
เป็นหนังที่ตอนเข้าฉายกระแสการโปรโมทน้อยมาก จนเรียกว่าแทบจะไม่มีใครรู้เลยว่าหนังฉายตอนไหน ผมเห็นว่าเข้าฉายและรู้แค่ว่า นี่คือหนังที่ทำรีเมคมาจากหนังเก่าในปี 1977 แต่ถ้าจำไม่ผิดช่วงนั้นหนังเรื่องนี้เข้าชนกับหนังอะไรสักอย่างที่กระแสแรงกว่า เลยทำให้เรื่องนี้เงียบหายไป

เรื่องราวที่เกิดขึ้นในปี 1977 ซูซี่ แบนเนี่ยน นักเต้นบัลเลต์สาวจากอเมริกาได้เดินทางมายังคณะบัลเลต์ชื่อดัง พรสวรรค์ในการเต้นของซูซี่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับ มาดามบลังค์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนของคณะมีความแน่นแฟ้นขึ้นอย่างน่าประหลาด ราวกับว่าจุดประสงค์ของเธอนั้นไม่ได้มาเพื่อการเต้นรำเท่านั้น ในช่วงเวลาเดียวกัน หญิงสาวภายในคณะก็เริ่มทยอยหายตัวไปอย่างลึกลับ ความหวาดกลัวเริ่มฝังรากลงไปในจิตใจของผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ และความชั่วร้ายที่แอบแฝงอยู่ภายใต้โฉมหน้าของคณะบัลเลต์ที่มีชื่อเสียงก็เริ่มเผยเขี้ยวเล็บออกมา พร้อมกับเสียงคร่ำครวญของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของมัน

หนังเล่าเรื่องแยกเป็น 6 องก์ ซึ่งองก์แรกๆ ยังเป็นการปูพื้นให้กับเรื่องราวของ ซูซี่ และความลึกลับของคณะบัลเลต์คณะนี้ โดยหนังจะเริ่มใส่ความหลอนเข้าไปเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละองก์ ซึ่งมันไม่ได้มีความหลอนแบบ Jumpscare เหมือนหนังเรื่องอื่น แต่จะมีความหลอนที่เหมือนสะกดจิตคนดูอยู่ตลอดเวลาให้คนดูสะอึกและเหวออยู่เรื่อยๆ สอดแทรกกับฉากหลอนโหดๆ ปังนึงให้เหวอดังๆ ก่อนจะกลับไปกดประสาทกันต่อในองก์ต่อไป

หนังพาเราดิ่งลงไปในปริศนาของชาวคณะเรื่อยๆ หนังค่อยๆ พาคนดูจมดิ่งไปกับปริศนาและความลึกลับของเนื้อเรื่อง พร้อมกับหนังที่คุมโทนแบบอึมครึมโหดๆ ที่มันช่างกดประสาทให้จิตหลอนหนักขึ้นๆ จากองก์แรกถึงองก์ที่สี่ที่ห้า พอถึงองก์ที่หก ทุกอย่างก็เริ่มระเบิดความโหดออกมา และเฉลยปมปริศนาให้คนดูเหวอหนักเข้าไปอีก เหมือนระเบิดที่ค่อยๆ รอชนวนมันเผาไหม้จนถึงจุดสุดท้าย แล้วตูมมม ทีเดียว

องก์สุดท้ายนี่เป็นอะไรที่ค่อนข้างโหดหนักเลย ทั้งในเรื่องของความโหดจากเลือดที่สาดกระเซ็นท่วมจอ การกดประสาทคนดูจนถึงจุดระเบิดออกมา หรือการกระทำกับตัวละครแต่ละตัวที่หนังจัดการทุบจิตใจคนดูให้แบบว่า ที่เดาๆ มาในตอนต้นถ้าเดาถูกก็เหวอหนักขึ้นไปอีก ถ้าเดาไม่ถูกก็ต้องร้อง WTF กันเลยทีเดียว แบบองก์สุดท้ายนี่ตายไปเลย

เอาจริงๆ หนังมันจะดูเนือยๆ มากๆ ในองก์ที่ 1-3 แต่พอเข้าองก์ที่ 4 เป็นต้นมา หนังจะใส่ๆๆๆ ความจิตหลอนเข้าไปให้คนดูได้เสพเรื่อยๆ จนมาระเบิดตูมเดียวและเฉลยทุกอย่างในองก์ที่ 6 อย่างบ้าคลั่ง ซึ่งคนที่ชอบหนังเรื่องนี้ก็จะชอบในสเต็ปการเล่าเรื่องของ Susperia แต่ถ้าใครไม่ชอบก็อาจจะเลิกดูตั้งแต่องก์ที่ 2 ไปเลย
ฝากเพจหนังเล็กๆ ด้วยนะครับ >>>
https://www.facebook.com/DooNangGunMai/
[CR] [#Review] หนังเก่าเล่าใหม่ Susperia กลัว - หนังหลอนจิตโหดๆ ที่ค่อยๆ ปล่อยความจิตหลอนออกมาจนถึงจุดระเบิด
เป็นหนังที่ตอนเข้าฉายกระแสการโปรโมทน้อยมาก จนเรียกว่าแทบจะไม่มีใครรู้เลยว่าหนังฉายตอนไหน ผมเห็นว่าเข้าฉายและรู้แค่ว่า นี่คือหนังที่ทำรีเมคมาจากหนังเก่าในปี 1977 แต่ถ้าจำไม่ผิดช่วงนั้นหนังเรื่องนี้เข้าชนกับหนังอะไรสักอย่างที่กระแสแรงกว่า เลยทำให้เรื่องนี้เงียบหายไป
เรื่องราวที่เกิดขึ้นในปี 1977 ซูซี่ แบนเนี่ยน นักเต้นบัลเลต์สาวจากอเมริกาได้เดินทางมายังคณะบัลเลต์ชื่อดัง พรสวรรค์ในการเต้นของซูซี่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับ มาดามบลังค์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนของคณะมีความแน่นแฟ้นขึ้นอย่างน่าประหลาด ราวกับว่าจุดประสงค์ของเธอนั้นไม่ได้มาเพื่อการเต้นรำเท่านั้น ในช่วงเวลาเดียวกัน หญิงสาวภายในคณะก็เริ่มทยอยหายตัวไปอย่างลึกลับ ความหวาดกลัวเริ่มฝังรากลงไปในจิตใจของผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ และความชั่วร้ายที่แอบแฝงอยู่ภายใต้โฉมหน้าของคณะบัลเลต์ที่มีชื่อเสียงก็เริ่มเผยเขี้ยวเล็บออกมา พร้อมกับเสียงคร่ำครวญของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของมัน
หนังเล่าเรื่องแยกเป็น 6 องก์ ซึ่งองก์แรกๆ ยังเป็นการปูพื้นให้กับเรื่องราวของ ซูซี่ และความลึกลับของคณะบัลเลต์คณะนี้ โดยหนังจะเริ่มใส่ความหลอนเข้าไปเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละองก์ ซึ่งมันไม่ได้มีความหลอนแบบ Jumpscare เหมือนหนังเรื่องอื่น แต่จะมีความหลอนที่เหมือนสะกดจิตคนดูอยู่ตลอดเวลาให้คนดูสะอึกและเหวออยู่เรื่อยๆ สอดแทรกกับฉากหลอนโหดๆ ปังนึงให้เหวอดังๆ ก่อนจะกลับไปกดประสาทกันต่อในองก์ต่อไป
หนังพาเราดิ่งลงไปในปริศนาของชาวคณะเรื่อยๆ หนังค่อยๆ พาคนดูจมดิ่งไปกับปริศนาและความลึกลับของเนื้อเรื่อง พร้อมกับหนังที่คุมโทนแบบอึมครึมโหดๆ ที่มันช่างกดประสาทให้จิตหลอนหนักขึ้นๆ จากองก์แรกถึงองก์ที่สี่ที่ห้า พอถึงองก์ที่หก ทุกอย่างก็เริ่มระเบิดความโหดออกมา และเฉลยปมปริศนาให้คนดูเหวอหนักเข้าไปอีก เหมือนระเบิดที่ค่อยๆ รอชนวนมันเผาไหม้จนถึงจุดสุดท้าย แล้วตูมมม ทีเดียว
องก์สุดท้ายนี่เป็นอะไรที่ค่อนข้างโหดหนักเลย ทั้งในเรื่องของความโหดจากเลือดที่สาดกระเซ็นท่วมจอ การกดประสาทคนดูจนถึงจุดระเบิดออกมา หรือการกระทำกับตัวละครแต่ละตัวที่หนังจัดการทุบจิตใจคนดูให้แบบว่า ที่เดาๆ มาในตอนต้นถ้าเดาถูกก็เหวอหนักขึ้นไปอีก ถ้าเดาไม่ถูกก็ต้องร้อง WTF กันเลยทีเดียว แบบองก์สุดท้ายนี่ตายไปเลย
เอาจริงๆ หนังมันจะดูเนือยๆ มากๆ ในองก์ที่ 1-3 แต่พอเข้าองก์ที่ 4 เป็นต้นมา หนังจะใส่ๆๆๆ ความจิตหลอนเข้าไปให้คนดูได้เสพเรื่อยๆ จนมาระเบิดตูมเดียวและเฉลยทุกอย่างในองก์ที่ 6 อย่างบ้าคลั่ง ซึ่งคนที่ชอบหนังเรื่องนี้ก็จะชอบในสเต็ปการเล่าเรื่องของ Susperia แต่ถ้าใครไม่ชอบก็อาจจะเลิกดูตั้งแต่องก์ที่ 2 ไปเลย
ฝากเพจหนังเล็กๆ ด้วยนะครับ >>> https://www.facebook.com/DooNangGunMai/
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้