คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 10
กังฟู มีหลายระดับ ขึ้นกับว่าฝึกเพื่อไปทำอะไร
ถ้าฝึกมวยเพื่อกายบริหาร ก็เอาไปสู้คนไม่ได้
นั่นคือ ฝึกเพื่อขยายกล้ามเนื้อเน้นสัดส่วน
หากฝึกใช้ในสงคราม...หน่วยงานจะจ้างผู้เชี่ยวชาญ
ระดับปรมาจารย์ เข้ามาแนะนำ ฝึกยังไงให้ฟันแทงไม่เข้า โดนรุมตียังไงก็ไม่ตาย ..เพื่อให้รอดกลับมา
ส่วนวิชาโจมตี ไม่เสียเวลาสอนนักรบ ไงก็สู้ปืนไม่ได้
.........
...กังฟูที่ใช้สำหรับถ่ายหนัง เป็นท่าที่ถูกพัฒนาขึ้น
ใช้สำหรับคิวบู๊ เน้นท่าสวย แต่ไม่ได้ใส่แรงลงไป
เหมือนกับคิวบู๊ของการแสดงของนักมวยปล้ำ
มองไกลๆเหมือนปะทะหนัก แต่จริงต่อยห่างเป็นฟุต
ใช้มุมกล้องช่วยเสริม เหมือนดูโดยต่อยจริง
ตัวประกอบในหนังกำลังภายใน. แต่ละคนไม่ธรรมดา
หยวนเปียว โชว์เพลงเตะ5ชั้นกลางอากาศ
แล้วก็จบแบบแพ้พระเอก ไปอย่างตลกเบาสมอง
ท่าเตะแบบนั้น มีแต่ระดับคาราเต้สายดำ ถึงจะทำได้
หงจินเป่า ชำนาญท่ามวยเกี่ยวกับสัตว์ โดยเฉพาะลิง
เขาจงใจทำให้หุ่นตัวเองอ้วน ...คนดูจะได้คิดว่าช้า
เอาเข้าจริง ท่ากลิ้ง หมุนตัวกลางอากาศ
ดีพอๆ กับนักยิมนาสติกระดับชาติ
เฉินหลง ก็อยู่ค่ายมวยเดียวกันทั้ง2คนนี้ อาศัยเป็นตัวประกอบฝ่ายร้าย แต่ด้วยหน้าตาหล่อเหลา
ประกอบกับดาราพระเอกเล่นผิดคิวได้รับบาดเจ็บ
จึงมีโอกาสแสดงเป็นตัวเอก ...เเม้จะไม่ดังแต่เริ่มมี
ผู้กำกับมาติดต่อให้เล่นหนัง...ทั้งสามคนจึงแยกตัว
มาเปิดบริษัทเองให้ดูน่าเชื่อถือ เพื่อจะได้ไม่ต้องไปวิ่งเต้นขอบทเล่น แบบนักแสดงหน้าใหม่
.....หงจินเป่า ตัดท่าแสดงยากๆออกไป เพื่อป้องกัน
การเล่นผิดคิวบู๊ แล้วหนังจะขาดทุนหากมีบาดเจ็บ
ต่างกับหยวนเปียว อยากให้คงท่ายากๆไว้ แสดงท่าห่างจากนักแสดงคนอื่นเข้าไว้ ใช้มุมกล้องหลอกตา
ว่าตีใกล้กันจริง
.....เมื่อเวลาผ่านไป หยวนเปียวกลายเป็นผู้กำกับหนัง
เพราะร่างกายไม่สามารถเล่นท่ายากได้ ตามอายุ
สำหรับหงจินเป่า เล่นบทดารารับเชิญ เล่นคิวบู๊ฉากเดียว พอให้แฟนคลับหายคิดถึง
ถ้าฝึกมวยเพื่อกายบริหาร ก็เอาไปสู้คนไม่ได้
นั่นคือ ฝึกเพื่อขยายกล้ามเนื้อเน้นสัดส่วน
หากฝึกใช้ในสงคราม...หน่วยงานจะจ้างผู้เชี่ยวชาญ
ระดับปรมาจารย์ เข้ามาแนะนำ ฝึกยังไงให้ฟันแทงไม่เข้า โดนรุมตียังไงก็ไม่ตาย ..เพื่อให้รอดกลับมา
ส่วนวิชาโจมตี ไม่เสียเวลาสอนนักรบ ไงก็สู้ปืนไม่ได้
.........
...กังฟูที่ใช้สำหรับถ่ายหนัง เป็นท่าที่ถูกพัฒนาขึ้น
ใช้สำหรับคิวบู๊ เน้นท่าสวย แต่ไม่ได้ใส่แรงลงไป
เหมือนกับคิวบู๊ของการแสดงของนักมวยปล้ำ
มองไกลๆเหมือนปะทะหนัก แต่จริงต่อยห่างเป็นฟุต
ใช้มุมกล้องช่วยเสริม เหมือนดูโดยต่อยจริง
ตัวประกอบในหนังกำลังภายใน. แต่ละคนไม่ธรรมดา
หยวนเปียว โชว์เพลงเตะ5ชั้นกลางอากาศ
แล้วก็จบแบบแพ้พระเอก ไปอย่างตลกเบาสมอง
ท่าเตะแบบนั้น มีแต่ระดับคาราเต้สายดำ ถึงจะทำได้
หงจินเป่า ชำนาญท่ามวยเกี่ยวกับสัตว์ โดยเฉพาะลิง
เขาจงใจทำให้หุ่นตัวเองอ้วน ...คนดูจะได้คิดว่าช้า
เอาเข้าจริง ท่ากลิ้ง หมุนตัวกลางอากาศ
ดีพอๆ กับนักยิมนาสติกระดับชาติ
เฉินหลง ก็อยู่ค่ายมวยเดียวกันทั้ง2คนนี้ อาศัยเป็นตัวประกอบฝ่ายร้าย แต่ด้วยหน้าตาหล่อเหลา
ประกอบกับดาราพระเอกเล่นผิดคิวได้รับบาดเจ็บ
จึงมีโอกาสแสดงเป็นตัวเอก ...เเม้จะไม่ดังแต่เริ่มมี
ผู้กำกับมาติดต่อให้เล่นหนัง...ทั้งสามคนจึงแยกตัว
มาเปิดบริษัทเองให้ดูน่าเชื่อถือ เพื่อจะได้ไม่ต้องไปวิ่งเต้นขอบทเล่น แบบนักแสดงหน้าใหม่
.....หงจินเป่า ตัดท่าแสดงยากๆออกไป เพื่อป้องกัน
การเล่นผิดคิวบู๊ แล้วหนังจะขาดทุนหากมีบาดเจ็บ
ต่างกับหยวนเปียว อยากให้คงท่ายากๆไว้ แสดงท่าห่างจากนักแสดงคนอื่นเข้าไว้ ใช้มุมกล้องหลอกตา
ว่าตีใกล้กันจริง
.....เมื่อเวลาผ่านไป หยวนเปียวกลายเป็นผู้กำกับหนัง
เพราะร่างกายไม่สามารถเล่นท่ายากได้ ตามอายุ
สำหรับหงจินเป่า เล่นบทดารารับเชิญ เล่นคิวบู๊ฉากเดียว พอให้แฟนคลับหายคิดถึง
แสดงความคิดเห็น
กังฟูนี่เอามาสู้จริงๆได้ไหม?