สมัยนั้นผมอายุยังน้อยประมาณ 21 เพิ่งเกณฑ์ทหารเสร็จ ครอบครัวที่ขายอาหาร ขายของไม่ดีพูดง่ายๆคือเจ๊ง แม่ก็ผ่อนบ้านไม่ไหวต้องขายต่อไปถูกๆ หลังจากนั้นครอบครัวของเราก็แตกกระจาย ผมก็ดูแลน้อง 2 คนส่งเสียเล่าเรียนเลี้ยงดู ก็ไปหาเช่าบ้านอยู่หลายปี ยุคนั้นเริ่มมีการจัด "ตลาดนัดท้ายรถ" เอาของเก่ามาขายแบกะดินเพราะเศรษฐกิจตกต่ำ
ผมก็เอามาขายกับเขาด้วยปูผ้าขายกับน้องสาว สนุกดีและชอบการขายของ จากนั้นก็เก็บไว้อยู่ในใจ ทำงานเป็นลูกจ้างต่อไป จนอายุประมาณ 25 โชคดีได้เงินทุนมาก้อนนึงเล็กๆไม่กี่หมื่นบาทผมตัดสินใจออกมาเปิดร้านขายของมือสองทันทีเป็นความฝันที่เก็บไว้ในใจมาหลายปีเปิดในปี 2545
ก็ทำมาได้ปีสองปี จนภาวะเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น สมัยนายกทักษิณ ของมือ 2 ไม่มีละ ก็เลยผันตัวไปขายของใหม่ก็ทำมาเรื่อยๆจนถึงปัจจุบันนี้กว่า 18 ปีแล้ว ก็มีทุกอย่างที่พอจะเชิดหน้าชูตาได้ไม่อายใคร
วิกฤติครั้งนี้ผมอยากได้เห็น คนเอาของมาปล่อย ของที่เคยซื้อไว้เอามาสร้างเงินกันได้นะครับ ขอฝากไว้ให้คิด ผมเชื่อว่ามีเยอะแทบทุกคนแทบทุกบ้าน โชคดีครับในวิกฤตมีโอกาส อย่ายอมแพ้แล้วเราจะชนะในที่สุด😉☺️
ผมจะเล่าเรื่องธุรกิจเล็กๆตอนหลังสมัยต้มยำกุ้งให้ฟังที่ทำให้ผมอยู่มาได้ถึงทุกวันนี้
ผมก็เอามาขายกับเขาด้วยปูผ้าขายกับน้องสาว สนุกดีและชอบการขายของ จากนั้นก็เก็บไว้อยู่ในใจ ทำงานเป็นลูกจ้างต่อไป จนอายุประมาณ 25 โชคดีได้เงินทุนมาก้อนนึงเล็กๆไม่กี่หมื่นบาทผมตัดสินใจออกมาเปิดร้านขายของมือสองทันทีเป็นความฝันที่เก็บไว้ในใจมาหลายปีเปิดในปี 2545
ก็ทำมาได้ปีสองปี จนภาวะเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น สมัยนายกทักษิณ ของมือ 2 ไม่มีละ ก็เลยผันตัวไปขายของใหม่ก็ทำมาเรื่อยๆจนถึงปัจจุบันนี้กว่า 18 ปีแล้ว ก็มีทุกอย่างที่พอจะเชิดหน้าชูตาได้ไม่อายใคร
วิกฤติครั้งนี้ผมอยากได้เห็น คนเอาของมาปล่อย ของที่เคยซื้อไว้เอามาสร้างเงินกันได้นะครับ ขอฝากไว้ให้คิด ผมเชื่อว่ามีเยอะแทบทุกคนแทบทุกบ้าน โชคดีครับในวิกฤตมีโอกาส อย่ายอมแพ้แล้วเราจะชนะในที่สุด😉☺️