เมื่อนับย้อนหลังไปศตวรรษที่สิบเจ็ดของอาณาจักรอยุธยา ในทางปฏิบัติ พระมหากษัตริย์เป็นผู้แต่งตั้ง ผู้ที่สังคมมุสลิม ไว้ใจและนับถือ ให้เป็นผู้นำมุสลิม เป็นที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ ในเรื่องที่เกี่ยวกับศาสนาอิสลาม ตำแหน่งนี้แต่งตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกในสมัยราชอณาจักรกรุงศรีอยุทธยา ในสมัยพระบาทสมเด็จพระทรงธรรม (1620-1629) ซึ่งมีอยู่สี่คน จุฬาราชมนตรีทั้งสี่คนนี้ ได้กลายกลายเป็นขุนนางและทำงานอยู่ในกรมเจ้าท่า มีหน้าที่ในการติดต่อกับต่างประเทศ ส่วนใหญ่เกี่ยวกับการค้าและการควบคุมประชากรมุสลิมในราชอาณาจักร
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
จวบจนมาถึงสมัยอาณาจักรกรุงเทพฯ ตำแหน่งจุฬาราชมนตรี ได้กลายเป็นผู้นำอย่างเป็นทางการของชาวมุสลิมทุกคนในประเทศไทย, ในราชอาณาจักรกรุงเทพฯนี้ มีผู้ดำรงค์ตำแหน่งจุฬาราชมนตรี อยู่เจ็ดคน ซึ่งทั้งเจ็ดคนนี้ เป็นผู้ที่สืบเชื้อสายมาจากตำแหน่งจุฬาราชมนตรี ในสมัยกรุงศรีอยุธยา และทุกคนทำหน้าที่ภายใต้พระมหากษัตริย์สยามได้รับตำแหน่งเป็นขุนนางระดับสูงในกรมเจ้าท่า,ทั้ง 7 คนนี้ เป็นมุสลิมนิกาย ชิอะฮ๋ มาจากประเทศเปอร์เซีย (ประเทศอิหร่านในปัจจุบัน)อย่างไรก็ตามชาวไทยมุสลิมส่วนใหญ่ในภาคใต้เป็นชาวซุนนีมุสลิม, อย่างไรก็ตามชาวไทยมุสลิมส่วนใหญ่ในภาคใต้เป็นชาวซุนนี,เรื่อง
ที่น่าสนใจก็คือ ตำแหน่ง จุฬาราชมนตรีสามคนแรกในราชอาณาจักรกรุงเทพฯ ได้มีส่วนร่วมในการรณรงค์ทางทหารรวมในการปราบปราการ ก่อกบฏในรัฐทางใต้เช่น เคดะห์ และ ปัตตานี,
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้การต่อต้านรัฐได้ปรากฏเป็นขบวนการเคลื่อนไหวชัดเจนขึ้นทันที เมื่อผู้อพยพจากเกตุการณ์ที่ปัตตานี ระหว่าง พ.ศ. 2490 – 2491 ได้รวบรวมสมาชิกจำนวนหนึ่งจัดตั้ง “ขบวนการประชาชาติมลายูปัตตานี” หรือ GAMPAR (Gabogan Melayu Pattani Raya) มีศูนย์กลางอยู่ที่โกตาบารู และมีเครือข่ายในกลันตัน,เคดะห์,สิงคโปร์และปีนังส่วนที่ปัตตานีมีการเคลื่อนไหวของประชาชนชาวปัตตานี รับตำแหน่ง จุฬาราชมนตรี คนที่สาม เป็นผู้รับผิดชอบในการวางระเบียบในการปกครองของรัฐทางใต้และกลายเป็นผู้ปกครองเป็นเวลานานหลายเดือนหลังจากการปราบปรามการจลาจล
จุฬาราชมนตรีคนที่สามในสมัยอาณาจักรกรุงเทพฯ เป็นผู้รับผิดชอบในการวางระเบียบในการปกครองของรัฐทางใต้และกลายเป็นผู้ปกครองเป็นเวลานานหลายเดือนหลังจากการปราบปรามการจลาจล
หลังจากการปฏิวัติปีในปี 1932, ไม่มีการแต่งตั้งจุฬาราชมนตรี ภายหลัง จากการตายของจุฬาราชมนตรีก่อนหน้านี้ในปี 1936, ตำแหน่งจุฬาราชมนตรี ว่างอยู่จนกระทั่งเกิดความวุ่นวายและความไม่พอใจของมุสลิมไทยทางภาคใต้, ตามมาด้วย การบังคับใช้นโยบายบูรณาการ ของ ท่านนายกรัฐมนตรี จอมพล ป.พิบูลสงคราม เพื่อต่อต้านการขยายของขวนการแบ่งแยกดินแดนมลายู ที่คุกคามความมั่นคงของรัฐบาลไทยใน ภาคกลาง เพื่อทุเลาความวุ่นวายทางภาคใต้, ดังนั้นทางรัฐบาลของจอมพล ป.พิบูลสงครามจึงได้แต่งตั้ง จุฬาราชมนตรีขึ้นโดยรีบด่วน กฏหมายที่ออกมาในปี 1945 ได้บัญญัติให้จุฬาราชมนตรี เป็นตำแหน่งที่ปรึกษาของกษัตริย์ในเรื่องที่เกี่ยวกับศาสนาอิสลาม
จุฬาราชมนตรีคนแรกในยุคประชาธิปไตยเป็นปุถุชนธรรมดา คือนายแช่ม พรหมยงค์ มีชื่อและนามสกุลเดิมว่า ซำซุดดิน มุสตาฟา เกิดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2444 ที่ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ, เป็นซุนนี่ย์มุสลิม, เป็นสมาชิกพรรคราษฎร
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
หน้าที่ของท่านในทันทีที่ได้รับการแต่งตั้ง ก็คือเป็นสื่อกลางกับปัญญาชนมุสลิมในท้องถิ่นและการเคลื่อนไหวของพวกเขา แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ได้เกิดรัฐประหารในปี 1947 และถูกบังคับให้ท่านต้องออกจากตำแหน่งและลี้ภัยไปพำนักอยู่ในรัฐกลันตัน
จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้แต่งตั้ง อาจารย์ต่วน สุวรรณศาสน์ ให้ดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรี (2490-2524) จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้กล่าวย้ำถึงบทบาทของจุฬาราชมนตรี คือที่ปรึกษาต่อรัฐบาลไม่ใช่ที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์เหมือนเช่น จุฬาราชมนตรีคนก่อน ๆ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้แต่งตั้ง อาจารย์ต่วน สุวรรณศาสน์ ให้ดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรี (2490-2524) จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้กล่าวย้ำ
ถึงบทบาทของจุฬาราชมนตรี คือที่ปรึกษาต่อรัฐบาลไม่ใช่ที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์เหมือน จุฬาราชมนตรีคนก่อน ๆ
ผู้ที่ดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรี ต่อจากท่านต่วนสุวรรณศาสน์ จนถึงปัจจุบันคือ:
นายประเสริฐ มะหะหมัด 2524 -2540
นายสวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์ 2540-2553
นายอาศิส พิทักษ์คุมพล 2553- ปัจจุบัน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
การเมืองของมุสลิมในประเทศไทย โดย ธเนตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
https://th.wikipedia.org/wiki/ต่วน_สุวรรณศาสน์
https://th.wikipedia.org/wiki/แช่ม_พรหมยงค์
https://th.wikipedia.org/wiki/รายนามจุฬาราชมนตรี
http://www.pattani.go.th/data/main_menu/pattani.htm
ตำแหน่ง จุฬาราชมนตรี
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
จวบจนมาถึงสมัยอาณาจักรกรุงเทพฯ ตำแหน่งจุฬาราชมนตรี ได้กลายเป็นผู้นำอย่างเป็นทางการของชาวมุสลิมทุกคนในประเทศไทย, ในราชอาณาจักรกรุงเทพฯนี้ มีผู้ดำรงค์ตำแหน่งจุฬาราชมนตรี อยู่เจ็ดคน ซึ่งทั้งเจ็ดคนนี้ เป็นผู้ที่สืบเชื้อสายมาจากตำแหน่งจุฬาราชมนตรี ในสมัยกรุงศรีอยุธยา และทุกคนทำหน้าที่ภายใต้พระมหากษัตริย์สยามได้รับตำแหน่งเป็นขุนนางระดับสูงในกรมเจ้าท่า,ทั้ง 7 คนนี้ เป็นมุสลิมนิกาย ชิอะฮ๋ มาจากประเทศเปอร์เซีย (ประเทศอิหร่านในปัจจุบัน)อย่างไรก็ตามชาวไทยมุสลิมส่วนใหญ่ในภาคใต้เป็นชาวซุนนีมุสลิม, อย่างไรก็ตามชาวไทยมุสลิมส่วนใหญ่ในภาคใต้เป็นชาวซุนนี,เรื่อง
ที่น่าสนใจก็คือ ตำแหน่ง จุฬาราชมนตรีสามคนแรกในราชอาณาจักรกรุงเทพฯ ได้มีส่วนร่วมในการรณรงค์ทางทหารรวมในการปราบปราการ ก่อกบฏในรัฐทางใต้เช่น เคดะห์ และ ปัตตานี,
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
จุฬาราชมนตรีคนที่สามในสมัยอาณาจักรกรุงเทพฯ เป็นผู้รับผิดชอบในการวางระเบียบในการปกครองของรัฐทางใต้และกลายเป็นผู้ปกครองเป็นเวลานานหลายเดือนหลังจากการปราบปรามการจลาจล
หลังจากการปฏิวัติปีในปี 1932, ไม่มีการแต่งตั้งจุฬาราชมนตรี ภายหลัง จากการตายของจุฬาราชมนตรีก่อนหน้านี้ในปี 1936, ตำแหน่งจุฬาราชมนตรี ว่างอยู่จนกระทั่งเกิดความวุ่นวายและความไม่พอใจของมุสลิมไทยทางภาคใต้, ตามมาด้วย การบังคับใช้นโยบายบูรณาการ ของ ท่านนายกรัฐมนตรี จอมพล ป.พิบูลสงคราม เพื่อต่อต้านการขยายของขวนการแบ่งแยกดินแดนมลายู ที่คุกคามความมั่นคงของรัฐบาลไทยใน ภาคกลาง เพื่อทุเลาความวุ่นวายทางภาคใต้, ดังนั้นทางรัฐบาลของจอมพล ป.พิบูลสงครามจึงได้แต่งตั้ง จุฬาราชมนตรีขึ้นโดยรีบด่วน กฏหมายที่ออกมาในปี 1945 ได้บัญญัติให้จุฬาราชมนตรี เป็นตำแหน่งที่ปรึกษาของกษัตริย์ในเรื่องที่เกี่ยวกับศาสนาอิสลาม
จุฬาราชมนตรีคนแรกในยุคประชาธิปไตยเป็นปุถุชนธรรมดา คือนายแช่ม พรหมยงค์ มีชื่อและนามสกุลเดิมว่า ซำซุดดิน มุสตาฟา เกิดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2444 ที่ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ, เป็นซุนนี่ย์มุสลิม, เป็นสมาชิกพรรคราษฎร
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
หน้าที่ของท่านในทันทีที่ได้รับการแต่งตั้ง ก็คือเป็นสื่อกลางกับปัญญาชนมุสลิมในท้องถิ่นและการเคลื่อนไหวของพวกเขา แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ได้เกิดรัฐประหารในปี 1947 และถูกบังคับให้ท่านต้องออกจากตำแหน่งและลี้ภัยไปพำนักอยู่ในรัฐกลันตัน
จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้แต่งตั้ง อาจารย์ต่วน สุวรรณศาสน์ ให้ดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรี (2490-2524) จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้กล่าวย้ำถึงบทบาทของจุฬาราชมนตรี คือที่ปรึกษาต่อรัฐบาลไม่ใช่ที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์เหมือนเช่น จุฬาราชมนตรีคนก่อน ๆ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้แต่งตั้ง อาจารย์ต่วน สุวรรณศาสน์ ให้ดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรี (2490-2524) จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้กล่าวย้ำ
ถึงบทบาทของจุฬาราชมนตรี คือที่ปรึกษาต่อรัฐบาลไม่ใช่ที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์เหมือน จุฬาราชมนตรีคนก่อน ๆ
ผู้ที่ดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรี ต่อจากท่านต่วนสุวรรณศาสน์ จนถึงปัจจุบันคือ:
นายประเสริฐ มะหะหมัด 2524 -2540
นายสวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์ 2540-2553
นายอาศิส พิทักษ์คุมพล 2553- ปัจจุบัน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้