นักบอลโควต้ากับเซ่อซ่าห้องคิง (ปฐมบท)

"อีกห้านาทีจะหมดเวลาสอบ ขอให้นักเรียนทุกคนตรวจสอบกระดาษคำตอบของตัวเองให้เรียบร้อยนะคะ"
สิ้นเสียงประกาศจากคุณครูผู้คุมประจำห้องสอบ เอ็มก็วางดินสอลงพอดี แล้วก็พลิกกระดาษข้อสอบกลับคืนสู่หน้าแรก 
เอ็มเริ่มมองทบทวนแบบผ่านๆคำตอบทั้งหมดอีกครั้งเพื่อตรวจทานสิ่งที่ตอบทั้งหมดตั้งแต่หน้าแรก 
แต่ท้ายที่สุดก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ลมเย็นพัดสบายๆผ่านเข้ามารอบกาย 
เค้ามองออกไปนอกหน้าต่างของห้องสอบ มันช่างเป็นโรงเรียนที่ใหญ่โตเสียนี่กระไร ถ้าเปรียบเทียบกับโรงเรียนที่เคยเรียนที่ต่างจังหวัด 
นักเรียนมากมายที่มาด้วยความมุ่งหวังเดียวกับเค้า ที่จะได้มีโอกาสเข้าเรียนที่โรงเรียนชื่อดังแห่งนี้ 
แต่เค้ากลับไม่เคยรู้จักโรงเรียนนี้ ในเมืองฟ้าอมรอันกว้างใหญ่แห่งนี้มาก่อนแม้แต่น้อย 

"ไปลองสอบเข้าโรงเรียนนี้ที่กรุงเทพดูซิ..พี่ชายของเอ็มก็เรียนที่นี้ เผื่อมีอะไรจะได้ช่วยเหลือกันได้"
แม่พูดเปรยขึ้นมาในขณะที่มือก็กำลังง่วนกับการทำงานของตัวเอง 
ส่วนเอ็มก็กำลังนั่งกินข้าวอยู่ไม่ห่างจากแม่มากนัก 
เอ็มเงยหน้าขึ้นมามองไปทางต้นเสียงอย่างสงสัยเพราะเค้าไม่เคยคิดว่าจะต้องเข้ามากรุงเทพฯ เข้ามาเพื่อเรียนต่อชั้นมัธยมต้น

เอ็ม เป็นเด็กต่างจังหวัดที่ไม่เคยรู้จักกรุงเทพและไม่เคยเข้ามากรุงเทพมาก่อน 
ชีวิตของเอ็มที่ต่างจังหวัดมีเพียงบ้านและโรงเรียนเท่านั้น 
ไม่เคยไปที่อื่นนอกเหนือจากนี้ 
พอได้ยินคำว่า "กรุงเทพ" 
ใจนึงเค้าก็ยังมีนงงกับประสบการณ์ใหม่ที่รออยู่ข้างหน้า ใจนึงก็แอบกลัวและใจนึงก็แอบตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย

"เอ็มสอบเข้าที่โรงเรียนในเมืองไม่ได้หรอแม่ ไม่เห็นต้องไปเรียนกรุงเทพเลย"
"ไปเรียนกรุงเทพแหละ จะได้เรียนโรงเรียนดีๆ มีโอกาสดีๆ"
แม่ละสายตาจากงานที่ทำแล้วหันมามองด้วยแววตาที่อบอุ่น 
เอ็มสบตาแม่กลับ ในแววตานั้นคือความรู้สึกรักและเป็นห่วงที่มีให้เค้าเสมอ 
แม่เป็นคนขยัน ประหยัดและอดทน 
แม่ทำงานตั้งแต่เช้าถึงค่ำ ทุกวันไม่เคยหยุด เพื่อหาเงินให้ลูกๆทุกคนได้เรียนให้ได้มากที่สุด

"พี่อาร์มก็อยู่กรุงเทพ อยู่ด้วยกันจะได้ช่วยเหลือกัน ดูแลกันนะลูก"
แม่พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ 
แต่เอ็มรู้สึกได้ถึงความสั่นเครือจากเบื้องลึกของความรู้สึก ที่ถึงวันที่ลูกชายคนเล็กของแม่จะต้องมาใช้ชีวิตในเมืองใหญ่แห่งนี้ด้วยตนเอง

"หมดเวลาคะ นักเรียนทุกคน เอากระดาษข้อสอบวางไว้บนโต๊ะ แล้วออกจากห้องสอบได้"
เสียงประกาศทำให้เอ็มตื่นจากภวังค์ กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้ง 
นักเรียนทุกคนเริ่มทยอยเดินออกจากห้องสอบ 
บางคนที่มาด้วยกันก็จับกลุ่มคุยกันเกี่ยวกับข้อสอบที่ได้ทำผ่านมา 
โดยหยิบยกเอาคำตอบของตัวเองเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุดมาทับถมเพื่อนอย่างสนุกสนาน 
พ่อแม่บางคนกำลังพูดคุยกับลูกเกี่ยวกับการสอบที่ผ่านมา 
แต่เอ็มกลับเดินออกจากห้องสอบอย่างเงียบเชียบเพียงลำพังเพราะมาสอบเพียงคนเดียว 
ไม่มีเพื่อนจากต่างจังหวัดมาสอบด้วย 

พี่อาร์ม พี่ชายของเอ็มมาส่งหน้าห้องสอบและบอกให้กลับบ้านด้วยตัวเองหลังสอบเสร็จ 
ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเค้ามากนักเพราะเอ็มพอจะรู้วิธีการกลับบ้านด้วยรถเมย์สายที่พี่ชายบอกเอาไว้

"ทำอะไรต่อดีละ...เดินไปดูรอบๆโรงเรียนดีกว่า" 
เอ็มใช้เวลาหลังสอบเสร็จเพื่อสำรวจโรงเรียนแห่งนี้ ว่ามันมีอะไรบ้างหนักหนา 
ทำไมเด็กนักเรียนประถมปีที่หกจำนวนมากมายจึงอยากเข้ามาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ 
ต้องมาสอบแข่งขันกันเพื่อให้ได้มีโอกาสเป็นหนึ่งในนักเรียนมัธยมปีที่หนึ่งของโรงเรียนชื่อดังแห่งนี้
โรงเรียนแห่งนี้มีตึกเรียนมากมายหลายตึก 
บางตึกเป็นตึกเก่าแต่โบราณที่มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน 
ตึกบางตึกถูกสร้างขึ้นใหม่ก็เป็นตึกสูงหลายชั้นดูตระการตาสำหรับนักเรียนต่างจังหวัดอย่างเอ็ม 
สองเท้าของเอ็มเดินไปเรื่อยเปื่อยแบบไร้จุดหมาย จนมานั่งหยุดพักอยู่บนอัฒจันทร์ข้างสนามฟุตบอลในโรงเรียน 

สายตาของเอ็มก็มองไปแบบเหม่อ..เหม่อ 
"นั่งเล่นสักพักละกัน ไม่รู้จะไปไหนดี"
 กลางสนามฟุตบอลกำลังมีกลุ่มนักฟุตบอลกลุ่มใหญ่กำลังทำอะไรก็ไม่รู้ ซึ่งเค้าก็ไม่ได้สนใจมากนัก 
กีฬากับเอ็ม มันเป็นเรื่องไกลตัวอยู่ พอสมควร 
ไม่ใช่ว่าไม่เล่น ไม่ดูนะ ก็เล่นบ้าง ดูบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทุ่มเท อะไรมากนัก 
เล่นไปงั้นๆ เองพอแก้เซ็ง 
เพราะเวลาส่วนใหญ่ของเอ็ม จะหมดไปกับการอ่านหนังสือซะมากกว่า
สายตาของเค้าก็มองไปเรื่อยเปื่อยกับเกมส์การแข่งขันที่เกิดขึ้นภายในสนาม 
ดูบ้าง ไม่ดูบ้างตามนิสัยของเอ็มที่ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก 
บางจังหวะก็พลิกดูหนังสือที่ถือติดมือมาทบทวนก่อนสอบ จนกระทั่ง

"................ฟิ้ว...............เปรี้ยง.............เชี่ยยยยยย...................."
เสียงร้องพร้อมกับสมุด หนังสือและเครื่องเขียนที่กระจาย
ด้วยความตกใจจากแรงกระแทกของลูกบอลที่อัดเข้าอัฒจันทร์ไม่ห่างนักจากตัวเค้ามากนัก 
เคราะห์ดีที่ไม่โดนกระแทกแบบตรงๆแต่แรงอัดก็รู้สึกได้ถึงความรุนแรงของบอลที่เตะมา

"ใครแกล้งเราวะ......" 
เอ็มสบถอยู่ในใจและมองหาที่มาของลูกบอลที่อัดมาอย่างเต็มแรง ลูกบอลยังคงหมุนอยู่ข้างๆที่นั่งของเค้า 
แต่สมุด หนังสือ และเครื่องเขียนที่กระจายไปทั่วอยู่รอบๆ 

"เฮ้ย นาย เก็บบอลให้เราหน่อย.........มานั่งทำไรแถวนี้เนี่ย"
เจ้าของเสียงพร้อมยิ้มที่มุมปากนิดๆแสดงความขำกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 
ไม่มีแม้แต่คำว่าขอโทษสักคำเดียวแถมมากวนปาทาอีก 

"เร็วดิ ชักช้าอยู่ได้..."
เห้ย...ใช้งานคนอื่นแล้วยังมาว่าอีกหรอ ยังไงกันวะ 
เอ็มชักของขึ้นเบาๆ แต่ก็เก็บอาการไว้อย่างสงบ
เอ็มโยนบอลคืนให้ไปให้ แต่ไปทางอื่น 
เพื่อให้ไปเก็บเอาเอง..... 

"เห้ย โยนไปไหนว้าาาาา"

"อยากได้ก็ไปเก็บเอาเองดิ"
เอ็มคิดในไนใจเพราะเสียงนั้นไม่ได้หลุดรอดออกไปจากปากของเค้าแม้แต่น้อย 
แม่สอนเสมอให้เป็นเด็กสุภาพ ไม่พูดคำหยาบคาย 
แม้เค้าจะเคยได้ยินเด็กๆคนอื่นพูดกันเหมือนเป็นคำติดปาก
เอ็มอมยิ้มกับการกระทำตอบกลับของเค้า อย่างน้อยเค้าก็ได้โต้ตอบออกไปบ้าง 
คนอะไร ทำคนอื่นตกใจ ไม่มีคำขอโทษสักคำ 

เอ็มจึงรีบเก็บข้าวของที่กระจัดกระจายอย่างดูเก้ๆกังๆ 
แล้วเดินลงไปจากอัฒจันทร์อย่างอารมณ์เสียนิดๆ ระคนสะใจหน่อยๆ 
เดินจากสนามฟุตบอลไป โดยที่ไม่รู้ว่า
มีสายตาคู่นึงจับจ้องกลับมาที่เค้าด้วยแววตาขบขันและเอ็นดู
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่