ลูกน้องกับปริมาณงานที่ลดลง ถ้าท่านเป็นหัวหน้าและลูกน้อง ท่านจะทำเช่นไรคะ

เนื่องจากสภาวะโรคระบาดในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก บริษัทเลยต้องตัดเวลาทำงานของลูกจ้าง หากวันไหนไม่ยุ่งก็ให้กลับบ้านก่อน ส่งผลให้พนักงานมีรายได้ลดลง แต่บริษัทก็มีแผนเยียวยาพนักงานค่ะ เช่น หากตารางทำงานลดลงน้อยกว่า  70% บริษัทก็จะจ่ายให้ 70% ถ้าทำงานมากกว่านั้นก็จ่ายเงินปกติตามชั่วโมงที่ทำงานค่ะ หาก 70% ที่บริษัทให้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย สามารถใช้วันลาหยุดที่สะสมไว้มาจ่ายส่วนที่เหลือได้ เป็นต้น

จากการที่ต้องตัดตารางทำงาน หัวหน้าภาคเลยขอความร่วมมือลูกจ้างให้กลับบ้านก่อนเวลา ทำให้เกิดปัญหาตามมา คือ
1. ลูกจ้างคนที่ 1 และ 2 ไม่ยอมให้ความร่วมมือในการกลับบ้านก่อน โดยให้เหตุผลความจำเป็นต้องอยู่เพื่อให้ได้รับค่าจ้างที่มากขึ้น โดยไม่สอดคล้องกับปริมาณงานที่มีอยู่
2. ทำให้ลูกจ้างคนที่ 3 และ 4 ที่กลับบ้านก่อนเกิดความไม่พอใจ ทำไมต้องเป็นเราทุกครั้ง

โดยลูกจ้างทั้งหมดมีสภาวะทางการเงินที่ต่างกันค่ะ จากการวิเคราะห์ของเรา
@@เบื้องต้น@@
คนที่ 1: A เป็นหัวหน้าแผนก อายุ 70+ ต้องการเก็บเงินสำหรับเกษียณ ขายบ้านได้กำไรหลักล้านบาท เมื่อปีที่แล้ว ปัจจุบันอยู่บ้านอีกหลังที่ผ่อนหมดแล้วค่ะ มีลูกและหลานที่ไม่ได้อาศัยอยู่ด้วยกัน (มีครอบครัวแยกบ้านไปเป็นของตัวเอง)
โดย Aให้เหตุผลว่า ต้องทำงานให้ครบจำนวนชม. ที่บริษัทกำหนดภายในปีนี้ เพื่อให้ได้สวัสดิการทั้งหมดก่อนการผ่าตัดปลายเดือนพฤษภาคมหรือต้นมิถุนายน

คนที่ 2: B อายุ 60+ ภาระเยอะ เพิ่งซื้อบ้าน 5 ห้องนอนเมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้กำลังตกแต่งภายใน ทำสวนหน้าบ้านและหลังบ้าน ใส่สระว่ายน้ำ น้ำพลุ สระน้ำอุ่น ฯลฯ มีลูก 3 คน อายุ 32, 27 และ 22 คนเล็ก ยังเรียนมหาวิทยาลัยและสามีวัยเกษียณที่มีเงินจากการเกษียณทุกเดือน B ต้องทำงาน 2 แห่ง ซึ่งอีกแห่งก็โดนตัดตารางทำงานเช่นกัน ทำให้รายได้อาจจะไม่เพียงพอกับรายจ่าย

คนที่ 3: C อายุ 50+ มีแฟนที่ไม่ทำงาน และลูก 2 คน คนโตแต่งงานมีครอบครัวเป็นของตนเอง แต่คนเล็กอายุ 20 ปี กำลังศึกษาต่อ มีค่าผ่อนบ้านประมาณ 38% ของรายได้ โดยที่ผ่อนมากว่า 20 ปี แต่ refinance เอาเงินมาหลายรอบ ยอดเลยแทบจะเท่าเดิมเหมือนตอนเริ่มผ่อน

คนที่ 4: D  อายุ 30+ สามีตกงาน แต่ได้เงินช่วยเหลือ ลูก 2 คนวัยอนุบาล มีค่าผ่อนบ้าน 20% ของรายได้

รายได้ A >B>C>D : 150%> 135%> 120%> 100% เมื่อเทียบรายได้ของ D

***คำถามที่ 1***
ถ้าท่านเป็นหัวหน้า ท่านจะทำเช่นไร จะจัดตารางทำงานอย่างไร
ปล. การจัดตารางทำงาน หัวหน้าภาคไม่ต้องคำนึงถึงรายได้ส่วนบุคคลค่ะ นับแต่จำนวนคนที่ทำงาน ดังนั้นจึงไม่ต้องเรารายได้ของแต่ละคนมาตัดสินใจค่ะการที่เราแสดงรายได้ เพราะอยากให้เห็นถึงรายจ่ายของแต่ละบุคคลที่ตามมาค่ะ

***คำถามที่ 2***
หากท่านเป็น C หรือ D จะทำอย่างไรคะ ควรยอมลดตารางตนเองเพื่อช่วย A และ B หรือไม่

@@เชิงลึก@@
A เป็นคนตระหนี่ สังเกตุจากวันหยุดนักขัตฤกษ์ บริษัทจะจ่ายเป็น OT เค้ารับทำหมด ถ้าคนอื่นไม่พูดก็จะไม่ได้ทำเลยค่ะ

B ขายบ้านหลังใหม่ที่ซื้อมาได้เพียง 5 ปี ได้กำไรจากการขายบ้าน เอาไปจ่ายหนี้บางส่วน และอีกส่วน เอามาดาว์นบ้านหลังใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม 5 ห้องนอน มีที่จอดรถ 3 คัน เลยเป็นที่มาของการทำงาน 2 แห่ง ซึ่งบ้านใหญ่ขึ้น ราคาเลยแพงขึ้น ผ่อนมากขึ้นตามไปด้วย แล้วต้องตกแต่งบ้านเพิ่ม เลยต้องกู้เงินเพิ่ม ทำให้ขาดสภาพคล่องทางการเงิน

C ก่อนวิกฤติ และปัจจุบันยังเหมือนเดิม หากได้กลับบ้านก่อนก็ดี ใช้วันลา มีเยอะ ไม่กลัว ไม่มีผลกระทบใดๆ

D ถึงแม้จะมีรายได้น้อยสุด แต่ก็มีสภาพคล่องทางการเงินพอสมควร ถึงสามีจะตกงาน ก็ยังมีเงินจ่ายค่าบ้านและค่าอื่น ๆ แบบไม่เดือดร้อน เนื่องจากค่าใช้จ่ายปัจจุบันน้อยกว่าคนอื่น ๆ เพราะ D คิดไว้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นต้องมีเงินสำรอง โดย D ซื้อบ้านมือสองอายุ 10 ปีเพื่ออยู่อาศัย ปัจจุบันบ้านมีอายุเกือบ 20 ปี ทำให้อยากที่จะปรับปรุงบ้าน ทำครัวใหม่ ทำสวนหลังบ้านให้ลูกๆ วิ่งเล่น แต่ D ก็ตัดสินใจชะลอไว้ก่อน เป็นที่มาของรายจ่ายน้อยกว่าคนอื่นนั่นเอง

***ณ ตอนนี้คำตอบของท่าน ยังเป็นเหมือนเดิมหรือไม่ อย่างไรคะ***

โปรดชี้แนะด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่