เรื่องสั้น - ค่ำคืนอันหอมหวาน

-----

(ร่างที่ ๑)

ค่ำคืนอันหอมหวาน

เขียนโดย เสือเขียว

-----


มดนั่งอยู่ที่เคาท์เตอร์คิดเงิน ในช่วงกลางดึกของปลายเดือนมกราคม เธอทำงานนี้มาได้สามเดือนแล้วตั้งแต่ช่วงปลายตุลาคม และทุกวันนี้ก็ยังคงทำอยู่ เธอพอใจกับข้อเสนอรายได้พาร์ทไทม์ ๔๐ บาทต่อชั่วโมงมาก และเธอก็รักงานนี้เหมือนกับที่รักแฟนของเธอ
        
        ค่ำคืนนี้ดูเหมือนปกติทุกอย่าง เธอยังคงนั่งรอลูกค้าที่น้อยคนนักจะเข้ามาซื้อของในยามนี้ ฟังเสียงของเครื่องปรับอากาศดังต่อเนื่อง เผลอสัปหงกไปสองสามครั้งแต่ก็ดึงสติตัวเองกลับมาได้เสมอ ใช่ ทุกอย่างดูปกติ แต่มีสิ่งที่ผิดแปลกไป จนกระทั่งในเวลาต่อมา เธอถึงจะรู้ว่าความปกติได้หายไปแล้ว
        
        บรรยากาศโดยรอบแลดูเงียบเหงา เปล่าเปลี่ยวเหมือนอยู่ในวัดร้าง เสียงแอร์ยังคงดังออกมา แต่หูเธอแทบไม่รับรู้ ชั้นวางของหลายชั้นดูขลุกมัวหมอง และแสงไฟจากหลอดนีออนเริ่มกำลังลง นี่อาจไม่ใช่เรื่องจริง มันอาจเป็นแค่ความรู้สึกของเธอเอง แต่ไม่ว่ายังไง ร้านสะดวกซื้อแห่งนี้ก็เหมือนจะกลายเป็นเมรุร้างไปแล้ว…เมรุที่เคยใช้เผาศพคนๆหนึ่ง
        
        ทันใดนั้นเอง เสียงสัญญาณของคนเข้ามาในร้านก็ดังขึ้น พร้อมกับประตูเลื่อนเลื่อนเปิดออก มดมองตามร่างของคนปริศนาคนนั้น…หรืออาจไม่ใช่คน เธอสะดุ้งตกใเล็กน้อย หัวใจเต้นถี่ขึ้นสั่นระรัวอยู่ในอก ดูจากสรีระแล้วคนๆนั้นเป็นผู้หญิง ผิวขาดซีดอย่างกับสีหิมะ…หรือของคนตาย ผมสั้นแต่ปรกผมยาวมาปิดบังใบหน้าไว้ และเสื้อผ้ายังคงสภาพดีซึ่งต่างจากบุคลิกของเธอโดยสิ้นเชิง ฉันรู้จักคนๆนี้ มดคิดในใจ พยายามสงบสติอารมณ์ให้ได้มากที่สุด หรืออาจจะ แต่ฉันว่าฉันเคยเจอผู้หญิงคนนี้มาก่อน ในตอนที่ดูดีกว่า--
       
        เธอส่ายศีรษะ สะบัดทั้งหัวและความคิดนี้ให้ออกไปพ้นๆ หญิงปริศนาก้าวเข้ามาในร้านแล้ว เธอยืนอยู่หน้าประตูไม่ไหวติงต่อสิ่งใด ประตูเลื่อนค่อยๆปิดลง และเป็นช่วงจังหวะเดียวกับที่มดตั้งสติได้ หลังจากที่ปล่อยให้ตัวเองรู้สึกราวกับตกลงเหวไปนาน
   
        “ยินต้อนรับค่ะ--” เธอพูด ไม่ทันไรก็ร้องตามออกมา “เฮ่ย!” ความกลัวที่หายไปกลับเงื้อมมือมาจับเธอไว้ได้อีกครั้ง บัดนี้ หญิงปริศนากำลังหันหน้ามามองเธอ และทั้งสองก็สบตากัน
        
       มดรู้แล้วว่าทำไมถึงผิดแปลกไป ทำไมบรรยากาศถึงให้อารมณ์เหมือนอยู่ในเมรุร้าง สาเหตุมาจากหญิงปริศนาคนนั้น ในจังหวะที่ทั้งคู่สบตากัน มดก็แน่ใจแล้วว่า มันมาจากออร่าของหญิงปริศนา ออร่าจางๆสีดำที่แผ่ออกมารอบๆตัว ส่งผลให้บริเวณโดยรอบกลายเป็นสถานที่อันไม่พึงประสงค์ กลายเป็นความอึดอัดที่เหมือนถูกขังอยู่ในโรงศพทั้งเป็น พร้อม
กับสติสัมปัชญญะที่เริ่มหลุดลอยออกไป เพราะถูกความกลัวและความตกใจเข้าครอบงำ ตอนนี้ เธอแทบอยากจะกรี๊ดร้องออกมาดังๆ แต่ก็คงทำไม่ได้ เธอรู้สึกว่าความกลัวอุดปากเธอเอาไว้
       
        แม้หญิงปริศนาจะมีผมปรกหน้าจนมองเห็นไม่ชัดเท่าที่ควร แต่ริมฝีปากของเธอยังเห็นได้ชัดเจนและมันกำลังแสยะยิ้มให้ ยิ้มยิงฟันที่ไม่ควรจะใช้ทักทายใคร ราวกับยิ้มของศพที่ยังคงลืมตาและแสยะยิ้มออกมา

        เธอค่อยๆก้าวเข้ามาในร้าน ตรงมาหน้าเคาท์เตอร์

        นั่นคือสัญญาณที่เลวร้ายมากสำหรับมด เธอผงะถอยหลังจนไปชนกับโต๊ะ แม้ว่าจะสามารถวิ่งหนีได้ แต่เธอก็ไม่ทำ ไม่สิ เธอทำไม่ได้ การชนโต๊ะเมื่อครู่ทำให้รู้สึกเหมือนจนมุม ขาของเธอสั่น และไม่มีแรงพอจะขยับ เธอถูกตรึงอยู่กับที่เสียแล้ว

        หญิงปริศนาหยุดยืนอยู่หน้าเคาท์เตอร์ ระยะห่างของทั้งสองใกล้ชิดกันมาก มีเพียงแค่เคาท์เตอร์เท่านั้นที่กั้นเอาไว้พร้อมกับกลิ่นที่ลอยมาแตะจมูก กลิ่นเหม็นเน่า กลิ่นของไข่ไก่สด กลิ่นของดิน กลิ่นซากศพ และกลิ่นขี้ อาจจะมีมากกว่านี้ แต่โดยรวมแล้วกลิ่นอันไม่พึงประสงค์หลายๆอย่างถูกนำมาผสมกัน…จนกลายเป็นกลิ่นที่เกินจะบรรยาย มดเอานิ้วมาบีบจมูกทันที เพียงแค่ได้กลิ่นเพียงนิดเดียว มันก็อาจทำให้เธออ้วกออกมา

        หญิงปริศนายังคงยืนแสยะยิ้มให้อยู่อย่างนั้น และเธอก็ค่อยๆใช้มือที่กรังไปด้วยฝุ่นและเศษดิน ปัดผมที่ปรกหน้าเธอออก เผยให้ใบหน้าที่เต็มไปด้วยเศษและเศษดินอันขาวซีด และที่สำคัญ ดวงตาของเธอนั้นใหญ่โตผิดปกติ มันเบิกโพลงเหมือนกับจะหลุดออกจากเบ้าในไม่ช้า

        เพียงแค่เห็นลูกกระตาควบคู่ไปกับการแสยะยิ้ม มดคิดออกแล้วว่าตัวเองต้องทำอะไร และหญิงคนนี้เป็นใคร เราไม่ควรใช้คำว่าเธอ เราควรใช้คำว่ามัน เพราะหญิงปริศนาคนนั้นไม่ใช่คน ทันใดนั้น ขนแขนและท้ายทอยของมดก็ลุกซู่ขึ้น ในเวลาต่อมา เธอก็วิ่งหนีออกไปทางหลังร้านได้สำเร็จ

ความสับสนคือสิ่งแรกที่เธอรู้สึกหลังจากหนีออกมา ก่อนหน้านี้ ก่อนที่จะมาทำงาน มดเสพโคเคนมาแล้วสักหนึ่งกรัม มันมากพอที่จะทำให้เกิดอาการหลอนได้ อย่างการเห็นหญิงปริศนาเมื่อครู่ที่เธอคิดว่ามันเป็นผี ก็คือส่วนหนึ่งของอาการหลอน...แต่มันคือเรื่องจริง

        ขนาดตายไปแล้ว ยังจะตามมาอีกเหรอวะ เธอคิด

        ทีแรกตั้งแต่หญิงปริศนาก้าวเข้ามาในร้าน มดก็จำได้แล้วว่ามันเป็นใคร เธอเพียงแค่ปลอบใจตัวเองว่ามันก็แค่อาการหลอน แต่ใจหนึ่งเธอก็เชื่อว่านี่คือเรื่องจริง

        และมันก็เป็นเรื่องจริง

        เธอกลับมาที่ห้องในอพาร์ทเมนต์อย่างปลอดภัย ร้านสะดวกซื้อที่เธอทำงานอยู่ไม่ไกลจากที่พักมากนัก แม้ว่าจะต้องเสียงาน แต่เธอก็ไม่สนอีกแล้ว

        มดนอนลงบนเตียงแหงนหน้ามองเพดาน ก่อนหน้านี้เธออยู่อพาร์ทเมนต์อีกแห่ง และเพดานก็ไม่เหมือนกัน เธอไม่ได้อยู่คนเดียว เธออยู่กับเพื่อนสาวอีกหนึ่งคน อาศัยร่วมกันหารค่าห้อง จนกระทั่งเพื่อนของเธอตายไป มดจึงย้ายมาอยู่ที่ใหม่เอง

        แต่ไม่มีใครรู้ว่าเธอฆ่าเพื่อนตัวเอง

        เพื่อนของเธอถูกพบเป็นศพในเช้าของวันหนึ่ง สาเหตุคือพลัดตกจากระเบียงห้อง หรือก็คืออุบัติเหตุ และอาจเป็นไปได้ว่าฆ่าตัวตาย แต่ตำรวจคิดว่าไม่ใช่จึงปัดความคิดนี้ทิ้งไป ด้วยปัจจัยหหลายสาเหตุ ทั้งการเขียนจดหมายลาตายซึ่งไม่มีทิ้งไว้สักฉบับ ความเครียดจากการเรียนซึ่งก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ จากคำบอกเล่าของญาติเพื่อนฝูง เธอเป็นคนฉลาด และใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน…เกินกว่าจะฆ่าตัวตายได้

        เป็นไปได้ว่าอาจเป็นการฆาตกรรม และผู้ต้องสงสัยเพียงคนเดียวก็คือมด แน่นอน เธอรอดมาได้ เวลา ๒๓.๐๙ น. คือตอนที่เธอกลับมาที่ห้อง (กล้องวงจรปิดบันทึกไว้แบบนั้น) มดบอกว่า เธอขึ้นไปที่ห้องแต่ไม่เจอใคร แต่เห็นประตูเลื่อนระเบียงเปิดอยู่ ด้วยความเหนื่อย เธอรีบปิด ไม่สนใจอะไรแล้วเข้านอน จนกระทั่งเช้าที่ตำรวจมาเคาะห้อง เธอจึงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าหากที่ห้องนอนของพวกเธอมีกล้องวงจรปิด สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆจะปรากฏอย่แจ่มชัด ๒๓.๐๙ น. มดกลับมาที่ห้องแล้วเห็นเพื่อนของเธอยืนอยู่ที่ระเบียง ลมยามค่ำคืนพัดพาผมของเธอปลิวไสว ไม่กี่วินาทีต่อมา มดเดินไปหยิบมีดในห้องครัว

        “อิ้ง” มดพูดเรียบๆ

        เพื่อนของเธอหันมา แล้วต้องตกตะลึงกับมีดที่อยู่ในมือเธอ “มด” เธอพูด “เป็นอะไรไปเหรอ” เพียงแค่สิ้นเสียงคำพูดนั้น ราวกับฟางเส้นสุดท้ายได้ขาดสะบั้น มดรู้สึกว่าอยากจะฆ่าเธอขึ้นมาจริงๆจากความตั้งใจเดิมที่จะมาขู่อย่างเดียว

        “อีร่าน” เธอพูดขึ้นมาพร้อมกับแววตาของสัตว์นักล่าเฉกเช่นเสือ “แกรู้ใช่ไหมว่าทำอะไรลงไป”

        “ฉันเปล่าทำ—”

        “ยิ้ม! ฉันรู้นะว่าแกไปมีอะไรกับแฟนฉัน”
เธอส่ายศีรษะแล้วพูด “ไม่นะ เรื่องนั้นน่ะ แฟนของเธอ—”  มดเกลียดที่เพื่อนของเธอชอบทำหน้าซื่อเหมือนไม่รู้เรื่องนั้น และเธอรู้ดีว่าตัวเองกำลังโกรธ มือที่ถือมีดพร้อมจะพุ่งไปปักที่ท้องได้เสมอ และในชั่วอึดใจนั้นเอง ที่เพื่อนของเธอมีสีหน้าซีดเผือก สีหน้าที่เราจะได้เห็นมันก็ตอนที่เกิดไปเห็นคนข้ามถนนถูกรถชนต่อหน้าต่อตา สีหน้าบ่งบอกถึงความไม่คาดฝัน สีหน้าของเธอทำให้มดแปลกใจพอๆกับที่เพื่อนของเธอรู้สึก เพราะขณะนี้ สีหน้าของเธอกำลังแสยะยิ้ม…ยิ้มที่คนปกติเขาไม่ทำกัน

        รอยยิ้มที่ฉีกไปถึงใบหูเผยให้เห็นฟันทั้งสามสิบสองซี่ ยิ้มที่จะพบเฉพาะคนที่อยู่โรงพยาบาลจิตเวช ทันใดนั้นมดก็พูดทั้งยิ้ม แต่ไม่มีเสียงออกมา อย่างไรก็ตาม อิ้งอ่านปากของมดออก ปากที่เผยอเป็นคำว่า “ตายซะ” พูดจบ มดก็พุ่งตัวไปหาอึ้ง มือข้างหนึ่งถือมีดและพร้อมเล็งไปที่คอหอย แต่ด้วยความตกใจผสมกับความหวาดกลัว อิ้งผู้น่าสงสารถอยหลังหวังจะหนี ในชั่วพริบตา เธอหงายหลังตกจากขอบรั้วระเบียง เธอตกลงไปจากชั้นแปด ในมือทั้งสองข้างพยายามคว้าสิ่งของเพื่อยึดเหนี่ยว และสิ่งที่เธอคว้าได้มีเพียงแค่อากาศ ใบหน้าเต็มไปด้วยความอกสั่นขวัญแขวน ในขณะที่มดยินยิ้มมาให้เธอจากชั้นบน…ยิ้มให้แก่ความตาย และเสียงที่ฟังเหมือนกับรถเหยียบหนูก็ดังขึ้นในเวลาต่อมา

        มดยืนอยู่ที่เดิม ที่ที่เพื่อนของเธอตกลงไป แม้เธอจะย้ายมาอยู่อพาร์ทเมนต์ (ซึ่งมีระเบียงห้องไม่ต่างจากที่เก่า) แต่ความรู้สึกก็เหมือนกับอยู่บนระเบียงชั้นแปดในที่พักเก่า

        ลมยามรัติการณ์พัดผ่านจนทำให้ผมปลิวไสว รวมไปถึงม่านกั้นระหว่างระเบียงกับห้องที่อยู่ด้านหลัง เธอขนลุกซู่จากความหนาวเหน็บที่เกาะกุมหัวใจ ความหนาวเหน็บที่ก่อตัวจากบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ใช่ลม แต่เป็นสิ่งที่ยืนอยู่ในห้องหลังม่านนั้น เธอเห็นว่าหญิงปริศนาคนนั้นตามเธอมาจนได้ และมันกำลังยืนจ้องเธออยู่ ในขณะที่ม่านปลิวไสวเหมือนกับเส้นผมของเธอ อิ้งยังคงแสยะยิ้มเลียนแบบคนที่ฆ่า แต่ฆาตกรคนนั้น ตอนนี้กำลังอกสันขวัญแขวนเหมือนกับที่เธอรู้สึกในคืนของเวลา ๒๓.๐๙ น.

        มดผงะถอยหลังจนไปชนรั้วระเบียง หัวใจเต้นระริกเหมือนกับปืนที่มีกระสุนไม่จำกัด มันดังอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ไม่มีหยุดพัก

        กลิ่นเหม็นเน่าเหมือนกลิ่นหมูตายที่เน่าเป็นปีโชยมาตามสายลม และทันใดนั้น เธอก็อ้วกออกมาตามที่ใจต้องการไม่สามารถควบคุมมันได้อีกต่อไป ตอนแรกเธอกลัว แต่ตอนนี้เธอสับสน และอีกไม่ช้า ความโกรธจะครอบงำ…เหมือนกับที่เคยเป็นในวันนั้น

        นี่มันเดจาวูชัดๆ ฉันรู้แล้วว่ามันต้องการอะไร

        เธอเอ่ยขึ้นในที่สุด “นี่” อิ้งที่กลายสภาพเป็นผียังคงยืนนิ่ง จับจ้องมาที่มดโดยไม่ละสายตา “ฉันรู้นะว่าแกอยากทำอะไร อีอิ้ง” เธอพูด ในปากเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นเน่าไม่ต่างจากกลิ่นที่ลอยตามลม “อยากให้กูตายมากนักใช่ไหม ถ้าแค้นขนาดกลับมาจากนรกแล้วมาตามกูได้ เอ๊ะ! หรือกลับจากสวรรค์ ช่างยิ้ม ยังไงก็ตาม จำที่กูพูดไว้ กูไม่มีวันถูกฆ่าด้วยน้ำมือหรอก ไม่มีวันโว้ย!”

        ว่าแล้ว เธอก็หันหลัง จับขอบรั้วแล้วกระโดดลงจากห้องพักชั้นสาม ใบหน้าเต็มไปด้วยความบิดเบี้ยวทางด้านอารมณ์ และเสียงที่ฟังเหมือนคนเหยียบขี้ก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงแกร๊กในเวลาต่อมา

เธอฆ่าตัวตายในเวลา ๒๓.๐๙ น. ด้วยการโดดจากระเบียงชั้นสาม ตามความจริง เธอมีโอกาสรอดชีวิตมากกว่าการโดดจากชั้นแปด แต่โชคดีที่เธอเอาหัวลงจึงตายในทันที ไม่ต้องทรมาณนอนรอความตายดั่งที่ควรจะเป็น

        ชายขี้เมาคนหนึ่งเดินผ่านมาเห็นศพเธอแล้วถึงกับอ้วกแตกออกมา พร้อมกับกรีดร้องอย่างเสียสติ เพราะภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็เสียสติไม่แพ้กัน ศพของหญิงสาวมีใบหน้าแสยะยิ้มในขณะตาย ดวงตาเบิกโพลงจนเหมือนจะหลุดออกจากเบ้า หมอชัณสูตรศพแล้วพบสารเสพติดในร่างกายของเธอ ตำรวจลงความเห็นไว้อย่างไม่แน่ชัดในส่วนของสาเหตุการ
ตาย แต่เท่าที่สรุปได้ เธอเสียชีวิตจากการมึนเมาแล้วพลัดตกจากระเบียงห้อง และจากนั้นเป็นต้นมา ไม่มีใครมาเช่าหอพักนี้อีกเลย เนื่องจากทุกคืนจะมีเสียงของหญิงสองคนทะเลาะกันดังสนั่น และตามมาด้วยเสียงที่เหมือนกับสมองระเบิดแผละ แผละ แผละ จนกระทั่งหอพักได้ปิดตัวลง กลายเป็นเพียงอาคารร้างแห่งหนึ่ง เรื่องเล่านี่ก็ยังถูกเล่าขานต่อมาจวบจน
ไม่มีจากไป พร้อมกับเสียงแผละ แผละ ที่ดังทุกคืนในเวลา ๒๓.๐๙ น.

จบ


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่