คนเราทำความผิดกี่ครั้งถึงจะคิดได้ แล้วไม่กลับไปทำมันอีก

กระทู้คำถาม
ทำไมมันเหนื่อย มันท้อ มันหมดหวัง มันเหมือนไม่เหลืออะไรเเล้วในชีวิต เหมือนตันไปทุกทาง ไร้คำตอบว่าเราทำอะไรลงไป ผิดครั้งแล้วครั้งเล่า ผิดซ้ำๆ ผิดจนไม่รู้ว่าชีวิตนี้เคยตัดสินใจอะไรที่ถูกบ้าง สิ่งที่ได้มาจากการเรียนที่แบมือขอเงินพ่อแม่เรียนจนจบปริญาตรีสี่ปี มันคืออะไร ทำไมมันเหมือนเราไม่รู้จักการใช้ชีวิตเลย ที่ปล่อยให้ตัวเองตัดสินใจทำแต่เรื่องแย่เรื่องที่มันผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าชีวิตพังแล้วพังอีก จนบางทีก็คิดถ้าไม่มีเราอยู่ทุกอย่างมันคงจบ มันคงง่าย
เพราะตอนนี้เหมือนชีวิตมันพัง พังไปหมด 

สวัสดีจะมาเล่าชีวิตเน่าๆของเด็กคนหนึ่งให้ฟัง กาลคนั้งหนึ่งมีเด็กหญิงคนหนึ่ง จากจำความได้เธอโดนเลี้ยงมากับตากับยายจนวันหนึ่งตาได้เสียไปเเม่ก็กลับมาอยู่ดูแลกับยาย ตั้งแต่อนุบาลหนึ่ง จนวันหนึ่งขึ้นป.1 ก็เริ่มมีผู้ชายคนหนึ่งเริ่มเข้ามีบทบาทกับชีวิตนั้นคือพ่อ แต่เขาไม่ได้กลับมาอยู่กับเราเขาแค่แวะมาหาบ้างบางครั้งทุกๆสิ้นเดือนจะมีเงินค่าขนมมาให้เราดีใจมากและรักผู้ชายคนนี้มากเมื่อเทียบกับตาเขาคือคนที่มาเติมเต็ม จนเริ่มโตเริ่มรู้ภาษาอะไรเป็นอะไร ก็รู้ว่าพ่อมีแม่ใหม่ แต่เราก็รับได้เรารักพ่อ พ่อทำหน้าที่พ่อได้ดีมากเราอยากได้อะไรเราก็ได้ ตอนนั้นชีวิตก็มีความสุขมากๆ การเรียนก็ดี อะไรก็ดี บ้านก็ดี มีทุกอย่างที่อยากได้ จนเราจบมัธยม ด้วยเกรด 3.98 ในตอนนั้นใครก็ชมว่าเราเก่ง เราได้ทั้งหมดวิชาการ กิจกรรม พา รร ไปแข่งถึงระดับประเทศมาแล้ว ตอนนั้นมันมีความสุขมาก เราไม่มีอะไรผิดหวังเลย แก้ไขได้ทุกเรื่อง จนเรียนมหาลัยพ่อแม่อยากให้เป็นครู เราก็ไม่ได้อะไร  เรียนอะไรก็ได้ พ่อก็เลยให้เรียนควบ คบ.คณิตศาสต์ และ วทบ.สถิติประยุกต์ ไปเลย ถึงค่าเทอมจะค่อนข้างแพงแต่คุ้มเมื่อจบจะได้วุฒิบัติสองใบ เราก็ไม่มีปัญหาเราได้หมด เมื่อสอบติดก็เรียนขึ้นมาปีหนึ่ง เรามีความสุขมาก พ่อแม่ให้ทุกอย่างที่ ยากได้ เพื่อนก็ดี จน ปี 1 เทอมสอง เราเริ่มอยากรู้อยากเห็น เริ่มเที่ยวแต่เที่ยวกับรุ่นพี่ที่เป็น ผญ 25 งี้ ช่วงนั้นก็เริ่มเข้าวงการ งานศิลปะ เราชอบงานศิลปะ ชอบวาดรูปมาก ก็ได้รู้จักรุ่นพี่ที่แกพึ่งกลับจากกรุงเทพ แล้วก็อยากมาทำตลาดแนวสตรีดอาร ดเราก็ชอบ อยากแจมด้วย จนได้ทำงานร่วมกันตลาดปิดก็เที่ยวกินเล่น แต่ก็ยังเรียน ตอนนั้นทั้งอยากหาเงินเอง เพราะทำแล้วก็คิดว่ามันก็ไม่อยากนิหาเงินได้ทั้งจากพ่อแม่ทั้งจากทำงาน จนไปได้คบกับแฟนคนแรก ต่างจังหวัด ก็ทำงาน เรียน หยุดก็ไปหาแฟน พ่อแม่เริ่มสงสัย จนพ่อจับได้ก็โดนดุ แล้วพ่อก็มีคนไปบอกเรื่องเราว่าเราทำงาน จนได้ทะเลาะกันกับพ่อทะเลาะมาเรื่อยๆ จากที่พ่อเคยตามใจก็เลิก เเล้วเรากับพ่อก็เริ่มคุยกันน้อยลง น้อยลงจนแทบไม่คุยกัน แต่เราก็ใช้ชีวิตแบบนี้ เรียนทำงานเที่ยวไปหาแฟนมาเรื่อยๆ จนปี 2 พอปี 2 เทอมสองเริามรู้สึกเรียนหนักขึ้นเราก็เริ่มไม่ไหว บวกกับแฟนไม่มีเวลาไปหาเพราะทำงานต้องไปตัดตลาดต่างจังหวัด ไกลสุดก็สกลนคร ตอนนั้นก็ยังรู้สึกว่าตัวเองเก่งยังไหว 
จนมาปีสามเลิกกับแฟนคนแรก จนมาคบกับแฟนคนที่สอง เราก็ยังทำงานและเรียน แต่เราก็เริ่มไม่ไหวเพราะปีสามต้องออกสังเกตการสอน เราเลยออกจากงาน ไม่ทำงาน ก็มาเรียนอย่างเดียว แล้วก็พักกับแฟนคนที่สอง แต่ก็ยังมีทำงานบ้างเล็กน้อย ช่วยรุ่นพี่จัดคอนเสิร์ตเวลาเอาศิลปินมา พอสักพักปี สามเทอม 2 เราก็เลิกถาวรเลย เพราะทะเลาะกันกับแฟนเรื่องทำงาน จนจบเทอมขึ้นปีสี่ และแล้วเราก็ได้ทำเรื่องผิดพลาดครั้งใหญ่คือท้อง เราก็ยังชอบทะเลาะกับแฟน หนักขึ้นๆ จนขั้นเลิกกัน เราก็ไม่กล้าบอกพ่อบอกแม่แต่ดีตอนนั้นยังเรียนมีเงินใช้จากแม่ให้และคอยไปเอาเงินกับพ่อ ย้ำไปเอาแค่เงินไม่พูดไม่คุยอะไรกันเลยโดยพ่อจะวางไว้ให้ ทุกอาทิตย์ จนปิดเทอมก็ไปฝึกงานทั้งๆที่ท้องก็เริ่มเคียดมากขึ้นไม่กล้าบอกพ่อบอกแม่ไม่รู้จะเลี้ยงยังไง จนได้ตั้งกระทูในพันทิปเกี่ยวกับเรื่องลูก จนตอนนั้นได้กำลังใจจากพี่ในพันทิปได้โทรปรึกษากับทสงบ้านพักหญิงสตรีและเด็กจนคิดว่ารอดเเล้ว พร้อมจะยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ตอนนั้นเรื่องเงินไม่มีปัญหาเพราะยังเรียนอยู่ ก็ยังกลับไปเอาเงิน แต่ไม่กล้าคุยกับพ่อกับเเม่เหมทอนเดิม จนแฟนคนที่สองมาขอคืนดี ด้วยความที่เราก็ใจอ่อนและคิดว่าเพื่อลูก เราก็เลยยอมไปอยู่บ้านแฟนคนที่สอง แต่แล้วเรื่องทะเลาะก็ยังเหมือนเดิม นี่คือการตัดสินใจผิดครั้งที่สอง เริ่มแย่มากขึ้นใกล้คลอดแล้วอีก จนเราไม่มีทางเลือกก่อนวันคลอดสามวันเราตัดสินใจไปหาย่าและบอกย่าทุกอย่างเผื่อย่าจะช่วยได้บ้าง และย่าก็เข้าใจย่าเราหัวสมัยใหม่เพราะลูกสาวก็ได้ผัวฝรั่งเรียนเก่งกันทุกคน ย่าก็พูดคนมันพลาดมันผิดแล้วเนอะ ทำใหม่เริ่มใหม่ จนเราคลอดก็ไม่ได้บอกพ่อแม่ ย่าก็ได้บอกพ่อแม่และทุกคนว่าเราท้องจะคลอดลูก แล้วสิ่งที่ไม่คลาดคิดคือพ่อเรามาหาที่ รพ และบอกให้เราเอาลูกกลับบ้าน เราก็ลังเลใจเพราะฝั่งแฟนก็อยากได้ แต่ตอนนั้นเราร้องไห้เราอยากให้ลูกอยู่กับพ่อเรา เพราะเราได้รู้แล้วว่าบ้านฝั่งแฟนเป็นยังไง เขาเลี้ยงลูกเราไม่ไหวแน่นอนบวกกับเราทะเลาะกับแฟนบ่อย จนเราก็ได้เลี้ยงลูกที่บ้านทุกอย่างมันก็ดีขึ้นเราเริ่มคุยกับพ่อมากขึ้นกว่าเดิมแต่ด้วยความรู้สึกผิดเราก็ไม่กล้าพูดมาก พ่อรักลูกเรามาก ดูแลให้ทุกอย่างและเมื่อเปิดเทอมเราก็ไปเรียนได้ออกทดลองสอน จนในที่สุดหลักสูตรที่เราเรียนควบ ของ วทบ. เราก็เรียนจบหลักสูตรรเหลือแค่ คบ.ครูคณิตที่เรายังไม่จบ แต่แบ้วเราก็ได้ทำผิดพลาดอีกคือ เราทำสัมนาคณิตศาสตร์เรื่องคุณสมบัติบางประการของสามเหลี่ยมปาสคาลไม่ผ่าน มันยาก จนเราร้องไห้ เราเลยลงแก้ปิดเทอมและคิดว่าตัวเองคงจะผ่านเพื่อเปิดเทอมจะได้ออกฝึกสอนเหมือนเพื่อน แต่แล้วมันก็ไม่เป็อย่างหวังเราทำไม่ผ่านชนิดที่ครูทั้งสาขาเราให้ช่วยไม่มีใครช่วยเราได้เพราะคนที่รู้เกี่ยวกับเรื่องที่เราทำดันเป็นอาจารย์ที่ขึ้นสอบเรา และแล้วเราก็ทำผิดอีก พ่อเราเสียใจที่เราไม่ผ่านเพราะไม่ผ่านเราก็ไม่ได้ออกฝึก การจบก็เลื่อนออกไปอีก เราก็อยู่เลี้ยงลูกช่วงที่ไม่ได้ออกฝึกและเริ่มอยากจะทำงานเพราะมันว่างมาก เราก็เริ่มทำงานฆ่าเวลา พอเริ่มทำงานก็กลับบ้านช้าบ้างแต่ก็ดูลูกตลอด จนย่าบอกดีแล้วหาเงินใข้เองช่วยพ่อประหยัด และไปบอกพ่อว่าเราทำงานพ่อโกรธมาก เพราะแกอยากให้รีบทำงานสัมนาแก้ให้เสร็จทันเทอมสอง เราก็ทำงานและได้รู้จักกับแฟนคนที่สาม แฟนคนที่สามเขาเข้ามาเหมือนเข้ามาเติมเต็ม มาชวนคุย เทคแคร์ดีทุกอย่างช่วยเหลือทุกอย่าง จนเรารู้สึกดีและเปิดใจคบกัน พอเรากับพ่อเริ่มไม่คุยกันและพ่อก็ไม่พาลูกเรากลับบ้านมาหาเราเป็นอาทิตย์ เอาไปอยู่ด้วยที่ร้าน ด้วยประจวบกับเราอยากทำงานคลีนิกความงามเลยสมัครและฟุคได้เลยได้ขึ้นมาทำที่กรุงเทพ ก็มาอยู่กับแฟนคนที่สามเขาดูแลเราดีมาก ช่วงเราอยู่บ้านกัน เราก็โอเคมีทุกอย่างละงาน เงิน จนแฟนเราเริ่มมีแากเสียงกับคนในบ้านก็ค้องย้ายที่อยู่ และแล้วเราก็ทำผิดที่ไม่น่าให้อภัยกับตัวเองคือท้อง แต่ตอนนั้นเราก็ไม่ได้อะไร แฟนเราดีใจมากบอกทางบ้านบอกไร เราก็ไม่ได้มีปัญหาการเงินเพราะยังไม่คิดจะย้ายที่พักจริงๆจังๆ จนที่แฟนทะเลาะกับคนในบ้านแรงขึ้น จนแฟนทนไม่ไหวเลยย้ายออกมาเราก็ใช้เงินเรากับแฟนเช่าห้องใหม่ เหมือนเราสองคนต้องเริ่มใหม่ ซื้อของเจ้าห้องใหม่ทั้งหมด เงินก็เริ่มหมด ประกอบกับแฟนก็เริ่มไม่อยากทำงานเพราะเครียดเรื่องทะเลาะกับที่บ้าน ก็มีแค่เราที่ทำงาน แต่เราก็คิดว่าคงไม่อะไรหรอก เพราะเงินเดือนที่ได้ก็อยู่ได้สบายแต่แค่พอได้เก็บบ้างไม่มาก จนที่ทำงานรู้ว่าท้องก็อยากให้เราไปอยู่ไกล้ๆถ้าทำไม่ได้ก็จะให้เราออกเพราะมันไม่ปลอดภัย จนเราเลือกที่ทำงานเพราะยังอยากทำเพราะอย่างน้อยก็ได้สวัสดิการตอนคลอดเลยย้ายมาอยู่ที่พักใหม่ใช้เงินมัดจำต่ายเกือบมื่นก็เลยยืมพ่อแฟนก่อนแล้วทะยอยให้ จนมาเดือนมีนาก็มีโรคระบาด มันแย่มากหยุดงาน เงินใช้ก็เริ่มไม่เหลือเพราะจ่ายหนี้พ่อแฟนจ่ายค่าห้องไปหมด พอเงินเดือนอีกรอบได้ไม่เต็ม แค่จ่ายค่าห้องก็หมดแล้ว จากที่เดือนนี้เราจะได้ไปตรวจครรภ์ ก็ล้ม ล้มทุกอย่าง ความคิดที่เลวร้ายก็วิ่งเข้ามาหรือเราจะเอาเด็กออกดี เพราะทำงานที่ไหนเขาก็ไม่รับ เราเลยอยากเอาเด็กออก ตอนนี้มันมืด มันไม่รู้จะพูดยังไงมันแย่ไปหมด แค่ข้าวจะกินก็ไม่มี จะหะนหน้ายืมใครก็ไม่มีไม่กล้า เพราะเราก็ไม่รู้เราจะมีปัญญาใช้หนี้เขาเมื่อไหร่ เราเลยได้มาตั้งกระทู้พันทิป  อย่างน้อยมันทำให้เรามีเพื่อนที่ระบายความอึดอัดนี้ มันทุกนะมันทรมานนะที่ทำผิดแล้วผิดอีกแย่ลงแย่ลง จนตอนนี้คิดว่า ถ้าเราไม่อยู่แล้ว เรื่องมันคงจะต้องจบ ตอนนี้เราไม่ขอไรมากเราอยากได้งานทำ อยากได้ที่อยู่ใหม่ทำงานแลกข้าวเราก็ยอม เราหมดแล้วทุกสิ่งจากแฟนที่พอจะพึ่งได้เราก็ดันไปรู้เขาแอบคุยกับคนอื่น เราหมดแล้วจริงๆ เราไม่รู้จะทำอะไรแล้วเงินสักบาทก็ไม่มีแล้ว เห้อมันน่าสมเพสมากเลยชีวิตคนแบบเราคิดแล้วก็ถอดหัวเราะตัวเองไม่ได้ ทำไมแย่ขนาดนี้ 

เราไม่รู้ว่านิทานเรื่องนี้จะจบยังไง ตอนนี้เหมือนมืดทุกอย่าง สิ้นความคิด สิ้นกำลังใจ สิ้นที่พึ่ง สิ้นหมดแล้ว ละอายเกินกว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากใคร มันว่าสมเพสจังเนอะชีวิต
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่