[CR] [Review] งานแต่งคาทอลิกเล็กๆฉบับตามใจฉัน @ABAC BangNa

สวัสดีค่ะ หลังจากที่แอบซุ่มเก็บข้อมูล แอบส่องงานแต่งของเพื่อนๆพี่ๆสมาชิกมานมนาน  ในที่สุดก็ถึงทีของเราที่จะมารีวิวบ้างค่ะ เพี้ยนเย้

ตอนแรกก็สองจิตจองใจอยู่ว่าจะลงรีวิวดีมั๊ย เพราะงานของเราไม่ใช่งานแต่งงานในแบบที่คนทั่วๆไปส่วนมากเค้าแต่งกัน แต่เป็นพิธีแต่งงานในโบสถ์แบบโรมันทอลิกแบบง่ายๆ  ออแกไนซ์กันเอง จินตนาการภาพรวมกันเอง ความหรูหราตัดออกไป มีแต่ความชุลมุนล้วนๆ  ฮ่าาา  เราอาจจะเล่าไม่เก่งเพราะเป็นกระทู้รีวิวแรก  ก็ถือซะว่าเป็นการเล่าแชร์ประสบการณ์คลายเครียดจากสถานการณ์ Covid-19 และเผื่อคนที่กำลังหาไอเดียหรือข้อมูลประกอบนะคะ 

(ฟื้นฝอยกันซักนิด) ก่อนที่จะมีการจัดงานแต่ง  เรากับสามีจดทะเบียนสมรสอยู่กินกันและมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมไม่แต่งให้จบพร้อมกับจดทะเบียนไปเลย ทำไมเพิ่งมาแต่งเอาป่านนี้  ออกตัวก่อนเลยว่า  เราสมัยวัยรุ่นซัก 20 ต้นๆค่อนข้างมีอคติกับการจัดแต่งงานที่มีพล็อตเดียวกัน  โต๊ะจีนเอย โรงแรมเอย ใช้กระบี่ทำท่าตัดเค้กปลอมๆเอย ไม่ว่าจะงานเช้างานเย็นงานค่ำที่ไหนเหมือนนนกันหมดดด  ทำให้เรามองว่างานแต่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างวุ่นวาย เปลือง  ไร้ประโยชน์  แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่า...ครั้งหนึ่งในชีวิต ก็อยากเป็นเจ้าสาว อยากมีงานแต่งกับเค้าบ้างเหมือนกัน
  
แต่......!!!!!!  งานแต่งของช๊านน  ต้องไม่เหมือนใคร !!!     

หลังจากที่หมายมั่นในใจและความคิดมานาน จนลูกเข้าเรียนอนุบาล เราก็ไปสะดุดกับงานแต่งฝรั่งที่มีลูกมาเป็นเพื่อนเจ้าสาว มาถือแหวนในงานให้พ่อแม่ บวกกับเราและสามีเป็นคริสตชนคาทอลิกทั้งคู่  แต่งงานในโบสถ์น่าจะคุมงบได้และดีที่สุดแล้ว  แถมยังมีลูกอยู่ในงานด้วย ไม่เหมือนใครและเก๋ไปอีก แต่ผู้หลักผู้ใหญ่ไม่ถูกใจสิ่งนี้  เพราะอยากให้ยกน้ำชามากกว่า 

เราเลยขอแยกงานยกน้ำชาออกไปกลางปี  ซึ่งตอนนี้ติดสถานการณ์ Covid-19 คงต้องพับยาวไป  กลับมาที่งานแต่งในโบสถ์กันต่อ หลังจากที่ไฝว้ชนะ เอ๊ย ! เคลียร์กันได้  เราก็มองหาโบสถ์ที่จะทำพิธีเพื่อสอบถามข้อมูลก่อน  ซึ่งปัญหาก็มาละ เพราะโบสถ์ที่อยากแต่งดันไม่อนุญาต เพราะคู่เรามีลูกก่อนแต่งไปแล้ว ได้แค่สวมแหวนเงียบๆอย่างเดียว (ร้องไห้)  ซึ่งเราก็ไม่ยอมแพ้  แต่งงานครั้งเดียวในชีวิต ช๊านก็อยากจะรับศีลสมรสแบบมิสซาเต็มเฟ้ยย ว่าแล้วก็มุ่งหน้าเสาะหาวัดที่ (น่าจะ) ยอมทำพิธีให้ในกรณีอย่างเราวนไป  จนมาลงเอยที่นี่  

วัดนักบุญ หลุยส์ มารี เดอ มงฟอร์ต ที่เอแบค บางนา 


    

กรี๊ดมากค่ะ  สวยอลังการอย่างนี้มีหรือจะพลาด รีบหาช่องทางติดต่อกองอาคารและสถานที่ของเอแบคด่วนเลยจ้า  เจ้าหน้าที่จะแจ้งวันที่ที่โบสถ์ว่างและสามารถจัดงานได้ให้ทราบ ไปจนถึงรายละเอียดการมัดจำเช่าสถานที่มาให้  จองวันเรียบร้อย จากนั้นก็ไปอบรมคู่ชีวิตสมรสเพื่อเอาเอกสารส่งให้ทางโบสถ์ก่อนเลยค่ะ  (คู่เราเลือกไปที่วัดพระมหาไถ่) อบรมและสัมภาษณ์เสร็จแล้วก็จะได้เอกสารหน้าตาแบบนี้มา  ปลื้มปริ่มน้ำตาจิไหล ช๊านจะได้แต่งงานเป็นเรื่องเป็นราวแล้ววววว



CHAPTER 1 >>  เตรียมงาน  เตรียมตัวและหัวฟู

งานแต่งงานของเรา จัดวันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2020 (2563) ณ ไทม์ไลน์ของกลางปี 2019 ถือว่ามีเวลาเตรียมงานค่อนข้างนาน เราจึงออกตระเวณสำรวจพื้นที่ตามสำเพ็ง พาหุรัด จตุจักร เพื่อเสาะหาของใช้งานแต่งราคาย่อมเยาที่สุด แต่สุดท้ายก็มาตายรังที่  " ละแวกบ้าน " และ " ช็อปออนไลน์ " อมยิ้ม20ซึ่งเราเริ่มเตรียมงานจากรายการ ดังต่อไปนี้คือ

1.การ์ดแต่งงาน - ของชำร่วย   เราสั่งทำออกมาสองแบบ  ตอนแรกก็งงๆว่าทำไมต้องใช้การ์ดสองแบบด้วย (ฟะ??)  แต่พอหาข้อมูลไปเรื่อยๆก็ถึงบางอ้อว่าเป็นธรรมเนียมของฝรั่ง เริ่มจากส่งการ์ด Save The Date ไปให้แขกก่อนเป็นการบอกให้รู้ว่าจะแต่งแล้วนะ  พอใกล้ถึงวันค่อยส่งการ์ดอีกใบตามไปทีหลัง  ด้วยความ (ขี้เกียจ) วุ่นวาย เราเลยแจกการ์ดไปพร้อมกันทั้งสองใบเลย 

แบบแรกสั่งจากเพจในเฟสบุ๊ค สีแดงปั๊มทองเลียนแบบ Passport  แบบที่สองเป็นการ์ด Save The Date สีขาวเขียว  จากร้านรับพิมพ์การ์ดแถวบ้าน  ได้ราคาพิเศษพ่วงมากับของชำร่วย เป็นสมุดโน๊ตสีทองเล่มเล็กแถมสติ๊กเกอร์ไปแปะเอง  วันงานเอาใส่ตะกร้าโปรยดอกไม้ให้แขกเหรื่อหยิบกันเอาเองได้เลยค่ะ





2.ป้ายต้อนรับหน้างาน - สมุดลงทะเบียน  

จากประสบการณ์ของการเป็นแขกผู้มีเกิบมานาน  พบว่า งานแต่งทั่วๆไปจะต้องมีรูป Pre-wedding ประดับหน้างานและมุมแกลอรี่อย่างต่ำๆก็ 3-10 ภาพ  ไม่นับรวมภาพใน Presentation อีก  ด้วยความสงสัย เราจึงถามเพื่อนที่เคยแต่งงานว่า มันจำเป็นมั๊ย ? คำตอบที่ได้คือ  นางถ่ายเพราะ  " ของมันต้องมี " ทุกวันนี้โยนไปเก็บไว้ไหนก็ไม่รู้  และมันดูประดิษฐ์ๆ ไม่เป็นธรรมชาติ เราจึงไม่ถ่าย 

แต่ตอนที่อ่านรีวิวใน Pantip (จำกระทู้ไม่ได้แล้ว) มีเจ้านึงเค้าใช้เฟรมแคนวาสปั๊มนิ้วมือแทนสมุดลงทะเบียน เราเลยปิ๊งขึ้นมาว่า เฮ้ยย !! ใช้อันนี้แทนรูปหน้างานก็ได้ ไม่จำเจและเก๋ดี  ขออนุญาตเจ้าของไอเดียด้วยนะคะ   ป้ายสั่งทำที่  FB: Hit it off wedding พร๊อพงานแต่ง  ส่วนสมุดลงทะเบียนเราสั่งทำในเพจ (จำชื่อไม่ได้แล้ว) คล้ายกับการ์ดเชิญ Passport ให้เข้ากัน  




 3.แหวนแต่งงาน - พานแหวน   แหวนแต่งงานเราได้มาจากร้าน Madduck Jewelry ที่สามย่านมิตรทาวน์ พานใส่แหวนหมีคู่แต่งงานรุ่นพี่เจ้าสาวในกลุ่มส่งต่อมาให้  ทั้งงานมีแต่ดอกไม้แล้ว แหวกแนวไปใส่พานตุ๊กตาบ้างก็น่ารักไปอีกแบบค่ะ



4.ดอกไม้ในงานและช่างจัดดอกไม้   เราชอบโทนขาวเขียวที่ราคาเบาๆ แต่ช่วงกุมภาเป็นฤดูแต่งงานที่ดอกไม้สดแพงมากๆ และค่าฝีมือช่างก็หลักหมื่นขึ้นไปทั้งนั้น  เราเลยหาช่างจัดดอกไม้ราคามิตรภาพที่สามารถรับเรทได้  แล้วไปเหมาดอกไม้ประดิษฐ์มาจากร้านทุกอย่าง 20 บาทและผ้ามุ้งสีขาวจากพาหุรัด 5 เมตร 100 บาท (เราซื้อมา 40 เมตร)  มาจัดตรงโซนเก้าอี้โบสถ์เอง เจ้าสาวคนอื่นทำสวย นอนหัวค่ำก่อนวันงาน  เรามานั่งจัดดอกไม้ใส่เก้าอี้ งกได้อีก อมยิ้ม39




ส่วนของเก้าอี้โบสถ์ที่เราจัดเอง  จัดเว้นเก้าอี้ ข้างละ 8 ช่อค่ะ  แล้วก็ที่นั่งเจ้าบ่าวเจ้าสาวคนละช่อ แอบเห็นรอยตัดแหว่งๆของผ้ามุ้ง 5555



หน้าพระแท่น เทียนคู่ถือเข้าโบสถ์ ช่อถวายแม่พระ และโต๊ะเค้กกับพานแหวน   ฝีมือของร้าน Sunflower Bangbo จัดให้ค่ะ  หน้าร้านอยู่แถวตลาดบางบ่อ เจ้าเดียวกับร้านดอกไม้ ศศิชา ฟลอรีสท์  ราคาจัดได้ตามงบ ทีมงานน่ารักมากๆ ตอนส่งมอบงาน  เรารถติดไปถึงช้าจนดึกเลย  ไม่เหวี่ยงวีนสักนิด แถมยังจัดโต๊ะลงทะเบียนหน้างานให้ฟรีอีก แนะนำเลยค่ะ



  5.ชุดเพื่อนเจ้าสาวและชุด Flower Girls   งานเราไม่มีการกำหนดธีมสีให้แขกในงานค่ะ  อะไรใส่แล้วสวยจัดเต็มกันมาได้เลยเต็มที่ แต่ขอสุภาพ ไม่โป๊สักหน่อยเพื่อให้เกียรติสถานที่ศักดิ์สิทธิ์  แต่สำหรับเพื่อนเจ้าสาวและคู่ถือเทียนกำหนดให้เป็นธีมสีแดง-ทอง ส่วนเด็กโปรยดอกไม้หรือ Flower Girls เป็นสีขาว-เขียว  โดยเราเป็นคนรับผิดชอบหาชุดและพร็อบให้  ถ้าใครอยากหาเองก็ไม่ว่ากันค่ะ  ^___^   ชุด Flower Girls พร้อมมงกุฎได้มาจากพาลาเดียม ประตูน้ำ ได้ลูกสาวของตัวเองและลูกของเพื่อนกลุ่มแม่ๆในเฟสบุ๊คมาช่วยเป็นให้ ขอบคุณมากๆค่ะ  (ขออนุญาตปิดหน้าเพื่อนเจ้าสาวนะคะ)  



ด้วยความที่เพื่อนเจ้าสาวเป็นเพื่อนสนิทกันมายาวนาน  หลังจบงานเรามีของขวัญนำโชค อวยพรให้เพื่อนเจ้าสาวเป็นน้ำหอมแบรนด์จิ๋วกล่องเล็กค่ะ สั่งหิ้วมาจากเพจ Lamoon กล่องห่อของขวัญก็ได้มาจากร้าน 20 บาทและโฟมจากร้านเครื่องเขียนถุงละ 12 บาท



6.ชุดเจ้าบ่าว - ชุดเจ้าสาว    ไอเดียเราในตอนแรกเลย  เราอยากให้บรรยากาศในพิธีออกมาเหมือนในซีรี่ส์ Game Of Thrones เพราะฉะนั้น ชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็จะ Custom ให้เหมือนในเรื่องมาเลย  แต่โดนเบรคและท้วงติงมาว่าไม่เหมาะสม ไม่เหมาะไม่ควรเพราะเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์  ดังนั้น ไอเดียนี้จึงต้องตัดทิ้งไป  เลยได้ชุดเจ้าสาวแบบหางลากจากร้าน Banou Wedding มาแทน  หน้าร้านอยู่นนทบุรี เราจองเช่าตอนจัดโปรโมชั่นหน้าเฟส แต่เวลคลุมผมสั่งเช่าตัดใหม่ตามความยาวของชายกระโปรงชุด  ส่วนเจ้าบ่าวใช้สูทตัวเก่าที่มีอยู่แล้วค่ะ



ชื่อสินค้า:   Sunflower Bangbo
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่