+ @ + ปักหมุด ทริปฉุกเฉิน: Philippines (Coron - Manila) ทริปสุดเสียว ตื่นเต้นเร้าใจ ก่อนโควิดแผลงฤทธิ์ !!! + @ +

สวัสดีครับทุกท่าน
ช่วงนี้อยู่ระหว่างทำงานที่บ้าน รวมถึงภารกิจของที่ทำงานก็ลดลงบ้างเนื่องด้วยข้อจำกัดบางประการ อันเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด 19

ก็เลยมีเวลาว่างมารีวิวทริปที่ได้เดินทางมาในปีนี้ หลังจากที่อ่านกระทู้ของคนอื่นที่ไปเที่ยวในช่วงโควิดกำลังระบาดครับ
ผมเองก็เช่นกัน ที่มีโอกาสได้เดินทางท่องเที่ยวในสถานการณ์ที่โควิดกำลังเริ่มระบาดหนักขึ้น 

สำหรับทริปของผม คือ ประเทศฟิลิปปินส์ เดินทางช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 วันหยุดมาฆบูชา
จุดเริ่มต้นคือเมื่อปีที่แล้ว พี่ที่ทำงานเก่าที่สนิทกัน ช่วยไปเที่ยวต่างประเทศ เพราะว่าเคยแต่ไปต่างจังหวัดด้วยกัน แต่ไม่เคยไปต่างประเทศ

เลยปักหมุดที่ประเทศฟิลิปปินส์ เพราะว่าอยากไปทะเล บวกกับพี่เขาเคยไปหลายประเทศในอาเซียนมาแล้ว แต่ยังไม่เคยไปฟิลิปปินส์
ส่วนผมก็เคยไปฟิลิปปินส์มาบ้าง เลยน่าจะพอตะลุย พาเที่ยวเปิดเมืองผิน เอาตัวรอดได้

คำถามต่อมาก็คือ จะไปเมืองไหน?
เมื่อปีสองปีก่อน ผมสะดุดตากับกระทู้ในพันทิพ เป็นรีวิวไปเที่ยวในแถบ Palawan - Coron ที่เค้าว่ากันเป็นอีกหนึ่งจุดดำน้ำที่สวยที่สุดในโลก เห็นรูปในรีวิวแล้วถึงกับตั้งใจว่า จะต้องไปให้ได้ !

แต่ว่าเกาะปาลาวัน ต้องใช้เวลาเดินทางภายในเกาะค่อนข้างมาก แต่ว่าผมมีเวลาน้อย (4 วัน 3 คืน) เลยวางแผนไปแค่เกาะ Coron ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กัน และมีเที่ยวบินจากมะนิลา แทน 

แต่ว่าก่อนจะเดินทางก็ลุ้นกันเสียวไส้ เพราะว่าเดือนมกราคม โควิด19 กำลังเริ่มระบาดหนักในจีน และลามไปยังประเทศอื่น ๆ จนทำให้แต่ละประเทศมีการตรวจคัดกรองคนเดินทางเข้าประเทศกันหนักหน่วงขึ้น

เท่านั้นยังไม่พอ ก่อนเดินทางประมาณ 1 เดือน ภูเขาไฟ Taal ซึ่งอยู่ห่างจากมะนิลาเพียง 60 กิโลเมตร เกิดปะทุขึ้น ทำให้สนามบินมะนิลาต้องปิด เที่ยวบินทั้งหมดถูกยกเลิกไปประมาณ 2 - 3 วัน ทำให้คิดกันหนักมากว่าจะเอาไงดี เททริปดีมั้ย? เพราะสถานการณ์ช่างน่าเป็นห่วง ภูเขาไฟตาอัลยังคงปะทุต่อเนื่อง ไหนจะโควิด19 ระบาดอีก แต่อีกใจนึงก็เสียดาย เพราะว่าตั๋วเครื่องบินจองไว้หมดแล้ว คืนเงินก็ได้แค่ภาษีสนามบิน
สุดท้ายก็ตกลงกันว่า ไป! เพราะเสียดายตังค์นั่นเอง 555+
 
ผมก็ขอใช้กระทู้นี้เล่าประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยว เพื่อแก้เบื่อในช่วงทำงานที่บ้าน และให้ไว้เป็นข้อมูลสำหรับคนที่สนใจนะครับ
รูปอาจจะไม่ได้เยอะจุใจ ภาพก็ถ่ายไปเรื่อย ๆ เน้นบรรยากาศ เหมือนเล่าเรื่องไปละกันนะครับ

วันที่ 0
7 ก.พ. 63
วันนี้ไม่นับแล้วกันเพราะเป็นวันแรก เดินทางข้ามคืน

เริ่มการเดินทางจากสนามบินดอนเมือง เป็นบรรยากาศที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ก็คือ แทบไม่มีคนเลย ภาพ นทท. จีน ยืนต่อแถวเช็คอิน หายไปหมด ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเพราะอะไร...


เดินทางไปมะนิลาด้วยสายการบินแอร์เอเชีย zest เป็นแอร์เอของฟิลิปปินส์ เที่ยวบินที่ Z2 288 ออกเดินทางจากดอนเมืองประมาณ 21.45 น. ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ถึงมะนิลาประมาณ 01.45 น. ของวันถัดไป สังเกตว่าในช่วงนั้นคนยังเดินทางกันเยอะอยู่ เครื่องเกือบเต็มครับ สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศของแอร์เอเชีย จะลงที่สนามบิน Ninoy Aquino Intl. Terminal 3 (ค่าตั๋วแอร์เอเชีย ไปกลับ ดอนเมือง - มะนิลา รวมกระเป๋าแล้ว ประมาณ 6,000 บ.)

ใช้เวลาไม่นานก็ผ่าน ตม. เนื่องจากเป็นไฟลท์ดึกมาก จึงทำให้มี ผดส. ต่อคิวไม่มากนัก 
หลังจากรับกระเป๋าแล้วก็ต้องหารถไป Terminal4 ซึ่งใช้สำหรับเที่ยวบินในประเทศของ สกบ. โลว์คอสต์ ครับ
ปกติแล้วจะมีรถเวียนให้บริการระหว่างอาคารผู้โดยสาร แต่ตอนนั้นดึกมาก จึงต้องใช้บริการ grab ซึ่งค่าโดยสารประมาณ 70 บ. ครับ

วันที่หนึ่ง
8 ก.พ. 63
มาถึงมะนิลาแล้วก็ต้องมาต่อเที่ยวบินในประเทศ จากมะนิลา ไป Coron จะต้องไปลงที่เกาะ Busuanga ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของ นทท. เพื่อแวะพักก่อนจะไปเที่ยวเกาะ Coron 


สำหรับไฟลต์นี้ผมใช้บริการของ Cebu Pacific Air เป็นเครื่องใบพัดครับ เที่ยวบินที่ DG6041 ออกจากมะนิลา ประมาณ 06.10 น.  (ดีเลย์นิดหน่อย) ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ก็ถึงเกาะ Busuanga (ตั๋วไปกลับ ประมาณ 4,000 บ. รวมกระเป๋าแล้ว)


สนามบินเล็กมาก ๆ ครับ อาคารผู้โดยสารประมาณสนามบินแม่สอด อะไรประมาณนั้นเลย (อันนี้ถ่ายกับ Philippine Airlines) และยังคงใส่หน้ากากอนามัยตลอดการเดินทางบนเครื่องบินเพื่อความปลอดภัย และสบายใจครับ 555

หลังจากรับกระเป๋าแล้ว ออกจากอาคารผู้โดยสารก็จะเจอกับลาดจอดรถของสนามบิน ที่เต็มไปด้วยบรรดาเหล่ารถตู้ที่มารับผู้โดยสารไปยังโรงแรม ถ้ายังไม่ได้จองมาก็ไปหาเอาดาบหน้าได้ครับ แล้วค่อยไปจ่ายกับโรงแรมที่พักได้ ค่าโดยสารประมาณ 150 บ. จากสนามบินไปยังเมือง Coron ซึ่งอยู่ใกล้กับเกาะ Coron ที่สุด ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ครับ

เนื่องจากเที่ยวบินมาถึงเช้ามาก ถึงโรงแรมก็ประมาณ 08.30 น. โรงแรมยังเช็คอินไม่ได้ เลยทำได้แค่ฝากกระเป๋าไปเดินเล่นในตัวเมือง Coron 
สภาพเมือง ก็เล็กมาก ๆ เหมือนตำบลหนึ่ง บนเกาะเล็ก ๆ อารมณ์เหมือนเกาะล้าน

ร้านของชำมีแต่ร้านท้องถิ่น ไม่มีพวก 7-11 หรือ family mart แม้แต้ร้านเดียว ร้านฟาสต์ฟู้ดมีเพียงร้านเดียว ก็คือ แมคโดนัลด์
แต่ว่ามีร้านอาหาร คาเฟ่ เก๋ ๆ ให้ได้เลือกพอสมควร เสียดายลืมถ่ายรูปเพราะตอนนั้นยังง่วง ๆ มึน ๆ อดนอนจากคืนก่อนครับ 
ร้านเบเกอรี่มีอยู่ไม่กี่ร้าน หนึ่งในนั้นคือร้าน Julie's ของเจ้าถิ่น ซึ่งหาได้ทั่วไปในฟิลิปปินส์
พี่ที่ไปด้วยกันซื้อมาลองชิม กัดไปได้ไม่กี่คำก็วาง ... เป็นอันรู้กัน 555


หลังจากเดินจนทั่วเมือง หาข้าวกลางวันทานก็แล้ว ยังไม่ถึงเวลาเช็คอิน ก็เลยขึ้นไปนอนรอบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรม ซึ่งทำเป็นพื้นที่ส่วนรวมของแขกที่มาพักให้นั่งชมวิว มีโซฝาและเก้าอี้ให้มานั่งงีบได้ ช่วงนั้นอากาศยังไม่ร้อน ลมพัดมาตลอด ชวนงีบมากครับ รวมถึงบรรยากาศและวิวก็ถือว่าใช้ได้อยู่ 


หลังจากเช็คอินก็ซื้อทัวร์เที่ยวเกาะสำหรับวันรุ่งขึ้น เป็น one-day ซึ่งสามารถซื้อกับโรงแรมหรือเอเจนซี่ทัวร์ในเมืองก็ได้ แล้วแต่ความสะดวก
มีหลายโปรแกรมให้เลือกครับ ผมเลือก Ultimate tour ซึ่งจะรวมสถานที่เที่ยวหลัก ๆ ของเกาะ Coron รวมถึงเกาะอื่น ๆ โดยรอบ ค่าทัวร์ประมาณ 1,600 บ./คน รวมค่ารถตู้รับ - ส่ง โรมแรมไปยังท่าเรือ ค่าบัตรเข้าอุทยาน และอาหารกลางวันแบบบุฟเฟต์

เก็บกระเป๋าเรียบร้อยแล้วก็งีบต่อในห้อง เพื่อเก็บแรงไว้เดินขึ้นจุดชมวิวของเกาะ ที่ชื่อว่าเขา Tapyas (Mt. Tapyas)
สำหรับภูเขาลูกนี้เป็นจุดชมวิวยอดนิยมของเกาะ รวมถึงเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกด้วยครับ ใครมาที่นี่แล้วไม่ขึ้นเขาลูกนี้เหมือนยังมาไม่ถึง

จากโรงแรมที่พักสามารถเดินไปยังทางขึ้นเขาได้เลย ทางขึ้นเป็นทางเดินเทปูน เป็นทางเดินขึ้นเนินผสมกับบันได จำไม่ได้ว่ากี่ขั้น แต่ใช้เวลาไม่นาน เดินเรื่อย ๆ ประมาณ 20 นาที ก็ถึงยอดเขาครับ บนยอดเขาประกอบด้วยสวนเล็ก ๆ จุดชมวิว และลานปูนให้คนมาทำกิจกรรม

สำหรับจุดชมวิวแบ่งออกเป็นสองด้าน ด้านนึงเป็นฝั่งที่หันออกทะเล จะมองเห็นเกาะ Coron อยู่ทางด้านซ้าย และเกาะเล็ก ๆ ทางด้านขวา
เบื้องล่างก็จะเป็นเมือง Coron ลานทรายตรงกลางจะเป็นท่าเรือสำหรับไปเที่ยวเกาะในวันพรุ่งนี้


สำหรับด้านหลังของจุดชมวิวก็จะเป็นจุดชมวิวฝั่งที่เป็นภูเขาครับ ลักษณะจะเป็นภูเขาหญ้า


อีกจุดหนึ่งของจุดชมวิว ก็คือ จุดชมพระอาทิตย์ตก ที่ นทท. นิยมมาถ่ายรูป แต่ส่วนตัวผมขอลงไปก่อน เพราะหลังพระอาทิตย์ตก ทางเดินลงเขาจะค่อนข้างมืดเพราะไม่ค่อยมีไฟส่องสว่าง ครับ


หลังจากลงเขาก็ท้องร้อง ได้เวลาอาหารเย็น

เลยลองเลือกทานร้านซี่โครงหมู (จำชื่อร้านไม่ได้) ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับทางขึ้นเขา
สั่งซี่โครงหมู Fish Sisig แล้วก็ซุปเนื้อ Bulalo ค่าเสียหายประมาณคนละ 600 บ.


ขาดไม่ได้กับเบียร์เย็น ๆ นะครับนะ ปิดท้ายวันแรกที่โครอนอย่างงดงาม


วันที่สอง
9 ก.พ. 63
หลังจากรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย 
นั่งรอไม่นาน รถตู้ของทัวร์ดำน้ำที่จองไว้ก็มารับที่โรงแรมในเวลา 07.30 น. จากนั้นจึงทยอยรับเพื่อนร่วมทัวร์จากโรงแรมอื่น ๆ แล้วค่อยไปขึ้นเรือที่ท่าเรือตามภาพที่เห็นจากจุดชมวิวชนเขาเมื่อวานครับ

เรือที่โดยสารมีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ทั้งลำมีลูกทัวร์ประมาณสิบกว่าคน ลำของผมเป็นเอเชียหมดเลย บวกกับเจ้าหน้าที่ทัวร์อีก 3 คน ก็คือ คนขับเรือ ไกด์ และผู้ช่วยไกด์ พร้อมด้วยอุปกรณ์มาตรฐาน ก็คือ เสื้อชูชีพ ซึ่งต้องใส่ทุกครั้งที่จะลงน้ำ ไม่งั้นจะถูกห้ามมิให้ลงน้ำ ส่วนใครอยากเช่า snorkel ไกด์ก็มีให้เช่า แต่ต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนลงเรือ เพื่อที่ไกด์จะไปเตรียมไว้ก่อนนะครับ

ออกจากฝั่งมาไม่ไกล ไม่เพียง 10 นาที ก็มาถึงจุดดำน้ำจุดแรก เรียกว่า Siete Pescados ไม่พูดพร่ำทำเพลง ไกด์ให้ลงน้ำเลย 555 ตรงจุดน้ำน้ำค่อนข้างลึกแต่ก็ยังใสอยู่นะครับ



ถัดจากจุด Siete Pescados ก็มายังจุดไฮไลต์ คือ Kayangan Lake ซึ่งมีลักษณะเป็นทะเลใน โอบล้อมด้วยเขาหินปูน  ต้องเดินขึ้นเขาเพื่อข้ามไปยังทะเลใน (เตรียมเสื้อชูชีพไปด้วยครับไม่งั้นเจ้าหน้าที่จะห้ามมิให้ลงน้ำ) เมื่อเดินขึ้นถึงสันเขา ก็จะพบกับจุดชมวิวและจุดถ่ายรูปยอดนิยม 


ในส่วนของทะเลใน น้ำใสและสีสวยมากเลยครับ ก็จะมีทางเดินให้ลัดเลาะไปตามขอบทะเลใน แล้วก็ลงเล่นน้ำได้ แต่โขดหินจะแหลมคมมาก ๆ ต้องระวังมาก ๆ แนะนำว่าสวมรองเท้า adventure แบบลุยน้ำได้ จะช่วยให้เดินบนโขดหินใต้น้ำได้สะดวกและปลอดภัยในระดับหนึ่งครับ โดยไกด์จะปล่อยให้ใช้เวลาเล่นน้ำตามอัธยาศัยแต่ละจุดประมาณ 30 นาที – 50 นาที แล้วแต่ตกลงกัน



หลังจาก Kayangan Lake ก็ได้เวลาอาหารกลางวันพอดี พามาทานอาหารกลางวันแบบบุฟเฟต์ที่ Banol Beach ตรงนี้น้ำก็ใสมาก และก็มี นทท. มาเล่นน้ำค่อนข้างหนาตา อาหารตาเอร็ดอร่อยครับ 555 
 

โชว์แผ่นหลังนิดส์นึง ตั้งแผง แหะ ๆ


ตรงจุดนี้ถ้าใครอยากจะพายเรือแคนู ทางทัวร์ก็มีให้บริการฟรี แต่ตอนนั้นแดดแรงผสมกับเมฆครึ้ม เลยเลือกที่จะเล่นน้ำที่หาดดีกว่า ซึ่งก็เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ เพราะฝนตกลงมาเล็กน้อย ไม่นานก็หยุด
 
หลังจากทานอาหารกลางวัน ทัวร์ก็พาไปต่อที่ Lagoon ที่ประมาณ 2-3 ที่ซึ่งผมก็ลืมชื่อไปแล้ว และมันก็จะดูเหมือน ๆ กับทะเลในของตอนเช้า บวกกับความเหนื่อย ก็เลยไม่ค่อยได้ถ่ายรูปสักเท่าไหร่นะครับ แหะ ๆ และไปจบที่จุดสุดท้ายซึ่งเป็นชายหาดเล็ก ๆ ที่น้ำใสเหมือนกัน ให้ลงเล่นน้ำอีกประมาณ 30 นาที ก็พากลับขึ้นฝั่ง เวลาประมาณ 16.00 น.
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่