พท.เปรียบเศรษฐกิจยุคโควิด ตกเหว 3 ระยะ เตือนรัฐ 'หยุดแช่แข็งประเทศ'
https://www.khaosod.co.th/politics/news_4014829
“เผ่าภูมิ” เปรียบเศรษฐกิจ ยุคโควิด เหมือน “ตกเหว 3 ระยะ” เตือนรัฐหยุดทำก้นเหวให้ลึกเกิน ด้วยการ "แช่แข็งประเทศ" เกินจำเป็น
วันนี้ (25 เม.ย.) ดร.
เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงแนวคิดจะต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และยังคงใช้มาตรการแช่แข็งประเทศหรือปิดเมืองต่อไปว่า ตนไม่เห็นด้วย การปิดเมืองเสมือนการผลักให้เศรษฐกิจตกเหว ซึ่ง “
ความลึกก้นเหวขึ้นอยู่กับระยะเวลาและความรุนแรงของการปิดเมือง” ทั้งนี้สามารถแบ่งการตกเหวและแนวทางการรับมือ แบ่งเป็น 3 ระยะ
ระยะที่ 1 :
“ตกเหว” หรือระยะปัจจุบัน เป็นภาวะที่ธุรกิจเล็กใหญ่ รวมถึงแรงงานได้รับแรงกระแทก จากการหยุดผลิต หยุดจ้างงานในวงกว้าง ในช่วงนี้เป็นปัญหาที่ด้าน “อุปทาน” มาตรการในช่วงนี้ก็ต้องเป็นเพื่อลดความเสียหายของภาคอุปทาน คือป้องกันการล้มตายของธุรกิจ
การตกงานจำนวนมหาศาลของแรงงาน และการลามถึงระบบการเงิน เหมือนการส่งเชือกช่วยคนที่กำลังหล่นลงเหว เพื่อทำให้ธุรกิจล้มน้อยที่สุด คนตกงานน้อยที่สุด การกระตุ้นเศรษฐกิจกระตุ้นกำลังซื้อยังไม่ใช่ในระยะนี้ นี่ยังไม่ใช่เวลาของ “ภาคอุปสงค์” แต่ต้องเป็นการรองรับ “ภาคอุปทาน” ให้อยู่รอด และประชาชนไม่อดตาย
ระยะที่ 2 :
“ก้นเหว” หรือจุดต่ำสุด ตราบใดที่ยังปิดเมืองอยู่ ก็ยังไม่ถึงก้นเหว “ยิ่งปิดนาน ก้นเหวยิ่งลึก” ธุรกิจและแรงงานในธุรกิจ ก็จะหล่นจากที่สูงแรงขึ้น ก็จะตายเกลื่อนมากขึ้น และการฟื้นตัวจะยิ่งยากเป็นทวีคูณ ตรงนี้คือหัวใจ ในปัจจุบัน “มาตรการเข้มงวดทางสาธารณสุข” น่าจะเข้ามาแทนที่ “มาตรการเข้มงวดทางเศรษฐกิจ” ได้แล้ว
ทั้งนี้ลักษณะของการฟื้นตัว จะขึ้นอยู่กับว่าก้นเหวมันลึกขนาดไหน เราปิดเมืองนานขนาดไหน และสภาพที่ก้นเหวล้มตายกันมากขนาดไหน หากก้นเหวไม่ลึก การฟื้นตัวจะเร็วเป็นฟื้นแบบตัว V หากเหวลึก มาตรการต่างๆ รองรับไม่ไหว จะฟื้นแบบตัว U ซึ่งใช้เวลานาน หรือถ้าธุรกิจตายเกลื่อน ลามถึงระบบการเงิน ก็แย่เลย อาจไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย หรือเป็นแบบตัว L
ระยะที่ 3 :
“ปีนขึ้นจากเหว” หรือระยะฟื้นตัว ระยะนี้ “ภาคอุปสงค์” จะกลับมาเป็นหัวหอกในการฟื้นตัว เรื่องของกำลังซื้อ จะต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญในช่วงนี้ มาตรการต่างๆ จะต้องเป็นในเชิงกระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นกำลังซื้อ ให้คนมาจับจ่ายใช้สอยและท่องเที่ยว ให้คนกลับมาทำมาหากิน ภาคธุรกิจจึงจะมีอุปสงค์มารองรับอุปทานที่เริ่มฟื้นตัว “แต่รัฐบาลพึงระลึกเสมอว่าการกระตุ้นภาคอุปสงค์จะไร้ค่า หากภาคอุปทานตายกันหมด ในระยะที่ 1-2”
จะเห็นว่า หัวใจมันอยู่ที่ "ความลึกของเหว" และมาตรการที่รองรับระหว่างการตกเหว หากเหวลึกมาก ปิดเมืองนาน มาตรการต่างๆไม่มีทางรับไหว ซึ่งตรงนี้อันตราย จึงอยากเรียกร้องต่อรัฐบาลว่า "อย่าทำก้นเหวให้ลึกเกิน ด้วยการแช่แข็งประเทศไปเรื่อยๆ เกินความจำเป็นเลย"
“เทพไท” แนะรัฐบาลช่วยค่าไฟฟ้าฟรีไปเลย ย้ำ อย่าลืมเยียวยา กลุ่มรากหญ้า คนเช่าบ้านอยู่
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_2156437
“เทพไท” แนะรัฐบาลช่วยค่าไฟฟ้าฟรีไปเลย ย้ำอย่าลืมเยียวยากลุ่มรากหญ้า คนเช่าบ้านอยู่ มิตเตอร์พ่วงกับเจ้าของกิจกรรมจะช่วยอย่างไร
เมื่อวันที่ 25 เมษายน นาย
เทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องร้องทุกข์ของประชาชนเกี่ยวกับค่าไฟฟ้า โดยเฉพาะการคิดอัตราค่าไฟฟ้าของรัฐบาลที่คิดให้ประชาชนเข้าใจยากว่า ถ้ารัฐบาลจะช่วยก็ให้เอาค่าไฟในเดือนก.พ. เป็นตัวตั้งใครใช้เกินของเดือนภ.พ.ไปเท่าไหร่รัฐบาลจะช่วยก็ช่วยให้ฟรีไปเลยคือไม่ต้องคิดค่าไฟฟ้าเฉพาะในส่วนเกินเท่านั้น หรือวิธีการที่สอง อยากแบ่งรับส่วนครึ่งหนึ่งเช่นวัดครึ่งหนึ่งกรรมการครึ่งหนึ่งนั่นก็คือเอาค่าไฟฟ้าแต่ละเดือนมาหารสองเจ้าของบ้านรับไป 50% รัฐบาลรับไป 50% ถ้าเป็นแบบนี้ชาวบ้านเข้าใจง่ายไม่ต้องไปรอสูตรการคิดว่าไม่เกิน800 หน่วยใช้ฟรีหรือถ้าเกิน 800 หน่วย แต่ไม่เกิน3,000 หน่วยลด50 % และเกิน3,000 หน่วยลด30% คิดแบบนี้ชาวบ้านเข้าใจยากแต่ถ้าสูตรแบบตนคิด เกินรายจ่ายเดือนก.พ.ใช้ฟรีหรือทุกเดือนค่าใช้จ่ายเท่าไหร่เอามาหารสองถ้าเป็นเช่นนี้เราจะรู้ว่าในแต่ละเดือนเราใช้ไปเท่าไหร่
นาย
เทพไท กล่าวต่อว่า ส่วนปัญหากลุ่มคนรากหญ้าคนที่เดือดร้อนจริงๆซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นคนหาเช้ากินค่ำทำงานรับจ้างรายวันไม่มีบ้านอยู่อาศัย ต้องเช่าบ้าน หอพัก ทั้งหมดนี้เวลาเก็บค่าไฟฟ้าคนกลุ่มนี้จะมีมิเตอร์แยกพ่วงกับเจ้าของกิจการการเยียวยาของรัฐบาลคนกลุ่มนี้จะไม่ได้ประโยชน์ เพราะเขาไปลดให้เจ้าของกิจการซึ่งถ้าเจ้าของกิจการใจดีเขาก็อาจจะลดให้ผู้เช่าหอพัก แต่ถ้าเจ้าของเฉยเมยไม่ลดแล้วคิดอัตราเท่าเดิมคนเหล่านี้ก็จะเดือดร้อน ซึ่งคนเหล่านี้เขาเดือดร้อนจริงๆเขาตกงานตั้งแต่วันที่รัฐบาลล็อคดาวน์ และคนเหล่านี้ไม่มีใครพูดถึงจึงอยากฝากเรื่องนี้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลที่เข้าไปดูแลกิจจัดการหอพัก
“
อยากฝากถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ให้ได้ทราบถึงความเดือดร้อนของประชาชน ในการใช้บริการในด้านสาธารณูปโภคของรัฐบาล ทั้งการไฟฟ้าและการประปา ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงมหาดไทย ที่มีหน้าที่ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชนโดยตรง และเจตนารมย์การจัดตั้งรัฐวิสาหกิจ ก็คือการให้บริการ และดูแลความเดือดร้อนของประชาชนโดยไม่หวังผลกำไรและขาดทุน ซึ่งแตกต่างกับกิจการบริษัทของภาคเอกชนที่ต้องการกำไรเป็นเป้าหมายสูงสุด”ของธุรกิจ อยากให้กลับไปดูเจตนารมย์ของการไฟฟ้าและการประปา ตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นตามพระราชปณิธานของล้นเกล้ารัชกาลที่5 ว่ามีหน้าที่ให้การบริการดูแลบริการประชาชนอย่างไร จึงเรียกร้องให้รัฐบาลยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในลักษณะรัฐสวัสดิการโดยให้บริการฟรีในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในครั้งนี้ด้วย” นาย
เทพไท กล่าว
JJNY : พท.เปรียบศก.ยุคโควิด ตกเหว3ระยะ/เทพไทแนะช่วยค่าไฟฟรี/ก.อุตฯส่งแมสก์ ถามกลับ1ชิ้นต่อบ้าน สลับใช้?/ป่วยโควิดเพิ่ม53
https://www.khaosod.co.th/politics/news_4014829
วันนี้ (25 เม.ย.) ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงแนวคิดจะต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และยังคงใช้มาตรการแช่แข็งประเทศหรือปิดเมืองต่อไปว่า ตนไม่เห็นด้วย การปิดเมืองเสมือนการผลักให้เศรษฐกิจตกเหว ซึ่ง “ความลึกก้นเหวขึ้นอยู่กับระยะเวลาและความรุนแรงของการปิดเมือง” ทั้งนี้สามารถแบ่งการตกเหวและแนวทางการรับมือ แบ่งเป็น 3 ระยะ
ระยะที่ 1 : “ตกเหว” หรือระยะปัจจุบัน เป็นภาวะที่ธุรกิจเล็กใหญ่ รวมถึงแรงงานได้รับแรงกระแทก จากการหยุดผลิต หยุดจ้างงานในวงกว้าง ในช่วงนี้เป็นปัญหาที่ด้าน “อุปทาน” มาตรการในช่วงนี้ก็ต้องเป็นเพื่อลดความเสียหายของภาคอุปทาน คือป้องกันการล้มตายของธุรกิจ
การตกงานจำนวนมหาศาลของแรงงาน และการลามถึงระบบการเงิน เหมือนการส่งเชือกช่วยคนที่กำลังหล่นลงเหว เพื่อทำให้ธุรกิจล้มน้อยที่สุด คนตกงานน้อยที่สุด การกระตุ้นเศรษฐกิจกระตุ้นกำลังซื้อยังไม่ใช่ในระยะนี้ นี่ยังไม่ใช่เวลาของ “ภาคอุปสงค์” แต่ต้องเป็นการรองรับ “ภาคอุปทาน” ให้อยู่รอด และประชาชนไม่อดตาย
ระยะที่ 2 : “ก้นเหว” หรือจุดต่ำสุด ตราบใดที่ยังปิดเมืองอยู่ ก็ยังไม่ถึงก้นเหว “ยิ่งปิดนาน ก้นเหวยิ่งลึก” ธุรกิจและแรงงานในธุรกิจ ก็จะหล่นจากที่สูงแรงขึ้น ก็จะตายเกลื่อนมากขึ้น และการฟื้นตัวจะยิ่งยากเป็นทวีคูณ ตรงนี้คือหัวใจ ในปัจจุบัน “มาตรการเข้มงวดทางสาธารณสุข” น่าจะเข้ามาแทนที่ “มาตรการเข้มงวดทางเศรษฐกิจ” ได้แล้ว
ทั้งนี้ลักษณะของการฟื้นตัว จะขึ้นอยู่กับว่าก้นเหวมันลึกขนาดไหน เราปิดเมืองนานขนาดไหน และสภาพที่ก้นเหวล้มตายกันมากขนาดไหน หากก้นเหวไม่ลึก การฟื้นตัวจะเร็วเป็นฟื้นแบบตัว V หากเหวลึก มาตรการต่างๆ รองรับไม่ไหว จะฟื้นแบบตัว U ซึ่งใช้เวลานาน หรือถ้าธุรกิจตายเกลื่อน ลามถึงระบบการเงิน ก็แย่เลย อาจไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย หรือเป็นแบบตัว L
ระยะที่ 3 : “ปีนขึ้นจากเหว” หรือระยะฟื้นตัว ระยะนี้ “ภาคอุปสงค์” จะกลับมาเป็นหัวหอกในการฟื้นตัว เรื่องของกำลังซื้อ จะต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญในช่วงนี้ มาตรการต่างๆ จะต้องเป็นในเชิงกระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นกำลังซื้อ ให้คนมาจับจ่ายใช้สอยและท่องเที่ยว ให้คนกลับมาทำมาหากิน ภาคธุรกิจจึงจะมีอุปสงค์มารองรับอุปทานที่เริ่มฟื้นตัว “แต่รัฐบาลพึงระลึกเสมอว่าการกระตุ้นภาคอุปสงค์จะไร้ค่า หากภาคอุปทานตายกันหมด ในระยะที่ 1-2”
จะเห็นว่า หัวใจมันอยู่ที่ "ความลึกของเหว" และมาตรการที่รองรับระหว่างการตกเหว หากเหวลึกมาก ปิดเมืองนาน มาตรการต่างๆไม่มีทางรับไหว ซึ่งตรงนี้อันตราย จึงอยากเรียกร้องต่อรัฐบาลว่า "อย่าทำก้นเหวให้ลึกเกิน ด้วยการแช่แข็งประเทศไปเรื่อยๆ เกินความจำเป็นเลย"
“เทพไท” แนะรัฐบาลช่วยค่าไฟฟ้าฟรีไปเลย ย้ำ อย่าลืมเยียวยา กลุ่มรากหญ้า คนเช่าบ้านอยู่
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_2156437
“เทพไท” แนะรัฐบาลช่วยค่าไฟฟ้าฟรีไปเลย ย้ำอย่าลืมเยียวยากลุ่มรากหญ้า คนเช่าบ้านอยู่ มิตเตอร์พ่วงกับเจ้าของกิจกรรมจะช่วยอย่างไร
เมื่อวันที่ 25 เมษายน นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องร้องทุกข์ของประชาชนเกี่ยวกับค่าไฟฟ้า โดยเฉพาะการคิดอัตราค่าไฟฟ้าของรัฐบาลที่คิดให้ประชาชนเข้าใจยากว่า ถ้ารัฐบาลจะช่วยก็ให้เอาค่าไฟในเดือนก.พ. เป็นตัวตั้งใครใช้เกินของเดือนภ.พ.ไปเท่าไหร่รัฐบาลจะช่วยก็ช่วยให้ฟรีไปเลยคือไม่ต้องคิดค่าไฟฟ้าเฉพาะในส่วนเกินเท่านั้น หรือวิธีการที่สอง อยากแบ่งรับส่วนครึ่งหนึ่งเช่นวัดครึ่งหนึ่งกรรมการครึ่งหนึ่งนั่นก็คือเอาค่าไฟฟ้าแต่ละเดือนมาหารสองเจ้าของบ้านรับไป 50% รัฐบาลรับไป 50% ถ้าเป็นแบบนี้ชาวบ้านเข้าใจง่ายไม่ต้องไปรอสูตรการคิดว่าไม่เกิน800 หน่วยใช้ฟรีหรือถ้าเกิน 800 หน่วย แต่ไม่เกิน3,000 หน่วยลด50 % และเกิน3,000 หน่วยลด30% คิดแบบนี้ชาวบ้านเข้าใจยากแต่ถ้าสูตรแบบตนคิด เกินรายจ่ายเดือนก.พ.ใช้ฟรีหรือทุกเดือนค่าใช้จ่ายเท่าไหร่เอามาหารสองถ้าเป็นเช่นนี้เราจะรู้ว่าในแต่ละเดือนเราใช้ไปเท่าไหร่
นายเทพไท กล่าวต่อว่า ส่วนปัญหากลุ่มคนรากหญ้าคนที่เดือดร้อนจริงๆซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นคนหาเช้ากินค่ำทำงานรับจ้างรายวันไม่มีบ้านอยู่อาศัย ต้องเช่าบ้าน หอพัก ทั้งหมดนี้เวลาเก็บค่าไฟฟ้าคนกลุ่มนี้จะมีมิเตอร์แยกพ่วงกับเจ้าของกิจการการเยียวยาของรัฐบาลคนกลุ่มนี้จะไม่ได้ประโยชน์ เพราะเขาไปลดให้เจ้าของกิจการซึ่งถ้าเจ้าของกิจการใจดีเขาก็อาจจะลดให้ผู้เช่าหอพัก แต่ถ้าเจ้าของเฉยเมยไม่ลดแล้วคิดอัตราเท่าเดิมคนเหล่านี้ก็จะเดือดร้อน ซึ่งคนเหล่านี้เขาเดือดร้อนจริงๆเขาตกงานตั้งแต่วันที่รัฐบาลล็อคดาวน์ และคนเหล่านี้ไม่มีใครพูดถึงจึงอยากฝากเรื่องนี้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลที่เข้าไปดูแลกิจจัดการหอพัก
“อยากฝากถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ให้ได้ทราบถึงความเดือดร้อนของประชาชน ในการใช้บริการในด้านสาธารณูปโภคของรัฐบาล ทั้งการไฟฟ้าและการประปา ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงมหาดไทย ที่มีหน้าที่ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชนโดยตรง และเจตนารมย์การจัดตั้งรัฐวิสาหกิจ ก็คือการให้บริการ และดูแลความเดือดร้อนของประชาชนโดยไม่หวังผลกำไรและขาดทุน ซึ่งแตกต่างกับกิจการบริษัทของภาคเอกชนที่ต้องการกำไรเป็นเป้าหมายสูงสุด”ของธุรกิจ อยากให้กลับไปดูเจตนารมย์ของการไฟฟ้าและการประปา ตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นตามพระราชปณิธานของล้นเกล้ารัชกาลที่5 ว่ามีหน้าที่ให้การบริการดูแลบริการประชาชนอย่างไร จึงเรียกร้องให้รัฐบาลยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในลักษณะรัฐสวัสดิการโดยให้บริการฟรีในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในครั้งนี้ด้วย” นายเทพไท กล่าว