มาชวยคุย ชวนวิเคราะห์กันนะคะ
ส่วนในมุมมองของเรา เท่าที่นึกออกตอนนี้ เราคิดว่ารอบแก้แค้นนี่มีข้อดีอยู่หลายอย่าง
- ในหนึ่งเพลง เท่ากับแบทเทิลจริงๆ คือ 4 ทีม ในสองรอบ และเทรนนี่ได้แสดงความสามารถใน 2 เพลงที่แตกต่าง ถือว่าเปิดโอกาสให้ค้นหาตัวเอง และเทียบพัฒนาการของแต่ละคนได้ เทรนนี่เองถ้าได้ไปดูคลิปย้อนหลังก็จะสามารถเปรียบเทียบกับเพื่อนที่ร้องในท่อนเดียวกันถึง 3 คน แล้วเอาส่วนที่ดีของเพื่อนมาใช้พัฒนา
- ทำให้เห็นความสามารถและศักยภาพในการปรับตัวของเทรนนี่หลายคน บางคนเปลี่ยนแนวแล้วเอาไม่อยู่ แต่บางคนเดินออกมาจากกรอบได้อย่างเฉิดฉาย ซึ่งตรงนี้มีผลต่อการเป็นเกิร์ลกรุ๊ป ถ้าเอาอยู่ทุกเพลง ทุกแนวก็ถือว่าเก่งมาก
- ทำให้เห็นข้อบกพร่องของเทรนนี่ที่คนดูหน้าจอนั้นมองข้าม พูดง่ายๆ คือเอาข้อบกพร่องที่เทรนนี่ยังก้าวผ่านไม่ได้มาขยี้ให้เห็นชัดๆ ไม่ได้ใจร้ายนะ แต่เพื่อให้คนเห็นว่าบางคนยังไม่พร้อมสำหรับเวทีนี้จริงๆ (ตอนนี้ยังขาด แต่อนาคตอาจจะกลับมาใหม่แบบปังๆ ก็ได้)
- คลายความสงสัยและความค้างคาใจของทีมที่แพ้ เพราะรอบโชว์บนเวที ภาพที่ออกอากาศมันมีการปรุงแต่งเพื่อช่วยกลบส่วนด้อย หลายคนคงสงสัยว่าทำออกมาดีมากๆ แต่ทำไมถึงแพ้ หรือคิดว่าถ้าฉันไปอยู่เพลงอื่นมันจะต้องชนะ ซึ่งการที่เอาคลิปมาเปิดให้ดูพร้อมกันนี่แหละที่จะทำให้ได้เปรียบเทียบความแตกต่างและเห็นข้อด้อยของตัวเอง อีกทั้งเห็นว่าทีมที่ชนะนั้นเขามีข้อดีที่เรียกคะแนนตรงไหนข้าง จะได้เก็บกลับไปพัฒนา
- มีเมนเทอร์มาช่วยชี้แนะ ถ่วงดุลคะแนนโหวตที่บางครั้งมันอาจจะไม่สอดคล้องกับศักยภาพของเทรนนี่ หรือใครที่ทำดีแล้วคนดูยังไม่เห็นก็จะได้รับพลังและกำลังใจกลับไป
- บางคนคือยังขาดอยู่อีกเยอะ แต่ผ่านรอบ 60 คนมาด้วยเพราะแฟนคลับโหวต หรือบางคนพยายามมาหลายปีแต่พยายามแบบไม่รู้ทิศว่าตัวเองเหมาะกับทางไหน มาเห็นชัดๆ ได้นั่งพิจารณาพร้อมเพื่อนๆ ได้ยินเสียงชมคนที่เก่งหรือพัฒนา ได้ฟังคำติชมของเมนเทอร์ ก็น่าจะคิดได้บ้างล่ะว่าตัวเองจะต้องทำยังไงถึงจะเติมส่วนที่ขาดได้
ส่วนข้อเสีย คือคนที่แพ้ซ้ำซ้อนอาจจะเฟล แต่เท่าที่เห็นคิดว่าเกินครึ่งสามารถนำประสบการณ์นี้ไปใช้พัฒนาตัวเองในอนาคตได้
ชวนคุย :: คิดว่า Battle รอบแก้แค้นมีประโยชน์อะไรบ้าง
ส่วนในมุมมองของเรา เท่าที่นึกออกตอนนี้ เราคิดว่ารอบแก้แค้นนี่มีข้อดีอยู่หลายอย่าง
- ในหนึ่งเพลง เท่ากับแบทเทิลจริงๆ คือ 4 ทีม ในสองรอบ และเทรนนี่ได้แสดงความสามารถใน 2 เพลงที่แตกต่าง ถือว่าเปิดโอกาสให้ค้นหาตัวเอง และเทียบพัฒนาการของแต่ละคนได้ เทรนนี่เองถ้าได้ไปดูคลิปย้อนหลังก็จะสามารถเปรียบเทียบกับเพื่อนที่ร้องในท่อนเดียวกันถึง 3 คน แล้วเอาส่วนที่ดีของเพื่อนมาใช้พัฒนา
- ทำให้เห็นความสามารถและศักยภาพในการปรับตัวของเทรนนี่หลายคน บางคนเปลี่ยนแนวแล้วเอาไม่อยู่ แต่บางคนเดินออกมาจากกรอบได้อย่างเฉิดฉาย ซึ่งตรงนี้มีผลต่อการเป็นเกิร์ลกรุ๊ป ถ้าเอาอยู่ทุกเพลง ทุกแนวก็ถือว่าเก่งมาก
- ทำให้เห็นข้อบกพร่องของเทรนนี่ที่คนดูหน้าจอนั้นมองข้าม พูดง่ายๆ คือเอาข้อบกพร่องที่เทรนนี่ยังก้าวผ่านไม่ได้มาขยี้ให้เห็นชัดๆ ไม่ได้ใจร้ายนะ แต่เพื่อให้คนเห็นว่าบางคนยังไม่พร้อมสำหรับเวทีนี้จริงๆ (ตอนนี้ยังขาด แต่อนาคตอาจจะกลับมาใหม่แบบปังๆ ก็ได้)
- คลายความสงสัยและความค้างคาใจของทีมที่แพ้ เพราะรอบโชว์บนเวที ภาพที่ออกอากาศมันมีการปรุงแต่งเพื่อช่วยกลบส่วนด้อย หลายคนคงสงสัยว่าทำออกมาดีมากๆ แต่ทำไมถึงแพ้ หรือคิดว่าถ้าฉันไปอยู่เพลงอื่นมันจะต้องชนะ ซึ่งการที่เอาคลิปมาเปิดให้ดูพร้อมกันนี่แหละที่จะทำให้ได้เปรียบเทียบความแตกต่างและเห็นข้อด้อยของตัวเอง อีกทั้งเห็นว่าทีมที่ชนะนั้นเขามีข้อดีที่เรียกคะแนนตรงไหนข้าง จะได้เก็บกลับไปพัฒนา
- มีเมนเทอร์มาช่วยชี้แนะ ถ่วงดุลคะแนนโหวตที่บางครั้งมันอาจจะไม่สอดคล้องกับศักยภาพของเทรนนี่ หรือใครที่ทำดีแล้วคนดูยังไม่เห็นก็จะได้รับพลังและกำลังใจกลับไป
- บางคนคือยังขาดอยู่อีกเยอะ แต่ผ่านรอบ 60 คนมาด้วยเพราะแฟนคลับโหวต หรือบางคนพยายามมาหลายปีแต่พยายามแบบไม่รู้ทิศว่าตัวเองเหมาะกับทางไหน มาเห็นชัดๆ ได้นั่งพิจารณาพร้อมเพื่อนๆ ได้ยินเสียงชมคนที่เก่งหรือพัฒนา ได้ฟังคำติชมของเมนเทอร์ ก็น่าจะคิดได้บ้างล่ะว่าตัวเองจะต้องทำยังไงถึงจะเติมส่วนที่ขาดได้
ส่วนข้อเสีย คือคนที่แพ้ซ้ำซ้อนอาจจะเฟล แต่เท่าที่เห็นคิดว่าเกินครึ่งสามารถนำประสบการณ์นี้ไปใช้พัฒนาตัวเองในอนาคตได้