มันอาจจะยาวหน่อยนะคะ เราชื่อนุชขอท้าวความก่อน เรามีที่พำนักอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นเพราะเปิดธุรกิจที่นั้น และเราได้เดินทางกลับประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ เพื่อทำธุระและพักผ่อนเป๋นแระจำทุกปี แต่ปีนี้ช่วงที่กลับมาไทยได้สักระยะก้อเป็นช่วงเหตุโควิท19พอดี ทำให้สายการบินเที่ยวกลับญี่ปุ่นโดนยกเลิก เราก้อต้องรอดูสถานการณ์ว่าสมควรจะเดินทางได้หรือยังรอจนถึงเดือนเมษายน ประกอบกับวีซ่าที่ถืออยู่จะต้องทำการต่ออายุ จึงได้ทำการซื้อตั๋วเครื่องบินใหม่ในวันที่ 25 เมษายน สายการบิน ANA วันที่บินคือ 2 พ.ค. เวลา 21:45 ลงสนามบินฮาเนดะ ถึงเวลา 5:50 ของวันที่ 3 พฤษภาคม ได้ทำการเช็คอินออนไลน์ ตอนเช้าของวันที่ 2 พฤษภาคม และเดินทางไปโหลดกระเป๋าที่สนามบินสุวรรณภูมิในเวลา 18:30 และส่งไซริวการ์ดให้ทางเคาน์เตอร์และถามแล้วว่าสามารถเดินทางได้ใช่ไม๊ คำคอบคือได้ เช็คกระเป๋าโหลดกระเป๋าเสดก้อไปนั่งรอที่เก๊ตตั้งแต่ทุ่มกว่าจนถึงเวลาเครื่องออก เครื่องบินไปเข้าประเทศญี่ปุ่นเวลาประมาณ ตี5 เวลาท้องถิ่น พอเครื่องลงแตะพื้นแต่ยังไม่ได้เข้าสู่งวงช้าง แอร์ได้เดินมาหาแล้วสอบถามชื่อว่าชื่อนี้ไม๊ แล้วแจ้งว่ามีปัญหาไม่สามารถเข้าประเทศญี่ปุ่นได้ !??? ประเด็นคือ นี่เครื่องมาถึงแล้ว อยู่ที่ญี่ปุ่นแล้ว พอประตูเปิดมีแอร์มารับถีงประตูและพาไปยังตม.ก่อนแต่ไม่ได้มีการกระทำใดๆ แล้วก่อให้ไปที่ห้องมืด(ที่เค้าเรียกๆกัน) และอยู่ในห้องนั้นตั้งแต่เวลา 6โมงเช้าโดยประมาณ มีตม.มาขอดูเอกสารและพูดญี่ปุ่นไฟแลบ พอจับใจความได้ว่าต้องบินกลับประเทศไทย เข้าไม่ได้ โอ้แม่เจ้า แล้วฉันเข้ามาถึงนี่ได้ยังไง ฉันเป็นเจ้าของกิจการที่ญี่ปุ่น แต่ชั้นเข้าไม่ได้ ซึ่งรายละเอียดตรงนี้เป็นรายละเอียดย่อยๆที่ชั้นไม่ทราบมาก่อน ซึ่งในตอนที่รู้ทีแรก คือคนที่มีไซริวการ์ดเข้าได้ ออกจากญี่ปุ่นก่อน 3 เมษายนเข้าได้ ส่วนรายละเอียดที่เพิ่มเติมเข้ามาตรงนี้ไม่ได้รู้มาก่อน แต่ตอนก่อนจะบินมาก้อถามเคาท์เตอร์ที่ออกตั๋วว่าไปได้ใช่ไม๊ ได้คำตอบและบัตรบุ๊คกิ้งออกมา . ระหว่างที่อยู่ในห้องมืดที่สว่างมากมายก้อมีแอร์สายการบินดังกล่าวมาพูดคุยเป็นระยะไม่ค่อยซ้ำคน และเค้าเเจ้งว่าเราต้องกลับไทยและซื้อตั๋วกลับ!!!! และต้องซื้อตั๋วเพื่อกลับญี่ปุ่นใหม่เช่นกัน !!!!!!!! ไมเกรนเพื่อนสนิทเริ่มมาเยือย และก้อปล่อยให้อยู่ในห้องมืดที่สว่างมากมายตั้งแต่ 6โมงเช้า จนเกือบๆบ่ายสอง มีคนมาพาไปตรวจหาเชื้อโควิท แบบ PCR และให้กลับมานั่งรอห้องมืดที่เดิมจนเกือบ 4โมงเย็น (โดยไม่มีน้ำ และอาหาร ยังดีมีน้ำติดกระเป๋ามาตอนไปนั่งรอขึ้นเครื่องบินที่สุวรรณภูมิ) แอร์สายการบินพาขึ้นมาที่ GET No.114 ผู้โดยสารขาออกให้มานั่งที่นี่แทน ก้อหลงดีใจว่าจะได้กลับที่ไหนได้ให้มานอนรอจนกว่าจะได้เครื่อง คำตอบที่ได้ในตอนนั้นคือต้องอยู่ตรงนี้ 1 อาทิตย์ !!!??!!!แล้วเเจ้งว่าเราต้องมีเอกสารขอกลับเข้าไทยจากสถานทูตต้องทำเรื่องเข้าไปในอินเตอร์เน็ต เห้ย มันใช่ไม๊ ได้ยินแค่นั้น น้ำตางี้ไหลเป็นทาง เห้ย ชั้นเป็นผู้หญิงคนเดียวให้มานอนกลางสนามบิน ตอนนั้นในหัวตื้อมาก พยายามติดต่อสถานทูตไทยก้อไม่ติด โชคยังดีที่ได้หาข้อมูลตอนนั่งในห้องมืดว่าจะติดต่อสถานทูตทางไหนบ้างไปเจอสายด่วยช่วยเหลือคนไทยที่ตกทุกข์ได้ยากในประเทศญี่ปุ่น เลยโทรไปหาเค้าซึ่งปลายสายที่รับคือคนญี่ปุ่นที่พูดภาษาไทยได้ชัดมากคนนึง ชื่อ มิวา ก้อเลยแจ้งเค้าว่าเกิดอะไรขึ้นกับเราแต่ไม่ทันอธิบายหมดเค้าก้อทราบเรื่องเค้าเเจ้งว่ามีพนักงานสายการบินโทรเข้ามาบอกว่าจะเอาจดหมายขอเข้าไทย แต่ทางคุณมิวาแจ้งไปว่าไม่ต้องเพราะเราไม่ได้เข้าญี่ปุ่น แต่ทางสายการบินเเจ้งว่าจะเอาเพราะทางไทยต้องเอา คุณมิวาเลยทำการช่วยเหลือโดยแจ้งทางผู้ใหญ่ขอเอกสารในกรณีพิเศษเนื้อหาจะไม่เหมือนกับที่ออกปกติ และแจ้งให้สายการบินพากลับไทยโดยเร็วที่สุดไม่ใช่ 1 อาทิตย์จะให้อยู่แบบนี้ได้ยังไง คุณมิวายังปลอบใจให้ใจเย็นๆนะคะ จะดำเนินการจดหมายให้เลยไม่ต้องห่วง และขอให้มีเครื่องบินกลับโดยเร็ว (น้ำตาแตกค่ะรออะไร) และชั่นก่อนั่งรอต่อไปจน 6โมงเย็นมีแอร์สายการบินมาถามที่อยู่ๆไทย3 รอบ และได้พาย้ายที่นั่งไปนั่งที่ ทางขึ้นเลาจ์ ANA Get 110 อุตส่าห์คิดว่าจะหาที่ๆดีกว่าให้ แค่มาแจ้งว่าสามารถขึ้นไปอาบน้ำในเลาจ์ได้ วันละ 1 ครั้งเป็นเวลานะคะ (ตี5-10:00น.)ไม่ใช่ทุกวันด้วย มีวันที่ห้ามขึ้นไปอาบ แล้วอาหารล่ะ หากินเองนะคะซึ่งมีร้านอาหารเปิดอยู่ 3 ร้าน ฮอตดอกกาแฟ ,ทักโกยากิ,อูด้ง พระเจ้า..... ชั้นไม่กินไปสองร้านเหลือแต่ ฮอตดอกอย่างเดียวที่กินได้ คอมพีนีไม่มีในชั้นนี้(ร้านสะดวกซื้อ) ดีงามพระรามเก้า ดีว่าในกระเป๋ายังพกมาม่าบ้านเรามา 5-6 ซอง (กระเป๋าที่เอาติดตัวขึ้นเครื่องมาอ่ะนะ) กินอาหารญี่ปุ่นนี้ไปก่อนละกัน อ่อ พนักงานสายการบินยังจะใจดี😒😒เอาผ้าห่มมาให้ 6 ผืน ผ้าห่มบนเครื่องบินและก้อให้นอนทำใจตรงเก้าอี้นั่งรอขึ้นเครื่องที่Get 110 จัดเป็นที่นอนแทน ก่อนจะไปนั่งตรงไหนฉีดและเช็ดแอลกอฮอล์ทุกๆที่ที่พำนัก เพราะไม่รู้ว่ามีใครทำความสะอาดไม๊ทำเองดีกว่า ดีว่าพกขึ้นเครื่องมาทั้งแอลกอฮอล์ฉีด ผ้าเปียกแอลกอฮอล์ และมันคือประสบการณ์ที่แย่มี่สุดนอนก้อไม่หลับหลอก ทั้งที่อดนอนมาครบ 48 ชม. มีวูบหลับไปตอนตี1กว่าๆ พอแดดอกก้อตื่นล่ะ เพราะสว่างเหลือเกิน ทั้งที่ใส่ที่ปิดตา ตื่นมานั่งรอความหวังว่าจะได้กลับไม๊ นี่ก้อนั่งรอความหวังโดยวันนี้ก้อบอกให้มานั่งรอที่ Get 114 แทน จะให้ย้ายทำไมนักหนา ก้อต้องมาทำความสะอาดอีก เพราะมั่นใจต้วเองอยู่แล้วว่าเราปลอดเชื้อ แต่ถ้าชั้นยังต้องนั่งอยู่แบบนี้ จะรอดไม๊ จะว่าไม่มีคนเลยก้อไม่ได้ ยังพอมีคนเดินทางอยู่นิดหน่อย แล้วจะปลอดภัยไม๊ ถ้าติดเชื้อใครจะรับผิดชอบ และวันนี้ก้อพบพนักงานสายบินในตอนเช้าเท่านั้น ไม่มีมาแจ้งข่าวอะไรอีกจนตอนนี้บ่ายสอง
แบบนี้ใครคือคนผิด ถ้าเราเกิดป่วยติดเชื้อใครรับผิดชอบ ใครมีข้อแนะนำอะไรขอคำแนะนำด้วยค่ะ
ใครเป็นคนผิด สายการบิน หรือ ผู้โดยสาร
แบบนี้ใครคือคนผิด ถ้าเราเกิดป่วยติดเชื้อใครรับผิดชอบ ใครมีข้อแนะนำอะไรขอคำแนะนำด้วยค่ะ