ทำไมการสูบบุหรี่ถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ สาเหตุของโรคโควิด-19
สงสัยกันมั้ยครับ ว่าทำไมคุณหมอถึงต้องมีคำแนะนำให้งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ในช่วงนี้ แล้วการสูบบุหรี่มีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับการติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ สาเหตุของโรคโควิด-19 วันนี้พี่หมอจะมาสรุปให้ฟังครับ
อย่างที่เราทราบกันดีนะครับว่าผู้ป่วยที่ติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ หรือผู้ป่วยโรคโควิด-19 แต่ละคนก็จะมีอาการมากน้อยต่างกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะรักษาให้หายได้มากกว่า มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่อัตราการเสียชีวิตจะค่อนข้างสูง เช่น กลุ่มที่มีโรคประจำตัวอย่างโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดัน และโรคในระบบทางเดินหายใจอื่นๆ รวมถึงผู้ที่ป่วยเป็นโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ เช่น โรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง และโรคมะเร็งปอด
ซึ่งปัจจุบันมีข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกยืนยันแล้วว่า ผู้สูบบุหรี่มีแนวโน้มที่จะเสี่ยงต่อการติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้น เนื่องจากขณะที่สูบบุหรี่ มือและนิ้วของผู้สูบจะต้องสัมผัสกับริมฝีปากอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น ถ้ามือและนิ้วไม่สะอาด ก็มีโอกาสที่เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายได้อย่างง่ายดาย ยิ่งถ้าผู้ป่วยมีประวัติว่าเคยสูบบุหรี่มาก่อน อาการของโรคก็จะรุนแรงกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 14 เท่าเลยทีเดียว
นอกจากนี้ การสูบบุหรี่ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่ธรรมดา บุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงมอระกู่ (Baraku) ก็ยังเป็นการกระจายเชื้อไวรัสสู่ผู้อื่นอีกด้วย เนื่องจากสารคัดหลั่ง น้ำลาย เสมหะและเชื้อแบคทีเรียจะถูกพ่นออกมาพร้อมกับควันหรือละอองไอของบุหรี่ ซึ่งหากผู้สูบบุหรี่เป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้วล่ะก็ เชื้อก็จะสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่ใช่เฉพาะผู้สูบบุหรี่เท่านั้นที่ต้องเผชิญกับการติดเชื้อ แม้แต่บุคคลรอบข้างที่ได้รับควันบุหรี่ (Secondhand Smoke) รวมถึงควันที่อาจจะติดตามเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ ก็มีความเสี่ยงที่จะติดโรคด้วยเช่นกัน
หนังสือพิมพ์ เดอะ การ์เดียน ได้ตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ของศาสตราจารย์จอห์น วิลสัน ซึ่งเป็นประธานการแพทย์วิทยาลัยแพทย์แห่งออสเตรเลียและแพทย์ระบบทางเดินหายใจ โดยบทสัมภาษณ์นี้ได้กล่าวถึงผลกระทบร้ายแรงทั้งหมดของโรคปอดบวมในผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท ดังนี้
1. กลุ่มที่มีความรุนแรงน้อยที่สุดคือ ผู้ที่มีไวรัส แต่ไม่มีอาการ
2. ผู้ที่ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบนจะมีอาการไข้และไอเล็กน้อย ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อ แต่สามารถเป็นพาหะของเชื้อได้
3. กลุ่มใหญ่ที่สุด คือ ผู้ที่ตรวจหาเชื้อแล้วพบผลเป็นบวกและต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล
4. กลุ่มผู้ติดเชื้อที่มีอาการรุนแรง มักพบในผู้ที่มีโรคประจำตัวและมีอายุมากกว่า 70 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้ที่มีภาวะปอดอักเสบ กลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตมากที่สุด
โดยผู้ที่สูบบุหรี่ส่วนใหญ่มักถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่มีอาการรุนแรง เพราะกลุ่มนี้เมื่อติดเชื้อแล้ว จะมีอาการไอ หายใจลำบากและหอบเหนื่อย เนื่องจากมีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจและทำให้ปอดอักเสบ ซึ่งสำหรับผู้ที่มีภาวะอ่อนแอด้วยโรคประจำตัวและมีปอดไม่แข็งแรง การติดเชื้อจะลุกลามรวดเร็วและรุนแรงมากกว่าคนปกติ เพราะปอดจะสูญเสียความสามารถในการนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย ส่งผลกระทบถึงการทำงานของอวัยวะในระบบอื่นๆ เช่น หัวใจหรือไตวาย จนนำไปสู่การเสียชีวิตได้ในที่สุด
คำแนะนำสำหรับผู้ที่มีโรคปอดเรื้อรัง
· ในกรณีที่ไม่สบายหรือต้องกักตัวเองเพื่อสังเกตอาการ ควรเตรียมอาหาร ยา และอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็นให้เพียงพอในระยะเวลาอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์
· ควรอยู่ให้ห่างจากผู้ป่วยติดเชื้อ และงดเยี่ยมผู้ป่วยที่โรงพยาบาลในทุกกรณี
· หลีกเลี่ยงการออกจากบ้าน โดยเฉพาะสถานที่มีผู้คนหนาแน่น และงดการเดินทางไปต่างประเทศอย่างเด็ดขาด
· ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ
· ระมัดระวังการสัมผัสปาก จมูกและดวงตา ด้วยมือที่ไม่สะอาด
· ดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงด้วยการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่และมีคุณค่าทางอาหาร พักผ่อนให้เพียงพอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
· ติดตามข่าวสารอย่างมีสติ และไม่เสพข่าวมากเกินไปจนเกิดความเครียด
· หากเป็นผู้ป่วย ควรปรึกษาแพทย์และตรวจดูยาให้เพียงพอ เพื่อหลีกเลี่ยงการไปโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น
การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อชีวิตของมนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ดังนั้น สิ่งสำคัญก็คือ การดูแลรักษาสุขภาพทั้งกายและใจของเราให้แข็งแรงมากที่สุด ยิ่งในภาวะแบบนี้ พี่หมอเชื่อว่าการไม่มีโรคคือลาภอันประเสริฐที่สุด เพราะทรัพย์สินเงินทองหรือของมีค่าใดๆ ทุกอย่างยังสามารถหามาใหม่ได้ ถ้าเรายังมีชีวิตอยู่ พี่หมอจึงอยากให้พวกเราเชื่อฟังและปฏิบัติตัวตามที่คุณหมอหลาย ๆ ท่าน ออกมาแนะนำนะครับ ยิ่งเราร่วมมือร่วมใจกันมากเท่าไหร่ เราก็จะสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็วขึ้นเท่านั้น
เป็นกำลังให้ทุกคนผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกันนะครับ ❤ ❤ ❤
ทำไมการสูบบุหรี่ถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ สาเหตุของโรคโควิด-19
สงสัยกันมั้ยครับ ว่าทำไมคุณหมอถึงต้องมีคำแนะนำให้งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ในช่วงนี้ แล้วการสูบบุหรี่มีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับการติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ สาเหตุของโรคโควิด-19 วันนี้พี่หมอจะมาสรุปให้ฟังครับ
อย่างที่เราทราบกันดีนะครับว่าผู้ป่วยที่ติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ หรือผู้ป่วยโรคโควิด-19 แต่ละคนก็จะมีอาการมากน้อยต่างกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะรักษาให้หายได้มากกว่า มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่อัตราการเสียชีวิตจะค่อนข้างสูง เช่น กลุ่มที่มีโรคประจำตัวอย่างโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดัน และโรคในระบบทางเดินหายใจอื่นๆ รวมถึงผู้ที่ป่วยเป็นโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ เช่น โรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง และโรคมะเร็งปอด
ซึ่งปัจจุบันมีข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกยืนยันแล้วว่า ผู้สูบบุหรี่มีแนวโน้มที่จะเสี่ยงต่อการติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้น เนื่องจากขณะที่สูบบุหรี่ มือและนิ้วของผู้สูบจะต้องสัมผัสกับริมฝีปากอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น ถ้ามือและนิ้วไม่สะอาด ก็มีโอกาสที่เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายได้อย่างง่ายดาย ยิ่งถ้าผู้ป่วยมีประวัติว่าเคยสูบบุหรี่มาก่อน อาการของโรคก็จะรุนแรงกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 14 เท่าเลยทีเดียว
นอกจากนี้ การสูบบุหรี่ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่ธรรมดา บุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงมอระกู่ (Baraku) ก็ยังเป็นการกระจายเชื้อไวรัสสู่ผู้อื่นอีกด้วย เนื่องจากสารคัดหลั่ง น้ำลาย เสมหะและเชื้อแบคทีเรียจะถูกพ่นออกมาพร้อมกับควันหรือละอองไอของบุหรี่ ซึ่งหากผู้สูบบุหรี่เป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้วล่ะก็ เชื้อก็จะสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่ใช่เฉพาะผู้สูบบุหรี่เท่านั้นที่ต้องเผชิญกับการติดเชื้อ แม้แต่บุคคลรอบข้างที่ได้รับควันบุหรี่ (Secondhand Smoke) รวมถึงควันที่อาจจะติดตามเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ ก็มีความเสี่ยงที่จะติดโรคด้วยเช่นกัน
หนังสือพิมพ์ เดอะ การ์เดียน ได้ตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ของศาสตราจารย์จอห์น วิลสัน ซึ่งเป็นประธานการแพทย์วิทยาลัยแพทย์แห่งออสเตรเลียและแพทย์ระบบทางเดินหายใจ โดยบทสัมภาษณ์นี้ได้กล่าวถึงผลกระทบร้ายแรงทั้งหมดของโรคปอดบวมในผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท ดังนี้
1. กลุ่มที่มีความรุนแรงน้อยที่สุดคือ ผู้ที่มีไวรัส แต่ไม่มีอาการ
2. ผู้ที่ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบนจะมีอาการไข้และไอเล็กน้อย ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อ แต่สามารถเป็นพาหะของเชื้อได้
3. กลุ่มใหญ่ที่สุด คือ ผู้ที่ตรวจหาเชื้อแล้วพบผลเป็นบวกและต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล
4. กลุ่มผู้ติดเชื้อที่มีอาการรุนแรง มักพบในผู้ที่มีโรคประจำตัวและมีอายุมากกว่า 70 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้ที่มีภาวะปอดอักเสบ กลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตมากที่สุด
โดยผู้ที่สูบบุหรี่ส่วนใหญ่มักถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่มีอาการรุนแรง เพราะกลุ่มนี้เมื่อติดเชื้อแล้ว จะมีอาการไอ หายใจลำบากและหอบเหนื่อย เนื่องจากมีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจและทำให้ปอดอักเสบ ซึ่งสำหรับผู้ที่มีภาวะอ่อนแอด้วยโรคประจำตัวและมีปอดไม่แข็งแรง การติดเชื้อจะลุกลามรวดเร็วและรุนแรงมากกว่าคนปกติ เพราะปอดจะสูญเสียความสามารถในการนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย ส่งผลกระทบถึงการทำงานของอวัยวะในระบบอื่นๆ เช่น หัวใจหรือไตวาย จนนำไปสู่การเสียชีวิตได้ในที่สุด
คำแนะนำสำหรับผู้ที่มีโรคปอดเรื้อรัง
· ในกรณีที่ไม่สบายหรือต้องกักตัวเองเพื่อสังเกตอาการ ควรเตรียมอาหาร ยา และอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็นให้เพียงพอในระยะเวลาอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์
· ควรอยู่ให้ห่างจากผู้ป่วยติดเชื้อ และงดเยี่ยมผู้ป่วยที่โรงพยาบาลในทุกกรณี
· หลีกเลี่ยงการออกจากบ้าน โดยเฉพาะสถานที่มีผู้คนหนาแน่น และงดการเดินทางไปต่างประเทศอย่างเด็ดขาด
· ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ
· ระมัดระวังการสัมผัสปาก จมูกและดวงตา ด้วยมือที่ไม่สะอาด
· ดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงด้วยการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่และมีคุณค่าทางอาหาร พักผ่อนให้เพียงพอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
· ติดตามข่าวสารอย่างมีสติ และไม่เสพข่าวมากเกินไปจนเกิดความเครียด
· หากเป็นผู้ป่วย ควรปรึกษาแพทย์และตรวจดูยาให้เพียงพอ เพื่อหลีกเลี่ยงการไปโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น
การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อชีวิตของมนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ดังนั้น สิ่งสำคัญก็คือ การดูแลรักษาสุขภาพทั้งกายและใจของเราให้แข็งแรงมากที่สุด ยิ่งในภาวะแบบนี้ พี่หมอเชื่อว่าการไม่มีโรคคือลาภอันประเสริฐที่สุด เพราะทรัพย์สินเงินทองหรือของมีค่าใดๆ ทุกอย่างยังสามารถหามาใหม่ได้ ถ้าเรายังมีชีวิตอยู่ พี่หมอจึงอยากให้พวกเราเชื่อฟังและปฏิบัติตัวตามที่คุณหมอหลาย ๆ ท่าน ออกมาแนะนำนะครับ ยิ่งเราร่วมมือร่วมใจกันมากเท่าไหร่ เราก็จะสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็วขึ้นเท่านั้น
เป็นกำลังให้ทุกคนผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกันนะครับ ❤ ❤ ❤