JJNY : 11ภาคีน.ศ.จับมือเปิดแคมเปญ'ถอด 250 ส.ว.'/สหภาพนิสิตฯจี้ทบทวนต่ออายุพรก./กกต.ผวา ผอ.ติดโควิด/ทั่วโลกติด

11 ภาคีน.ศ. จับมือเปิดแคมเปญ 'ถอด 250 ส.ว.' ลั่น แค่จุดเริ่มต้นทวงคืนประชาธิปไตย
https://www.matichon.co.th/politics/news_2160369

เมื่อวันที่ 27 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาคีนักศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆ รวมกว่า 10 แห่ง ได้ร่วมกันจัดดแคมเปญ “ถอดถอนส.ว. 250 ท่าน” ผ่านเวปไซต์ change.org โดยเชิญชวนให้มีการร่วมลงชื่อถอดถอนหลังจากก่อนหน้านี้มีการร่วมศึกษาถึงประโยชน์ของ ส.ว. โดยนิสิต นักศึกษาและผู้ที่สนใจ ซึ่งกลุ่มนักศึกษาระบุว่ามีเพียงการโหวตให้นายกรัฐมนตรีเท่านั้น
 
สำหรับเหตุผลที่กลุ่มภาคี น.ศ. ระบุ อาทิ ที่มาไม่มีความชอบธรรมเหตุเพราะถูกเลือกโดยคณะรัฐประหาร และไม่มีผลงานที่ทำเพื่อประชาชน เป็นต้น โดยภาคีนักศึกษาระบุด้วยว่าเป็นแค่จุดเริ่มต้นของการเรียกร้องประชาธิปไตยคืนสู่ประเทศไทยเพียงเท่านั้น
 
ทั้งนี้ กลุ่มภาคีที่ร่วมจัดแคมเปญดังกล่าว ได้แก่
 
1.มศว คนรุ่นเปลี่ยน
 
2.ภาคีนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ
 
3.มอกะเสด
 
4.พะยอมเก๋า
 
5.กลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตย
 
6.ลูกพ่อขุนฯโค่นล้ม [เผล่ะจัง]
 
7.ฟันเฟืองประชาธิปไตย อาชีวะปกป้องประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย
 
8.ขแนแก่นพอกันที
 
9.ภาคีนักศึกษาศาลายา
 
10.กลุ่มประชาคมศิลปากรเพื่อประชาธิปไตย
 
11.กลุ่มประชาคมมศวเพื่อเสรีภาพ
 

 
'สหภาพนิสิตฯ' จี้ทบทวนต่ออายุ พรก. ฉุกเฉิน ชี้เป็นเครื่องมือปิดกั้นเสรีภาพ เกินความจำเป็นต่อการคุมโรค
https://www.matichon.co.th/politics/news_2160314
  
เมื่อวันที่ 27 เมษายน สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) เผยแพร่แถลงการณ์ เรื่อง “การต่ออายุ พรก.ฉุกเฉิน ไม่ได้ช่วยควบคุมโรค แต่เป็นเครื่องมือปิดกั้นเสรีภาพประชาชน” มีเนื้อหาโดยสรุปกล่าวถึงความกังวลต่อการต่ออายุ พรก.ฉุกเฉิน ซึ่ง สนท. มีความเห็นว่าไม่ใช่มาตรการสำคัญในการควบคุมโรคหากแต่เป็นการปิดกั้นเสรีการแสดงออกของประชาชน อีกทั้งจากเนื้อหาและมาตรการใน พรก. ยังเกินจำเป็นต่อการควบคุมโรคระบาดแต่ออกไปในแนวทางริดรอนสิทธิและเสรีของประชาชนมากกว่าจะใช้เพื่อควบคุมโรคระบาด
 
รายละเอียดตามแถลงการณ์ ดังนี้
 
เนื่องด้วย ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (ศบค.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นประธานในที่ประชุม ได้พิจารณาขยายการใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พรก.ฉุกเฉิน) ไปอีกหนึ่งเดือน จากเดิมที่จะครบกำหนดสิ้นสุดการใช้ในวันที่ 30 เมษายน ที่จะถึงนี้ โดยให้เหตุผลว่า เพื่อให้รัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 มีประสิทธิภาพ
 
สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทยมีความกังวลว่า การต่ออายุพระราชกำหนดดังกล่าวจะไม่ได้เป็นไปเพื่อการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 เพราะตลอดช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ได้เกิดกรณีการใช้อำนาจตามพระราชกำหนดในการข่มขู่ และปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของประชาชนในทางที่ไม่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคหลายกรณี อาทิ กรณีการข่มขู่นักศึกษาที่ขอพบผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือกรณีการห้ามประชาชนบริจาคสิ่งของและยึดของบริจาคดังกล่าว อีกทั้งการต่ออายุพระราชกำหนดยังอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการดำเนินชีวิตของพี่น้องประชาชนมากเกินสมควร นอกจากนี้ แม้จะไม่มีการต่ออายุพระราชกำหนด รัฐบาลก็สามารถใช้กฎหมายปกติ เช่น พระราชบัญญัติโรคติดต่อร้ายแรง พ.ศ.2558 ในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้อยู่แล้ว
 
สหภาพจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการต่ออายุพระราชกำหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน และพิจารณาใช้กฎหมายที่ส่งผลกระทบน้อยกว่า เช่น พระราชบัญญัติโรคติดต่อร้ายแรง พ.ศ.2558 ในการควบคุมโรคแทน ทั้งนี้ สหภาพขอให้รัฐบาลคำนึงถึงและมีมาตรการเยียวยาให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินทุกคน เพราะประชาชนทุกคนเป็นเจ้าของประเทศโดยเสมอภาค
 
27 เมษายน พ.ศ.2563
สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่