สวัสดีค่ะ เราขอเล่าก่อนนะคะ ว่าที่เราอยากย้ายโรงเรียนและย้ายสายเกิดจากเพราะอะไร
คือเราอยู่โรงเรียนหญิงล้วนในกรุงเทพชื่อดังแห่งหนึ่งค่ะ
ตอนนี้กำลังหนักใจเรื่องย้ายโรงเรียนและย้ายสายค่ะ แต่ผลการเรียนเราไม่ดีมากๆเพราะเราไม่ค่อยได้ไปโรงเรียนค่ะ
เรื่องมีอยู่ว่า แม่เราอยากให้เราเข้าวิทย์-คณิตในโรงเรียนที่ดังเรื่องวิชาการค่ะ
เราย้ายจากเอกชนมารัฐบาลค่ะ พอย้ายเข้ามาเราพยายามปรับตัวค่ะ แต่ไม่รอดเลยค่ะ
เราเข้ากับเพื่อนๆไม่ได้ ปกติเรามีพูดหยาบคายค่ะกับคนที่สนิทมากๆแต่ที่นี่เราเจอครั้งแรกคือเค้าทักเราว่าค่ะ "ชื่ออะไร" เราเลยตอบชื่อไปแต่ไม่กล้าคุยด้วยค่ะ นี่คือตอนม.1นะคะ แล้วจากเหตุนี้ทำให้ปัญหามันเริ่มกลายเป็นเรื่องใหญ่ค่ะ เราเชื่อว่าทุกโรงเรียนมีทั้งคนดีและคนไม่ดีค่ะไม่ว่าจะครูหรือนักเรียน วันแรกเราไปโรงเรียนสายค่ะ ทำให้มาเป็นคนสุดท้ายในห้องได้ที่นั่งที่เหลือค่ะ คนที่ได้นั่งกับเราก็ดูไม่พอใจเท่าไหร่ แล้วเราแพ้แดดค่ะ ทำให้ใส่เสื้อกันหนาวบ่อยๆ แต่อากาศประเทศไทยร้อนค่ะ
ร้อนมากๆด้วยเราก็ทนใส่ค่ะไม่อยากไปหาหมอเสียตังค์ แล้วตรงนี้ละค่ะทำให้เราเริ่มโดนบลูลี่แบบหนักๆ คุณครูเอาเราไปนินทาค่ะ เรื่องเราแพ้แดด แล้ว ก็เอามาพูดหน้าห้องว่า *(ชื่อเรา)เค้าแพ้แดด เอ้าทุกคนหัวเราะหน่อย* ซึ่งตอนนั้นเรางงมากค่ะว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะครูก็เป็นคนเรียกเราไปคุย ว่าทำไมต้องใส่เสื้อกันหนาว เวลาเข้าแถวมันดูไม่มีระเบียบเลย พอบอกไป กลับมาห้องคาบHome roomเจองี้เฉยเลยค่ะ หลังจากนั้นเราเริ่มโดนคนให้ห้องนินทาแกล้งหนักขึ้นค่ะ เราพยายามนิ่งๆไม่พูดไม่ตอบโต้อะไรและไม่มีเพื่อนค่ะเพราะทั้งห้องบลูลี่เราจากแพ้แดด จนเหมือนเค้าเห็นเราไม่โต้ตอบก็เริ่มหนักขึ้นอะค่ะ ใครไม่รู้ที่ไหนไม่รู้จักเราและเราไม่รู้จักเค้าเริ่มแต่งเรื่องแปลกๆคุยนินทาเรากันสนุกปากค่ะ คุณครูด้วยก็เช่นกัน จนในที่สุดเราก็เป็นซึมเศร้าค่ะ ต้องกินยาเกือบตลอดเวลาเพราะตอนนั้นเครียดมากๆด้วยค่ะ ปวดหัวตลอดเวลา แล้วเราก็มีเพื่อนค่ะเค้ามาตีสนิทเราแต่เราไม่รู้ว่าเค้ามาหลอกเราค่ะT T ก็เริ่มสนิทกันหลายเดือนมากๆ จนเราเปิดใจค่ะไว้ใจก็ระบายค่ะ เรื่องซึมเศร้าเค้าเอาเราไปนินทาหนักมากๆจนเราถึงขั้นโดนเขียนด่าที่โต๊ะ ไม่ว่าจะด่าพ่อล่อแม่ ด่าให้เราไปตาย แกล้งเอาน้ำมาราดกระเป๋า บลาๆๆ จนเราทนไม่ไหวค่ะ มีโต้กลับด่ากลับไป แต่ไม่ได้หยาบคายนะคะ แต่แรงค่ะ จนถึงวันทำความสะอาดประจำโรงเรียนน่ะค่ะ เราก็ทนโดนบลูลี่มาตลอดนะคะ
รอบนี้โดนเขียนชื่อบนกระดานค่ะแล้วตามด้วยคำว่าไปตายค่ะ แถมยังมีคนเขียนแบบนี้ บนโต๊ะอีกหลายตัว แล้วไล่เราไปขัดโต๊ะนั้นค่ะ พอทำเสร็จร้องไห้แล้วครูท่านนึงมาเจอค่ะ เค้าเลยไปต่อว่าครูเราค่ะว่าทำไมปล่อยให้เด็กโดนขนาดนี้ครูเลยเรียกเด็กมารวมในห้องก่อนกลับบ้านค่ะแล้วบอก ใครทำถ้าไม่ยอมรับผิดก็ไม่ต้องกลับบ้าน กลายเป็นทั้งห้องจ้องเราแรงมากค่ะ ฟิวแบบ ไปฟ้องครูหรอ ไรงี้อะค่ะ เราเลยบอกครูว่าไม่เป็นไรชั่งมันเถอะ แล้วก็ปิดเทอมค่ะ รู้สึกดีมากๆ แต่พอเปิดเทอมมาเราดันได้ห้องกับคนที่เจอตอนม.1ค่ะ โผล่มาสี่ห้าคน เค้าก็บลูลี่เหมือนเดิมเลยค่ะ
***ย้ำนะคะ เราไม่รู้จักเค้าไม่เคยคุยไม่เคยไปทำอะไรให้ เราย้ายมาเราไม่รู้จักใครเลย***
แต่รอบนี้มันแรงและหนักขึ้นมากๆค่ะ มีแต่งเรื่องว่าเรา ร่า* เราแร* ไปนอนกับผู้ชายไม่เลือกหน้า ซึ่งเราปกติแต่งตัวเรียบร้อยกระโปรงยาวค่ะ(ติดมาจากโรงเรียนเก่า โรงเรียนเก่าเรามีกฎต้องใส่ต่ำกว่าเข่าเท่าไหร่นี่ละค่ะจำไม่ได้เพราะตอนนี้ก็จะขึ้นม.5แล้ว) เค้าหาว่าเราสร้างภาพเป็นผู้หญิงเรียบร้อยค่ะ นินทากันซะเราไม่เหลืออะไรเลยค่ะ ซึ่งที่บ้านเรารับรู้แต่พูดทุกครั้งว่าให้ทนเรียนจบๆไปค่ะ ซึ่งก็เป็นงี้ตลอดม.2ค่ะ แต่มันหนักตรงที่เค้าเอาเรื่องแต่งปลอมๆไปนินทาให้คนอื่นฟังค่ะ แถมเวลาอยู่ในโรงอาหารจะเดินมาชนเราแล้วขำกัน สรุปง่ายๆคือมันลามไปห้องอื่นเร็วมากค่ะมีทั้งเชื่อและไม่เชื่อ และหันมาบลูลี่เราทั้งที่ไม่รู้จักอะไรเราเลย จนม.3 ค่ะ รอบนี้หนักมากค่ะ คือม.3เราโชคดีค่ะ มีคนมาลองรู้จักเราค่ะ เค้าบอกว่าเค้าไม่เชื่อข่าวลือเราดีใจมากค่ะแต่ก็ไม่ไว้ใจค่ะ เข็ดมาแล้วรอบนึง ก็ไปอยู่ในกลุ่มเค้าทานข้าวด้วยกันค่ะ(หารู้ไม่ว่าอีกลุ่มนี้นี่ตัวดีเลยค่ะ-.-) ก็อยู่มาสงบมากค่ะ ถึงจะโดนบลูลี่แต่เรารู้สึกว่าอย่างน้อยก็มีเพื่อนกลุ่มนี้อยู่ จนเราไปทะเลาะกับครูคนนึงค่ะ
เค้าเหมือนไม่ชอบพวกเด็กเป็นซึมเศร้ามั้งคะ เลยมาพูดจาแซะเราแรงๆตลอด จนมีคำนึงหลุดปากครูค่ะว่า *พ่อแม่เธอคงไม่มีเวลาดูลูกละสิ ถึงได้เป็นโรคเรียกร้องความสนใจ*
(อันนี้เกิดจากเราเข้าห้องเรียนช้าค่ะ ยอมรับค่ะว่าผิดที่เข้าห้องเรียนช้าแต่ไม่จำเป็นต้องแรงแบบนี้ก็ได้ไหมอะคะ)
ปล.ถึงเราเป็นซึมเศร้าแต่ไม่เคยไปร้องไห้ กลางห้องหรือเรียกร้องความสนใจนะคะ คือวันนึงเราก็ทนโดนแกล้งไม่โต้กลับ พอเรียนเสร็จคือรีบออกโรงเรียนกลับบ้านทันที ไม่ได้คุยอะไรกับใครเลยงานกลุ่มก็ขอครูแยกทำค่ะเพราะพอขอไปเข้ากลุ่มเค้าเมินเราค่ะไม่ตอบด้วยซ้ำตอนเราขอ
เราเลย ลุกขึ้นพูดเลยค่ะว่า สิ่งคุณครูพูดมันถูกหรอคะ? มันทรมาณมากนะคะ? ทำไมต้องมาพูดอย่างงี้? ครูเค้าเลยไม่พอใจอะค่ะ เหมือนเราไปหักหน้า ก้าวร้าวใส่เค้าเลยเรียกกลุ่มเพื่อนทานข้าวเราไปค่ะแล้วบอกห้ามยุ่งกับเราอีก งงไหมคะ เพื่อนในกลุ่มบอกเรามาค่ะ ก่อนที่เค้าจะเริ่มบอกลาเราค่ะ อยู่ดีๆเค้าสลับหน้ามือเป็นหลังเลยค่ะกลุ่มนี้ บลูลี่เราหนักมากกว่ากลุ่มอื่นๆ จนเราหยุดเรียนค่ะ แบบว่าทนไม่ไหวแล้วทนมา3ปีไม่ไหวแล้วค่ะ เราหยุดเรียนอยู่บ้าน ไปโรงเรียนแค่อาทิตย์ละ1-2วัน
คือมันรู้สึกแย่มากอะค่ะ เพราะครูก็มาพูดอย่างงี้ ไม่ใช่แค่ครูท่านนี้ท่านเดียวนะคะมีหลายท่านเลยค่ะชอบมาพูดแบบแรงๆใส่เกี่ยวกับที่เราเป็นโรคซึมเศร้าแบบอยู่ดีๆก็พูด ออกแนวแซวตลกสนุกปาก แต่คำมันแย่มากเลยค่ะ เช่น *(ชื่อเรา)เป็นโรคเรียกร้องความสนใจหรอ เหงาหรอ ถึงเป็น* อันนี้จากครูคณิตค่ะ ซึ่งตอนนั้นเราเดินผ่านแล้วสวัสดีค่ะครูเค้าก็สวนทักทายเรากลับมาแบบนี้เลยค่ะ แล้วก็ขำเดินมาตบไหล่เรา แล้วบอกครูแซวเล่นๆอย่าคิดมาก เรานี่แบบพยายามไม่คิดมากแต่เสียงนี่หลอนหูไปเลยค่ะ เราเลยไม่ไปโรงเรียนแล้วค่ะ พอแม่เราเห็นสภาพเราเป็น เค้าก็ร้องไห้นะคะ ร้องไห้ขอโทษที่เค้าทำให้เราต้องมาเจออะไรขนาดนี้จากสิ่งที่เค้าต้องการเพราะตอนแรกเราไม่ยอมย้ายค่ะ แต่เค้าบังคับบอกว่า ที่นี่ดีกว่า แล้วสังคมเด็กในโรงเรียนที่นี่เราเจอคือแบบสุดมากๆค่ะ ไม่เว้นแม้แต่เด็กสายวิทย์เลยคือ แต่ละคนชอบใส่กระโปรงสั้นเหนือเข่า ทาปากแดงๆแต่งหน้า อวดกันเรื่องผู้ชายอย่างงั้นอะค่ะ😂 แต่ก็เรียนกันเก่งนะคะ แต่นิสัยแต่ละคนน่ากลัวมากเลยค่ะ โอเคค่ะกลับเข้าเรื่องนะคะ ซึ่งตอนเราม.1-ม.2อะค่ะ
เราก็หยุดเรียนแต่ไม่บ่อยอะค่ะแบบอาทิตย์ละ1-2ครั้งที่หยุด เกรดเราก็ตกมากพอแล้ว จนขึ้นม.4เลือกสายค่ะเราได้สายไทยสังคมจากเกรดของเราที่มันตกเละเทะ ซึ่งม.4มาเราก็ยังโดนบลูลี่เหมือนเดิม(หยุดเรียนบ่อยขึ้นด้วยบางอาทิตย์ไม่ไปเลยเพราะมันหนักขึ้นเรื่อยๆอะค่ะ แบบคาบโฮมรูมทุกคนไม่ยอมให้เรามีโต๊ะนั่งอะค่ะ แล้วก็เอาเก้าอี้ตัวเดียวไปวางหลังห้องแล้วให้เราไปนั่งตรงนั้นแทนโต๊ะเค้าเอาไปซ่อนอีกห้องบางทีก็วางนอกห้อง ซึ่งครูที่เราได้เป็นประจำห้องตอนม.4ก็รุมแกล้งเรากับเด็กคนอื่นด้วยค่ะ)
จนตอนนี้กำลังขึ้นม.5 เราคิดว่า ถ้าเราย้ายโรงเรียนตอนนี้แล้วย้ายสายไปวิทย์คณิตจะรอดไหม(จะตามเก็บตกจากการเรียนพิเศษเอาเพราะยังไงย้ายตอนม.5เรียนไม่ทันแน่ๆอะค่ะ)
ความจริงตอนแรกเราอยากย้ายแค่โรงเรียนค่ะ แต่เราก็นึกถึงเป้าหมายไว้ในตอนแรกว่าจะเข้าวิทย์คณิตแต่ความจริงมันก็ความผิดเราส่วนนึงที่เกรดตกเพราะเราทนไม่ได้เเราทนไม่ไหวจนหยุดเรียนปล่อยเกรดตกเองด้วย ตอนนี้เสียใจมากค่ะ นึกถึงทีไรก็ร้องไห้ทุกทีเพราะมันส่งผลถึงตอนเข้ามหาลัย😂
ซึ่งเราคิดว่า การที่อีกโรงเรียนจะรับเรา เราว่ายากพอสมควรเลยค่ะเพราะมันกลางคัน แล้วเกรดเราก็แย่ด้วย ตอนนี้กำลังคิดจะคุยกับแม่ค่ะ อยากได้คำแนะนำค่ะ เราจะได้หลุดพ้นจากการบลูลี่ แล้ว เราก็อยากจะเรียนในสายที่เราอยากเรียนด้วยค่ะ
(เราเล่าไม่ละเอียดเรื่องบลูลี่นะคะ มีเยอะกว่านี้มากที่เราโดนจนต้องหยุดเรียน อันนี้พิมบอกไว้เผื่อผู้ใหญ่บางคนคิดว่าทำไมเราทนไม่ได้นะคะ😂)
ย้ายโรงเรียนตอนขึ้นม.5แล้วย้ายสายด้วยทันไหม?
คือเราอยู่โรงเรียนหญิงล้วนในกรุงเทพชื่อดังแห่งหนึ่งค่ะ
ตอนนี้กำลังหนักใจเรื่องย้ายโรงเรียนและย้ายสายค่ะ แต่ผลการเรียนเราไม่ดีมากๆเพราะเราไม่ค่อยได้ไปโรงเรียนค่ะ
เรื่องมีอยู่ว่า แม่เราอยากให้เราเข้าวิทย์-คณิตในโรงเรียนที่ดังเรื่องวิชาการค่ะ
เราย้ายจากเอกชนมารัฐบาลค่ะ พอย้ายเข้ามาเราพยายามปรับตัวค่ะ แต่ไม่รอดเลยค่ะ
เราเข้ากับเพื่อนๆไม่ได้ ปกติเรามีพูดหยาบคายค่ะกับคนที่สนิทมากๆแต่ที่นี่เราเจอครั้งแรกคือเค้าทักเราว่าค่ะ "ชื่ออะไร" เราเลยตอบชื่อไปแต่ไม่กล้าคุยด้วยค่ะ นี่คือตอนม.1นะคะ แล้วจากเหตุนี้ทำให้ปัญหามันเริ่มกลายเป็นเรื่องใหญ่ค่ะ เราเชื่อว่าทุกโรงเรียนมีทั้งคนดีและคนไม่ดีค่ะไม่ว่าจะครูหรือนักเรียน วันแรกเราไปโรงเรียนสายค่ะ ทำให้มาเป็นคนสุดท้ายในห้องได้ที่นั่งที่เหลือค่ะ คนที่ได้นั่งกับเราก็ดูไม่พอใจเท่าไหร่ แล้วเราแพ้แดดค่ะ ทำให้ใส่เสื้อกันหนาวบ่อยๆ แต่อากาศประเทศไทยร้อนค่ะ
ร้อนมากๆด้วยเราก็ทนใส่ค่ะไม่อยากไปหาหมอเสียตังค์ แล้วตรงนี้ละค่ะทำให้เราเริ่มโดนบลูลี่แบบหนักๆ คุณครูเอาเราไปนินทาค่ะ เรื่องเราแพ้แดด แล้ว ก็เอามาพูดหน้าห้องว่า *(ชื่อเรา)เค้าแพ้แดด เอ้าทุกคนหัวเราะหน่อย* ซึ่งตอนนั้นเรางงมากค่ะว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะครูก็เป็นคนเรียกเราไปคุย ว่าทำไมต้องใส่เสื้อกันหนาว เวลาเข้าแถวมันดูไม่มีระเบียบเลย พอบอกไป กลับมาห้องคาบHome roomเจองี้เฉยเลยค่ะ หลังจากนั้นเราเริ่มโดนคนให้ห้องนินทาแกล้งหนักขึ้นค่ะ เราพยายามนิ่งๆไม่พูดไม่ตอบโต้อะไรและไม่มีเพื่อนค่ะเพราะทั้งห้องบลูลี่เราจากแพ้แดด จนเหมือนเค้าเห็นเราไม่โต้ตอบก็เริ่มหนักขึ้นอะค่ะ ใครไม่รู้ที่ไหนไม่รู้จักเราและเราไม่รู้จักเค้าเริ่มแต่งเรื่องแปลกๆคุยนินทาเรากันสนุกปากค่ะ คุณครูด้วยก็เช่นกัน จนในที่สุดเราก็เป็นซึมเศร้าค่ะ ต้องกินยาเกือบตลอดเวลาเพราะตอนนั้นเครียดมากๆด้วยค่ะ ปวดหัวตลอดเวลา แล้วเราก็มีเพื่อนค่ะเค้ามาตีสนิทเราแต่เราไม่รู้ว่าเค้ามาหลอกเราค่ะT T ก็เริ่มสนิทกันหลายเดือนมากๆ จนเราเปิดใจค่ะไว้ใจก็ระบายค่ะ เรื่องซึมเศร้าเค้าเอาเราไปนินทาหนักมากๆจนเราถึงขั้นโดนเขียนด่าที่โต๊ะ ไม่ว่าจะด่าพ่อล่อแม่ ด่าให้เราไปตาย แกล้งเอาน้ำมาราดกระเป๋า บลาๆๆ จนเราทนไม่ไหวค่ะ มีโต้กลับด่ากลับไป แต่ไม่ได้หยาบคายนะคะ แต่แรงค่ะ จนถึงวันทำความสะอาดประจำโรงเรียนน่ะค่ะ เราก็ทนโดนบลูลี่มาตลอดนะคะ
รอบนี้โดนเขียนชื่อบนกระดานค่ะแล้วตามด้วยคำว่าไปตายค่ะ แถมยังมีคนเขียนแบบนี้ บนโต๊ะอีกหลายตัว แล้วไล่เราไปขัดโต๊ะนั้นค่ะ พอทำเสร็จร้องไห้แล้วครูท่านนึงมาเจอค่ะ เค้าเลยไปต่อว่าครูเราค่ะว่าทำไมปล่อยให้เด็กโดนขนาดนี้ครูเลยเรียกเด็กมารวมในห้องก่อนกลับบ้านค่ะแล้วบอก ใครทำถ้าไม่ยอมรับผิดก็ไม่ต้องกลับบ้าน กลายเป็นทั้งห้องจ้องเราแรงมากค่ะ ฟิวแบบ ไปฟ้องครูหรอ ไรงี้อะค่ะ เราเลยบอกครูว่าไม่เป็นไรชั่งมันเถอะ แล้วก็ปิดเทอมค่ะ รู้สึกดีมากๆ แต่พอเปิดเทอมมาเราดันได้ห้องกับคนที่เจอตอนม.1ค่ะ โผล่มาสี่ห้าคน เค้าก็บลูลี่เหมือนเดิมเลยค่ะ
***ย้ำนะคะ เราไม่รู้จักเค้าไม่เคยคุยไม่เคยไปทำอะไรให้ เราย้ายมาเราไม่รู้จักใครเลย***
แต่รอบนี้มันแรงและหนักขึ้นมากๆค่ะ มีแต่งเรื่องว่าเรา ร่า* เราแร* ไปนอนกับผู้ชายไม่เลือกหน้า ซึ่งเราปกติแต่งตัวเรียบร้อยกระโปรงยาวค่ะ(ติดมาจากโรงเรียนเก่า โรงเรียนเก่าเรามีกฎต้องใส่ต่ำกว่าเข่าเท่าไหร่นี่ละค่ะจำไม่ได้เพราะตอนนี้ก็จะขึ้นม.5แล้ว) เค้าหาว่าเราสร้างภาพเป็นผู้หญิงเรียบร้อยค่ะ นินทากันซะเราไม่เหลืออะไรเลยค่ะ ซึ่งที่บ้านเรารับรู้แต่พูดทุกครั้งว่าให้ทนเรียนจบๆไปค่ะ ซึ่งก็เป็นงี้ตลอดม.2ค่ะ แต่มันหนักตรงที่เค้าเอาเรื่องแต่งปลอมๆไปนินทาให้คนอื่นฟังค่ะ แถมเวลาอยู่ในโรงอาหารจะเดินมาชนเราแล้วขำกัน สรุปง่ายๆคือมันลามไปห้องอื่นเร็วมากค่ะมีทั้งเชื่อและไม่เชื่อ และหันมาบลูลี่เราทั้งที่ไม่รู้จักอะไรเราเลย จนม.3 ค่ะ รอบนี้หนักมากค่ะ คือม.3เราโชคดีค่ะ มีคนมาลองรู้จักเราค่ะ เค้าบอกว่าเค้าไม่เชื่อข่าวลือเราดีใจมากค่ะแต่ก็ไม่ไว้ใจค่ะ เข็ดมาแล้วรอบนึง ก็ไปอยู่ในกลุ่มเค้าทานข้าวด้วยกันค่ะ(หารู้ไม่ว่าอีกลุ่มนี้นี่ตัวดีเลยค่ะ-.-) ก็อยู่มาสงบมากค่ะ ถึงจะโดนบลูลี่แต่เรารู้สึกว่าอย่างน้อยก็มีเพื่อนกลุ่มนี้อยู่ จนเราไปทะเลาะกับครูคนนึงค่ะ
เค้าเหมือนไม่ชอบพวกเด็กเป็นซึมเศร้ามั้งคะ เลยมาพูดจาแซะเราแรงๆตลอด จนมีคำนึงหลุดปากครูค่ะว่า *พ่อแม่เธอคงไม่มีเวลาดูลูกละสิ ถึงได้เป็นโรคเรียกร้องความสนใจ*
(อันนี้เกิดจากเราเข้าห้องเรียนช้าค่ะ ยอมรับค่ะว่าผิดที่เข้าห้องเรียนช้าแต่ไม่จำเป็นต้องแรงแบบนี้ก็ได้ไหมอะคะ)
ปล.ถึงเราเป็นซึมเศร้าแต่ไม่เคยไปร้องไห้ กลางห้องหรือเรียกร้องความสนใจนะคะ คือวันนึงเราก็ทนโดนแกล้งไม่โต้กลับ พอเรียนเสร็จคือรีบออกโรงเรียนกลับบ้านทันที ไม่ได้คุยอะไรกับใครเลยงานกลุ่มก็ขอครูแยกทำค่ะเพราะพอขอไปเข้ากลุ่มเค้าเมินเราค่ะไม่ตอบด้วยซ้ำตอนเราขอ
เราเลย ลุกขึ้นพูดเลยค่ะว่า สิ่งคุณครูพูดมันถูกหรอคะ? มันทรมาณมากนะคะ? ทำไมต้องมาพูดอย่างงี้? ครูเค้าเลยไม่พอใจอะค่ะ เหมือนเราไปหักหน้า ก้าวร้าวใส่เค้าเลยเรียกกลุ่มเพื่อนทานข้าวเราไปค่ะแล้วบอกห้ามยุ่งกับเราอีก งงไหมคะ เพื่อนในกลุ่มบอกเรามาค่ะ ก่อนที่เค้าจะเริ่มบอกลาเราค่ะ อยู่ดีๆเค้าสลับหน้ามือเป็นหลังเลยค่ะกลุ่มนี้ บลูลี่เราหนักมากกว่ากลุ่มอื่นๆ จนเราหยุดเรียนค่ะ แบบว่าทนไม่ไหวแล้วทนมา3ปีไม่ไหวแล้วค่ะ เราหยุดเรียนอยู่บ้าน ไปโรงเรียนแค่อาทิตย์ละ1-2วัน
คือมันรู้สึกแย่มากอะค่ะ เพราะครูก็มาพูดอย่างงี้ ไม่ใช่แค่ครูท่านนี้ท่านเดียวนะคะมีหลายท่านเลยค่ะชอบมาพูดแบบแรงๆใส่เกี่ยวกับที่เราเป็นโรคซึมเศร้าแบบอยู่ดีๆก็พูด ออกแนวแซวตลกสนุกปาก แต่คำมันแย่มากเลยค่ะ เช่น *(ชื่อเรา)เป็นโรคเรียกร้องความสนใจหรอ เหงาหรอ ถึงเป็น* อันนี้จากครูคณิตค่ะ ซึ่งตอนนั้นเราเดินผ่านแล้วสวัสดีค่ะครูเค้าก็สวนทักทายเรากลับมาแบบนี้เลยค่ะ แล้วก็ขำเดินมาตบไหล่เรา แล้วบอกครูแซวเล่นๆอย่าคิดมาก เรานี่แบบพยายามไม่คิดมากแต่เสียงนี่หลอนหูไปเลยค่ะ เราเลยไม่ไปโรงเรียนแล้วค่ะ พอแม่เราเห็นสภาพเราเป็น เค้าก็ร้องไห้นะคะ ร้องไห้ขอโทษที่เค้าทำให้เราต้องมาเจออะไรขนาดนี้จากสิ่งที่เค้าต้องการเพราะตอนแรกเราไม่ยอมย้ายค่ะ แต่เค้าบังคับบอกว่า ที่นี่ดีกว่า แล้วสังคมเด็กในโรงเรียนที่นี่เราเจอคือแบบสุดมากๆค่ะ ไม่เว้นแม้แต่เด็กสายวิทย์เลยคือ แต่ละคนชอบใส่กระโปรงสั้นเหนือเข่า ทาปากแดงๆแต่งหน้า อวดกันเรื่องผู้ชายอย่างงั้นอะค่ะ😂 แต่ก็เรียนกันเก่งนะคะ แต่นิสัยแต่ละคนน่ากลัวมากเลยค่ะ โอเคค่ะกลับเข้าเรื่องนะคะ ซึ่งตอนเราม.1-ม.2อะค่ะ
เราก็หยุดเรียนแต่ไม่บ่อยอะค่ะแบบอาทิตย์ละ1-2ครั้งที่หยุด เกรดเราก็ตกมากพอแล้ว จนขึ้นม.4เลือกสายค่ะเราได้สายไทยสังคมจากเกรดของเราที่มันตกเละเทะ ซึ่งม.4มาเราก็ยังโดนบลูลี่เหมือนเดิม(หยุดเรียนบ่อยขึ้นด้วยบางอาทิตย์ไม่ไปเลยเพราะมันหนักขึ้นเรื่อยๆอะค่ะ แบบคาบโฮมรูมทุกคนไม่ยอมให้เรามีโต๊ะนั่งอะค่ะ แล้วก็เอาเก้าอี้ตัวเดียวไปวางหลังห้องแล้วให้เราไปนั่งตรงนั้นแทนโต๊ะเค้าเอาไปซ่อนอีกห้องบางทีก็วางนอกห้อง ซึ่งครูที่เราได้เป็นประจำห้องตอนม.4ก็รุมแกล้งเรากับเด็กคนอื่นด้วยค่ะ)
จนตอนนี้กำลังขึ้นม.5 เราคิดว่า ถ้าเราย้ายโรงเรียนตอนนี้แล้วย้ายสายไปวิทย์คณิตจะรอดไหม(จะตามเก็บตกจากการเรียนพิเศษเอาเพราะยังไงย้ายตอนม.5เรียนไม่ทันแน่ๆอะค่ะ)
ความจริงตอนแรกเราอยากย้ายแค่โรงเรียนค่ะ แต่เราก็นึกถึงเป้าหมายไว้ในตอนแรกว่าจะเข้าวิทย์คณิตแต่ความจริงมันก็ความผิดเราส่วนนึงที่เกรดตกเพราะเราทนไม่ได้เเราทนไม่ไหวจนหยุดเรียนปล่อยเกรดตกเองด้วย ตอนนี้เสียใจมากค่ะ นึกถึงทีไรก็ร้องไห้ทุกทีเพราะมันส่งผลถึงตอนเข้ามหาลัย😂
ซึ่งเราคิดว่า การที่อีกโรงเรียนจะรับเรา เราว่ายากพอสมควรเลยค่ะเพราะมันกลางคัน แล้วเกรดเราก็แย่ด้วย ตอนนี้กำลังคิดจะคุยกับแม่ค่ะ อยากได้คำแนะนำค่ะ เราจะได้หลุดพ้นจากการบลูลี่ แล้ว เราก็อยากจะเรียนในสายที่เราอยากเรียนด้วยค่ะ
(เราเล่าไม่ละเอียดเรื่องบลูลี่นะคะ มีเยอะกว่านี้มากที่เราโดนจนต้องหยุดเรียน อันนี้พิมบอกไว้เผื่อผู้ใหญ่บางคนคิดว่าทำไมเราทนไม่ได้นะคะ😂)