💫🕛💫🚀 แดนศิวิไลซ์ ( หลงกาล ภาค 2 ) ตอนที่ 30 🚀💫🕛💫

กระทู้สนทนา
ร่างของหญิงสาวผู้ซึ่งกำลังอยู่ในสภาวะหลับสนิทอยู่ภายในแคปซูลแก้วกระจก ถึงแม้ว่าขณะนี้ใบหน้าปราศจากการเมคอัพด้วยเครื่องสำอางค์ใดๆ ดูสดสวยอย่างธรรมชาติ แต่เพราะความที่เคยแต่งหน้าเข้มๆ มาตลอด ทำให้ใบหน้าของนางยังคงมีเค้าแห่งความมืดดำ ดุดันและเฉียบขาดปรากฏให้เห็นอยู่ และชุดดำพร้อมด้วยเสื้อคลุมดำเนื้อเนียนเลื่อมพรายกับอัญมณีสีแดงดังสีเลือดหลายสิบเม็ดซึ่งถูกร้อยเรียงเป็นสร้อยคอสวมอยู่ที่คอของนาง ประกอบกับอัญมณีเม็ดใหญ่รูปหกเหลี่ยมสีดำสนิทแต่ส่องประกายยามถูกแสงสว่าง ล้อมรอบด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ อีกหลายสิบเม็ด เห็นถนัดในระยะใกล้แล้ว สาวผู้เคยพิฆาตเอเลี่ยนสัตว์นรกอย่างเร็พไทเลี่ยนมาแล้วก็รู้ได้ทันทีว่า ต่อหน้าของนาง ณ บัดนี้ คือ เทพพยากรณ์ ออเรเคิล! และเรื่องที่นางไม่อยากจะเชื่อและไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้รับรู้ก็คือ นั่นเป็นน้องสาวคู่แฝดของตัวเอง!

เรื่องนี้ บิดาและมารดาบุญธรรม ไม่เคยเล่าให้นางฟังมาก่อน ดูเหมือนผู้มีพระคุณทั้งสองนั้นอาจจะไม่รู้เลยด้วยซ้ำ! เพราะท่านทั้งสองเคยบอกนางเพียงว่า ได้เก็บนางมาเลี้ยง โดยไม่รู้ว่าบิดามารดาที่แท้จริงคือใคร อยู่ที่ไหน...

ซึ่งนางเองก็ไม่ใส่ใจ...โตมาจนถึงป่านนี้แล้ว ไม่เคยคิดว่าตนเองจะต้องไปตามหาตัวบิดามารดาผู้ให้กำเนิดตัวจริงแต่อย่างใด สำหรับนาง มันไม่จำเป็น! นางถือว่าผู้มีพระคุณต่อนาง คือบิดาและมารดาบุญธรรมเท่านั้น! รวมกับตัวของนางแล้วก็เป็นครอบครัวที่ประกอบด้วยสมาชิกเพียงสามคน...สามคนเท่านั้น ไม่มีคนอื่นอีก !!

เพราะฉะนั้น ออเรร่าจึงไม่สนใจไยดีต่อความสัมพันธ์ระหว่างนางกับสองคนผู้มีเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกันกับตน คือ โพเซดอน และออเรเคิล ในขณะนี้เลย!

"ถ้าท่านคิดว่า ข้าจะเกิดความรู้สึกผูกพันอะไรใดๆ กับนาง...หรือแม้แต่กับตัวของท่านก็ตาม...จงเลิกคิดไปได้เลย!"

ออเรร่าพูดกับบิดาตัวจริงซึ่งยืนอยู่ห่างๆ เบื้องหลัง แล้วฉับพลันนั้น มือขวาของนางก็คว้าจับด้ามอาวุธ "กระบี่แสงพิฆาต" ซึ่งเหน็บอยู่ที่เข็มขัดตรงสะเอวแล้วกระชากออกมา นิ้วหัวแม่มือเลื่อนผลักสวิทช์ขึ้นไปเพื่อเปิดแสงเลเซอร์!

วูมมมมมม.............

ลำแสงเลเซอร์สีขาวอมน้ำเงินพุ่งปราดออกจากโคนด้าม ก่อตัวเป็นรูปดาบยาวออกไปเกือบสองช่วงแขนแล้วหยุดไว้ตรงปลาย!

"นั่น เจ้า!!" โพเซดอนตาเหลือก ร้องถามด่วยเสียงอันดัง "เจ้า จะทำบ้าอะไรนั่น ???"

"ก็เห็นๆ อยู่มิใช่หรือ ว่าในมือของข้านี่ คืออะไร ?" ออเรร่าตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"อย่า!" ผู้เป็นพ่อร้องห้าม "เจ้าฆ่านางไม่ได้นะ!"

"ทำไมจะฆ่าไม่ได้ ?" นางสวนกลับทันควันโดยไม่หันมามองเหมือนเดิม "นางมารร้ายนี่ สมควรตายร้อยครั้งพันครั้ง ท่านรู้หรือไม่ ?"

โพเซดอนขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เพราะเห็นว่าท่าทางของลูกสาวผู้เป็นแฝดพี่ขึงขังเอาจริงเอาจังมาก จึงก้าวเข้าไปหานางใกล้ๆ แล้วพูดกับนางด้วยน้ำเสียงซึ่งพยายามให้นุ่มนวลที่สุด

"เจ้าใจเย็นสักนิดเถิดนะ...ปิดแสงพิฆาตก่อนเถิด แล้วโปรดหันมาพูดจากับข้าสักหน่อย"

น้ำเสียงอันนุ่มนวล ฟังแล้วรู้สึกอบอุ่น คลับคล้ายกับลักษณะการพูดของบิดาบุญธรรมในอดีต ทำให้ออเรร่าใจอ่อนลง ยอมปิดสวิทช์ "ไล้ท์เซเบอร์" ถือไว้ในมือเฉยๆ แล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับบิดาตัวจริงอีกครั้ง ก่อนเปิดปากถาม

"มีอะไรจะพูดกับข้าอีกเล่า ?" นางพูดเสียงสะบัดๆ แล้วจ้องหน้าจ้องตาเขาเขม็ง รอคำตอบ

"เจ้า มีความแค้นเคืองต่อนางมาก ถึงขั้นที่จะต้องฆ่านางให้ได้เทียวหรือ ?"

"ใช่!"

"ทั้งๆ ที่ตอนนี้ เจ้ารู้แล้วว่า นางคือน้องสาวของเจ้า..."

"ข้าไม่มีน้อง!!" ออเรร่าตอบสวนกลับ "ยิ่งคนชั่วช้าสารเลวอย่างนางมารร้ายนั่น ยิ่งไม่มีวันจะมาเป็นน้องสาวของข้า!!"

"นางทำอะไรผิดนักหนา เจ้าถึงได้อาฆาตมาดร้ายถึงเพียงนี้ ?"

"นางทำร้ายผู้คนมามากมาย ร้ายที่สุด คือลงมือสังหารอาจารย์และศิษย์ผู้พี่ของตัวเอง แถมยังทรยศต่อชาติบ้านเมืองของตัวเองด้วย!" แฝดผู้พี่ยิ่งพูดเสียงก็ยิ่งดังขึ้นทุกที "แล้วผู้คนก็เลื่องลือกัน นางมักใหญ่ใฝ่สูง หวังจะเป็นจักรพรรดินีของเนรอส จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิแอตแลนติสใต้ และเป้าหมายของจักรวรรดิแอตแลนติสใต้คือ การโค่นล้มระบอบสหพันธรัฐของชาวแอตแลนติสเหนือแล้วผนวกดินแดนรวมเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งถ้าทำสำเร็จ แอตแลนติสทั้งทวีปจะตกอยู่ใต้อำนาจเผด็จการ ประชาชนทั้งทวีปจะต้องลำบากยากแค้น มีแต่พวกชนชั้นปกครองเท่านั้นที่จะครองอำนาจและเสวยสุข อำนาจต่างๆ จะไปรวมกันอยู่ที่เดียว คือจักรพรรดิกับจักรพรรดินีในอนาคต ดังนั้น นางมารร้ายนั่นคือผู้ที่ต้องถูกกำจัด!"

"เจ้าคิดว่า เจ้าสามารถลงมือฆ่าน้องสาวของตัวเองได้ลงคอหรือ ถามจริงๆ ?"

"หึ!" ออเรร่าแค่นจมูกหัวเราะ แล้วหันหลังกลับ กระโจนเข้าไปหาคนในแคปซูลแก้วกระจกอีกครั้งโดยฉับพลัน เงื้อด้ามกระบี่แสงพิฆาตขึ้นแล้วเปิดสวิทช์
"ไลท์เซเบอร์" อีกครา และเปลี่ยนจากมือเดียวเป็นจับด้ามด้วยสองมือ ฟันกระบี่เลเซอร์นั้นทันทีโดยเป้าหมายกะบั่นหัวให้ขาดกระเด็น!!

วูมมมมมมมมมมมม............

"ย้าาาากกกกกกกกกก......"

"อย่า !!!"

แปล๊บบบบบบบบ เปรี๊ยะะะ ๆๆๆๆ.......

ขณะที่ออเรร่ากำลังแหกปากร้องลั่นกะจะฟันเทพพยากรณ์ให้หนำใจนั้น โพเซดอนร้องห้าม และขณะเดียวกันก็ทิ่มอาวุธ "หอกตรีศูล" ประจำกายของตนไปปาดหน้าขวางลำแสงเลเซอร์ไว้ทันท่วงที! กระแสไฟฟ้าจากสามง่ามแตกประกายดังประทัดนับร้อยดอกถูกจุดติดอย่างกับไฟพะเนียง!

ออเรร่าผงะหงายหลังจนเกือบล้ม แต่ก็ยังก้าวถอยหลังออกไปสองสามก้าวจนตั้งหลักได้แล้วหันไปมองหน้าโพเซดอนอีกครั้ง มือทั้งสองซึ่งกุมด้ามกระบี่เลเซอร์อยู่นั้นสั่นสะท้าน นางรู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงพลังอำนาจของบุรุษร่างใหญ่ซึ่งคือบิดาผู้ให้กำเนิดของตน ตัวจริงเสียงจริงซึ่งยืนอยู่ต่อหน้า พลังอำนาจของเขานั้นทำให้นางหวั่นเกรงได้ไม่น้อยทีเดียว! แต่ด้วยอำนาจแห่งมานะถือดี ประกอบกับการที่รับไม่ได้เรื่องการถูกเขาทอดทิ้ง นางจึงวีนแตกแหลกราญใส่เขา

"ขัดขวางข้าทำไมเล่า หลีกไปนะ!!"

"บอกแล้วไง...เจ้าฆ่านางไม่ได้!" โพเซดอนเริ่มมีน้ำเสียงขุ่นขึ้น

"ทำไมจะไม่ได้!" ออเรร่าเถียงคำไม่ตกฟาก "คนหน้าตาอย่างข้า ต้องมีข้าแต่เพียงผู้เดียว จะต้องไม่มีคนที่สอง! และข้าไม่มีน้อง ! ข้าตัวคนเดียวมาตลอดตั้งแต่เล็กจนโต! ท่านเลิกพยายามยัดเยียดน้องสาวให้ข้าได้แล้ว เพราะข้าไม่ต้องการ คนไหนก็ไม่ต้องการทั้งนั้น! ยิ่งเป็นนางมารร้ายนั่นยิ่งแล้วใหญ่เลย!! และตัวท่านก็ด้วยนะ! ท่านมาจากไหน ก็จงกลับไปยังที่ๆ ท่านจากมาเถอะ! อย่ามาเสียเวลากับข้า เพราะข้าจะไม่มีวันนับถือท่านว่าเป็นบิดาโดยเด็ดขาด ดังนั้นจงหลีกไป ปล่อยให้ข้าจัดการกับนางมารร้ายนั่น!!"

"ไม่ได้!!!" โพเซดอนเสียงดังขึ้นกว่าเดิมอีกจนเกือบเป็นการตวาด "ถึงแม้ว่าเจ้าจะไม่ยอมรับนับถือข้าเป็นบิดาก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้เจ้าลองคิดดูด้วยเหตุผล! หากเจ้าเป็นข้าในตอนนี้ เจ้าจะทนดูลูกสาวสองคนของตัวเองประหัตประหารกันต่อหน้าต่อตาตัวเองได้หรือ ??? เจ้าก็ต้องห้าม เหมือนที่ข้าห้ามเจ้า!!"

ออเรร่าอึ้งไปทันที พูดอะไรไม่ออก นางจำต้องยอมรับเหตุผลของเขาโดยมิอาจโต้แย้ง แต่ก็ยังคับข้องใจ เก็บด้ามกระบี่เลเซอร์เหน็บเข็มขัดที่สะเอวอย่างไม่เต็มใจ ก่อนจะบอกกับบิดาผู้มาจากต่างดาว และต่างกาแล็กซี่อันไกลโพ้น

"วันนี้ ข้าไม่อาจฆ่านางได้ เพราะมีท่านขัดขวาง! แต่วันหน้าต้องมีสักวัน ที่ข้าจะต้องปลิดชีพนางให้จงได้!!"

"มันจะไม่มีวันนั้น!!" โพเซดอนสวนกลับ

"ท่านจะคอยเฝ้านางอยู่ตลอดเวลาเลยหรือไร ??"

"ถึงไม่มีข้า...แต่เจ้าก็จะมิอาจฆ่านางได้!!"

"ทำไม ? ท่านคิดว่า นางมีฝีมือสูงกว่าข้า คิดว่าข้าไม่อาจเอาชนะนางได้ อย่างนั้นรึ ??"

"มันไม่เกี่ยวว่าใครฝีมือสูงหรือต่ำกว่าใคร!!" โพเซดอนกล่าวอย่างเป็นปริศนา "เจ้าจงจำไว้ให้ดีก็แล้วกัน! ว่า ระหว่างเจ้ากับนาง ห้ามประหารฆ่าฟันซึ่งกันและกัน โดยเด็ดขาด! และหากเจ้าคนหนึ่งคนใดกำลังตกอยู่ในภยันตรายร้ายแรงถึงชีวิตแล้วไซร้ อีกคนหนึ่งต้องเข้าไปช่วยทันที และต้องช่วยให้รอดปลอดภัยให้ได้ด้วย!"

"พิลึกจริง!! ทำไมต้องเป็นอย่างนั้น ???" ออเรร่ามึนงง "แล้วก็นะ...ถ้าข้ามองเห็นนางกำลังตายต่อหน้าต่อตาได้ ก็ดีสิ!! ประเสริฐที่สุดเลยเทียว! เพราะข้าปรารถนาจะให้นางตายอยู่แล้ว! จะให้ข้าเข้าไปช่วยนางเพื่อเรื่องอันใดมิทราบ ??"

"เพื่อชีวิตของเจ้าด้วยไงเล่า!!" สมุทรเทพกล่าวเฉลย "ถ้านางตาย เจ้าก็อยู่ต่อไปไม่ได้ และเช่นเดียวกัน ! ถ้าเจ้าตาย นางก็จะอยู่ต่อไปไม่ได้เหมือนกัน!!"

"ตลกละ !!" ออเรร่ายังคัดค้านหัวชนฝา "มันเรื่องอันใดกัน! ชีวิตของใครของมันสิ หากนางตาย จะเกี่ยวอะไรกับข้า หรือว่าถ้าข้าตายไป จะเกี่ยวอะไรกับนาง และทำไมถึงต้องเกี่ยว ??"

"เพราะว่า พวกเจ้าทั้งสอง ถือครองวิญญาณกันคนละครึ่ง นับตั้งแต่ปฏิสนธิในครรภ์ของมารดาแล้ว!!!"

ออเรร่าถึงกับตกตะลึง ช็อกกับคำอธิบายนี้

นางยืนนิ่งราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหินไปครู่ใหญ่ๆ ในหัวสมองมึนตึ้บ ส่ายหน้าไปมาช้าๆ แล้วก็เร็วขึ้น จบด้วยการสะบัดหน้าแรงๆ หนึ่งที ก่อนจะตะโกนออกมา

"ไม่!! เป็นไปไม่ได้ !! ข้าไม่เชื่อท่าน ไม่เชื่อโดยเด็ดขาด!!! ท่านกำลังบังคับข้า และข้าจะไม่มีวันตกอยู่ภายใต้การบังคับของท่าน ไม่มีวัน!!"

"เปล่าเลย...ข้าหาได้บังคับเจ้าไม่ แม้แต่น้อย หากแต่พูดความจริง เปิดเผยความจริงให้เจ้าได้รู้ต่างหากเล่า!!" โพเซดอนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลง ตอนนี้เขารู้สึกสงสารและเห็นใจลูกสาวคนนี้ขึ้นมาบ้างแล้ว

"ความจริงซึ่งถูกเสกสรรค์ปั้นแต่งขึ้นมาโดยท่านละสิ!!" นางตอบโต้พลางเบ้ปาก

"เจ้าต้องการจะพิสูจน์ไหมเล่า ??"

"พิสูจน์ได้ด้วยหรือ ??"

โพเซดอนพยักหน้าแทนคำพูด

"ยังไง ???" ออเรร่าคาดคั้นต่ออย่างงุนงงและอยากรู้

"เจ้าจงดูให้ดี...และเตรียมตัวของเจ้าไว้ให้ดี!!"

สิ้นคำพูดอันเป็นปริศนานั้น สมุทรเทพยกตรีศูลชูขึ้นเล็กน้อย และชี้ปลายสามง่ามไปยังแคปซูลแก้วกระจกซึ่งมีร่างของออเรเคิลกำลังหลับสนิทอยู่ภายใน!

แปล๊บบบ.............

ประกายไฟกลุ่มหนึ่งแตกจากปลายสามง่าม กระแสไฟสายหนึ่งประดุจสายฟ้าแลบ พุ่งปราดออกไปจับที่แคปซูล!

แซ่ดดดดดด.........ฟี้ดดดดดดด..........

แคปซูลนั้น ปรับองศาตั้งตรงเป็น 90 องศา ตามด้วยฝาครอบแก้วเลื่อนเปิดขึ้นข้างบน

แล้วออเรเคิล ก็ฟื้น ตื่นขึ้นจากการหลับใหลมานาน นับตั้งแต่ถูกลักพาตัวขึ้นยานมา หลายชั่วโมง!!

นางลืมตาขึ้น กวาดสายตามองไปข้างหน้า และซ้ายทีขวาทีอย่างงงๆ...

แล้วก็ยิ่งงงหนักขึ้นไปอีก เมื่อมองไปยังทิศทางที่ออเรร่าและโพเซดอนยืนอยู่ และเห็นคนทั้งสอง!!

"นี่ข้า...อยู่ที่ไหนกันแน่ ? และ พวกเจ้าเป็นใคร พาข้ามาที่นี่เพื่อต้องการอันใด ???"

ไม่มีคำตอบจากคนทั้งสอง แต่นางสังเกตเห็นได้ว่า บุรุษร่างใหญ่กำยำล่ำสัน ใบหน้าเข้มในวัยกลางคนนั้น แม้จะดูดุดัน แต่ในแววตาทั้งสองของเขานั้นกลับเจือด้วยความเมตตา เหมือนสายตาของบิดาซึ่งกำลังมองดูลูกน้อย...

และชั่วชีวิตของนาง ไม่เคยมีผู้ใดจ้องมองนางด้วยสายตาเยี่ยงนี้มาก่อนเลย!

ผิดกับสายตาของอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นสตรี ดูแล้วก็วัยเดียวกันกับตน แต่ว่า นาง...กลับจ้องมองตนอยู่ด้วยความเกลียดชังอย่างโจ่งแจ้ง!!

ฉับพลันนั้น ออเรเคิลก็นึกขึ้นมาได้ว่า เคยเห็นนางมาก่อน !!

"ข้าจำได้แล้ว !!" นางโพล่งออกไปพลางชี้มือไปยังออเรร่า "เจ้าเคยปรากฏตัวต่อเบิ้องพระพักตรองค์จักรพรรดิ กลางท้องพระโรง พร้อมกับเหล่าสหายของเจ้าผู้เป็นอาคันตุกะจากแดนไกล ในวันแรกที่พวกเจ้ามาถึง !!"

ออเรร่าพยักหน้าช้าๆ แล้วกัดฟันถาม "แล้วเจ้า จำอะไรได้อีก ??"

"เดี๋ยวนะ...ให้ข้านึกดู...อ้อ! นึกออกแล้ว เจ้ามีนามว่า ออเรร่า ข้าได้ยินองค์จักรพรรดิตรัสถามเจ้า และเจ้าทูลตอบพระองค์"

"ความทรงจำดีนี่ !!"

น้ำเสียงสะบัดห้วนแบบมะนาวไม่มีน้ำนั้นสะดุดหูเทพพยากรณ์ยิ่งนัก นางจึงเพ่งพินิจพิจารณาเจ้าของเสียงพลางขมวดคิ้วทีละน้อยๆ

"นี่เจ้า...หน้าตาของเจ้า ตอนนี้ข้ามองเห็นชัดเจน ไม่เหมือนตอนที่อยู่ในท้องพระโรงในวันนั้น เพราะเราอยู่ห่างไกลกัน ข้าจึงมิได้สังเกต.."

(ต่อครับ)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่