไรประมาณนี้ การมีเป้าหมายต้องควบคู่กับความมีวินัยด้วยนะครับ ไม่ยังงั้นแล้วจะกลายเป็นว่า ดีแต่น้ำลาย
ข้อที่ 2 เวลาทะเลาะกัน ให้เบาที่สุด
แน่นอน ลิ้นกับฟัน อยู่ด้วยกัน ต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่ขอให้ ควบคุมอารมณ์ให้ได้ อย่าลงไม้ลงมือตบตี ไม่ว่าชายหรือหญิง ในช่วงที่โมโห ให้เงียบก่อน อย่าเพิ่งพูดอะไรกัน รอให้เย็นก่อน ผมหมายถึงรอให้อารมณ์เย็นลงก่อน จึงค่อยๆพูดกัน ถึงเหตุผล ที่ทำลงไปในประเด็นนั้นๆและห้ามหนีออกจากห้อง หรือบ้าน เพราะ เราอาจจะขาดความยั้งคิดทำอะไรลงไปด้วยอารมณ์โมโหขณะนั้นได้
ข้อที่ 3 ให้เข้าใจไว้เลยว่าความรักมีวันหมดอายุ
คำจำกัดความ ของคำว่ารัก จนถึงเดี๋ยวนี้ ผมก็ยังไม่เข้าใจ ว่าความรักคืออะไร ยังไงคือความรัก ผมอ่านนิยาย ดูละครมาก็เยอะ ก็เข้าใจว่าความรักคืออย่างนั้นอย่างนี้ แต่ในนิยายหรือละคร ไม่เคยมีเรื่องไหน บอกเรา ว่าความรัก หมดอายุได้ มีแต่ประสบการณ์ผมเท่านั้น ที่บอกผมได้ ว่า ไอ้ที่เรียกว่าความรัก ก็หมดอายุได้ เหมือนเช่นมาม่าปลากระป๋องเช่นกัน หากวันใดวันหนึ่ง ที่ต่างฝ่ายต่างไม่เหมือนเดิม คำว่าไม่เหมือนเดิม อาจจะหมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่าง เช่น การกระทำ หน้าตารูปร่าง หรือแม้กระทั่ง ตัวเราเอง ที่ไม่เหมือนเดิม ก็เป็นได้ ให้มองย้อนกลับไปที่ข้อ 1 คือ มีเป้าหมายเดียวกัน
ข้อที่ 4 ความเสมอต้นเสมอปลาย
เมื่ออยู่ๆกันไป ความหวือหวา ความตื่นเต้น ในเรื่องความรัก ก็จะค่อยๆเบาลง แต่ มีสิ่งหนึ่ง ที่จะประคับประคอง ให้ชีวิตคู่ ดำเนินต่อไปได้คือความเสมอต้นเสมอปลาย เคยปฏิบัติกับแฟนยังไง ในช่วงแรกๆ ก็ให้ปฏิบัติกับเขา เหมือนที่เคยทำยังงั้น โดยอาศัยความเห็นอกเห็นใจ ความเข้าใจ ความสงสาร เป็นหลัก เช่น เมื่อภรรยามีคนอื่นที่ไม่ใช่สามีมาเอาอกเอาใจ หากภรรยา คิดถึงสามี มีความสงสาร การนอกใจก็จะไม่เกิดขึ้น สามีก็เช่นเดียวกัน
ข้อที่ 5 ขยันเก็บออม
นอกจากเรา จะขยันทำงานแล้ว การออมเงินนั้นก็สำคัญ มันเหมือน กำลังใจอย่างหนึ่ง หรือเป็นหลักประกัน เป็นเงินสำรอง ไว้ใช้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น ออมเงินไว้สร้างบ้าน ซื้อรถ หรือลงทุนต่างๆ ก็ดีทั้งนั้น ยุคสมัยนี้ ไม่มีหรอก คำว่า เราจะกัดก้อนเกลือกินไปด้วยกัน เรื่องเงินนั้นก็สำคัญ หลายๆคู่ ทะเลาะเลิกรา ก็เพราะ ปัญหาเรื่องเงินนี่แหละ ปัญหาและอุปสรรคของการออมเงิน อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญคือ การติดการพนัน ติดยาเสพติด อันนี้สำคัญเลย พังทลายก็หลายคู่แล้ว
ข้อที่ 6 ตรวจสอบถ่วงดุลกันบ้าง
เคยได้ยินคำนี้ไหมครับ เพราะความเชื่อใจ ไม่คิดว่าเธอจะทำได้แบบนี้ เจอมาเยอะมาก เคสนี้ เพราะรักจึงเชื่อใจ มันก็จริงอยู่ แต่ ชีวิตคู่ ไม่ใช่ละครหรือนิยาย จำเป็นที่จะต้องตรวจสอบหรือถ่วงดุลกันบ้าง ยกตัวอย่าง บัญชีเป็นของเรา แต่ ATM เมียเป็นคนถือ เมียจะซื้อของ โอนเงินไปให้ใคร แจ้งเราบ้างก็ดี แต่ไม่ใช่ว่า จะควบคุมทุกบาททุกสตางค์ เพียงแค่ให้รู้ว่า เงินใช้จ่ายไปไหน ส่วนไหนบ้าง ประมาณนั้น หรือ จะซื้อทรัพย์สินบางอย่าง เช่น ซื้อบ้าน ซื้อรถ ต้องไม่ให้อีกฝ่าย มีอำนาจสิทธิ์ขาดแต่เพียงผู้เดียว ควรมีสิทธิ์ ทั้งสองคน
ข้อที่ 7 เราต้องไม่มีที่ไป
หลายครั้ง เวลาทะเลาะกัน เรามักจะอยากหนี ไปไกลๆ ถ้าหากเรามีที่ไป เราก็จะไปทันทีเลยไหมล่ะ และการตัดสินใจครั้งนั้น มันอาจทำให้เรา เลิกกันไปเลยก็ได้ เหมือนที่เราเห็นตัวอย่างทั่วๆไป แต่ถ้าหากเราไม่มีที่ไป เราก็จะอยู่กับเขาต่อไป และเรา ก็กลับมาคิดได้ ถ้าเราไปตั้งแต่ตอนนั้น ก็คงไม่เห็นอะไรดีๆ ตอนนี้ ดีแล้วที่เราไม่มีที่ไป
ข้อที่8 ครอบครัวลูกเมียคือที่1
ใช่แล้ว สมัยวัยรุ่น เพื่อนคือที่1 หรือบางคนพ่อแม่คือที่1 แต่พอเรามีครอบครัวแล้ว เมียกับลูกต้องคิดถึงเป็นลำดับแรก(พ่อกับแม่คุณก็ต้องคิดถึงอยู่แล้ว) เคยดื่มกินกับเพื่อนถึงไหนถึงกัน เราก็จะทำยังงั้นไม่ได้อีกแล้ว เพราะมนุษย์เมียทุกคนไม่ชอบให้คุณดื่ม เธอชอบให้อยู่กับเธอ เอาอกเอาใจเธอ คุณจะเอาเงินฟาดหัวเมียแล้วไปกินเหล้ากับเพื่อนๆไม่ได้ บางคนต้องการการเอาอกเอาใจจากสามีด้วย ไม่ใช่แค่การให้เงิน
ครับ พอหอมปากหอมคอ เล็กๆน้อยๆ จากประสบการณ์จริง ที่ทำให้ครองชีวิตคู่ มาได้ 17ปีแล้ว และยังต้องดำเนินต่อไป ชีวิตคู่ผมไม่ได้หวานแหวว ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มีปัญหาให้แก้ไข อยู่เรื่อยๆ แต่ก็ผ่านมาได้ ด้วยหลักการคิด ที่กล่าวมาข้างต้น และที่สำคัญคือ ความมีวินัยต่อตนเองความขยัน ความซื่อสัตย์ การยึดถือหลักความถูกต้อง ไม่ทำผิดกฎหมายบ้านเมือง แค่นี้ชีวิตเราก็ดำเนินไปอย่างเรียบง่ายไม่วุ่นวายแล้วครับ...