มีแนวคิดการใช้ชีวิตยามแก่ ยังไงดี ให้ชีวิตน่าใช้ น่าจดจำในช่วงท้ายของชีวิตครับ หรือทำงานจนอายุ 90 ได้ไหม

ตอนนี้อายุ 29 โสด       อยู่บ้านจาก covid  จนคิดไกลไปถึง ตอนแก่มากๆ
ด้วยความที่เป็นลูกคนเดียว  พ่อแม่แกก็อายุมากแล้ว (70) 
จิตใจเราที่ตื่นมามีความสุขก็เพราะความสุขที่ได้ใช้ชีวิต ที่รู้ว่ามีพ่อแม่ อยู่บนโลกนี้ ทำให้มีเป้าหมายในการขับเคลื่อน

พอคิดไปถึงตัวเองตอนแก่แล้วเครียด กลัวนู่นนี่  ต่อให้มีครอบครัวก็เถอะครับ  

ที่กลัวที่สุด คือ อายุ  60 70 80 90   แล้วเหงา ไม่รู้จะทำอะไร  ตื่นขึ้นมาในแต่ละวัน แล้วจะยังไง
เพราะแค่ตอนนี้ก็รู้สึกบอกไม่ถูก  ตื่นมาแล้วไม่มีอะไรให้ทำ  รู้สึกหดหู่ในการใช้ชีวิต  แบบเราเก็บเงิน สร้างธุรกิจให้มีเงินเข้ามาเรื่อยๆ มีกินมีใช้ แล้วยังไงต่อ ก็เบื่ออีก   ทุกอย่างทำไปทำไม สุดท้ายก็ต้องตาย  คนที่เรารักก็ต้องตาย

สรุปชีวิตคนเรามีความหมายต่อเมื่อมีคนที่เรารัก และรักเรา อยู่บนโลก

ครั้งจะไปเที่ยวรอบโลกตอนแก่คนเดียว ก็เหงาอยู่ดี
เกิด คนรักตายไปก่อน  ลูกที่โตๆก็ไม่พาไปอยู่ดี เพราะป่านนั้นคงต่างมีหน้าที่ มีครอบครัวกันหมดแล้ว

เราจะทำอะไรตอนแก่  ที่ไม่ใช่แค่อยู่บ้าน นั่งตากลม  ดูนก ดูธรรมชาติ ดูทะเล   ดูทีวี   จิตฟุ้งซ่าน
หรือไปบ้านพักคนชรา  เพราะดูๆแล้วก็ไม่ใช่ทาง  เพราะเจอแต่คน วัยเดียวกัน ก็คงเฉาอีก

หรือประเทศไหน ที่น่าไปอยู่นะครับ แบบให้อารมณ์เหมือนไป เที่ยว เมกา ญี่ปุ่น เกาหลี  มีแสงสี   ผู้คนเดินขวักไขว่ในเมือง    สวิสก็สวยดี ให้บรริยากาศสวรรค์บนโลก สวยทุกมุมมอง  แต่ก็คงจะเงียบเหงา?? รึป่าวนะ
มีกิจกรรมอะไรที่ดีก่อนจากโลกนี้ไปบ้างนะ  หรือเปิดร้านให้ นทท. เข้ามาแปลกหน้าแปลกตาดี
แก้ไขข้อความเมื่อ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
อ่านแล้วก็เอ็นดูนะอย่าเพิ่งกังวลเกินกว่าอนาคตไปไกลนัก คนเราย่อมจัดสรรระบบการมีชีวิตของตนเองได้ในระดับหนึ่ง นี่พูดจากคนที่มีอายุคราวเดียวกับพ่อแม่ของคุณนะคะ ยังค่ะยังไม่แก่จนน่าเป็นห่วง ยังไม่บ้าบอแบบบางกระทู้ลูกหลานมาตั้งนินทานั่นหรอกค่ะ

เป้าหมายในการขับเคลื่อนตามที่อยากมี คือ

1. ถ้ามีงานทำแล้ว ระดับไหน ถ้า ป. ตรี ก็ไปเรียนป.โท เสาร์ อาทิตย์ เพิ่ม มีเปิดเรียนแยะ (ไม่ใช่แนะ ลูกทำมาแล้ว2 คน ตำแหน่งผู้บริหารมารองรับแล้ว)

2. เมื่อมีเงินก็กิน เที่ยว ตปท ก็ได้ มิต้องรอแก่ ความอยากกิน อยากไปมันหมด ทำตัวสมวัยได้อารมณ์กว่ากันแยะ คบเพื่อนสนุกสนาน หลังเลิกงาน หรือวันหยุด

3. หาเพื่อนที่ดีคบ มีที่ระบาย คลายเครียด ไม่ตกยุค ตกความรอบรู้ในสังคมสายการงาน สายความทันสมัย มีคอนเน็คชั่นเพื่อความเจริญในหน้าที่การงาน การลงทุนเพื่อสร้างอนาคต
เพื่อนที่สร้างสมตอนนี้จะอยู่ยืนยาวไปจนถึงตอนแก่ด้วย

4. หาคู่ที่เหมาะสม โดยส่วนตัวคิดว่าที่มาของคนนี่สำคัญมาก มันจะแปรเปลี่ยนให้เป็นดีกว่าต้นทุนเดิมนี่ไม่แยะหรอก ก็ยึดต้นทุนเดิมเอาไว้ ให้ไลฟ์สไตล์คล้ายคลึงกับเราตั้งแต่รุ่นพ่อแม่มาเลยจะดีมาก ปัญหาชีวิตคู่จะน้อย คือมิต้องปรับตัวมาก อันนี้สำคัญ ป้องกันการหย่าร้าง บ้านแตกเด็กมีปัญหาได้

5. รู้จักคิด ใช้สมองไตร่ตรองทุกการกระทำที่อาจจะมีผลในภาคหน้า อย่าให้ต้องใช้คำว่า รู้เท่าไม่ถึงการณ์ คนที่ประสบความสำเร็จส่วนมากกะการณ์เก่ง ทำดีที่สุดเท่าที่สมองและโอกาสของเราเปิดให้ ศึกษาหาประสบการณ์นำมาวิเคราะห์ด้วยคอมมอนเซ้นต์ไปก่อน ก็จะเห็นช่องทางมากกว่าเก่า
โอกาสพลาดผิดก็น้อย

   ถ้าทำได้บ้างดังที่กล่าวมา พ่อแม่ก็จะภูมิใจในผลิตผลของตัวเอง มีความสุขอยู่กับลูกหลาน เมื่อถึงวัยของคุณเองก็จะเหมือนพ่อแม่ยามนี้ไม่มีผิด เป็นมรดกตกทอดตามพันธุกรรมและวิธีการหล่อหลอม ปลูกฝังเลียนแบบถ่ายทอดตามอัตโนมัติ

   สอนลูกว่าทำงานหนักให้หนัก แล้วเอาเงินที่ได้ไปเที่ยว ทำตามที่อยาก ทำทุกอย่างสมวัย สมฐานะแล้วจะมีความสุข หน้าที่การงานดีมีคนในสังคมยอมรับก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

  ใช้ชีวิตแบบตื่นมาล้างหน้าแปรงฟัน และอื่นๆตามสเต็ปก็ไม่เห็นจะมีอะไรยุ่งยากมาจนแก่รบกับโรคภัยอย่างเดียวค่ะ

  ขอให้เจริญในชีวิตนะคะ ( นานๆจะเทศน์ที อิอิ)

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่