. หลังจากที่ได้ร่ำเรียนการเล่นหมากรุกมาระยะหนึ่ง ด้วยความลำบากยากเข็ญของอาจารย์
ในวันหนึ่งท่านก็ได้ตั้งหมากกลขึ้นมาชุดหนึ่ง แล้วบอกว่านี่คือหมากกลของท่านอาจารย์ทวด
ด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่องลำพองใจ ของเด็กหัดใหม่อย่างเราแต่เขลามานานแล้ว
ยังไม่ทันฟังอะไร ก็รีบเดินหมากเพื่อแสวงหาความพ่ายแพ้ให้แก่ตัวเองทันที
1 กระดาน 2 กระดาน 3 ชั่วโมง 4 ชั่วโมง 5 วัน 8 วัน มันก็ยังแก้หมากกลนี้ไม่ได้
สุดท้ายก็ต้องโดนอาจารย์ตีมือ แล้วพูดเป็นครั้งที่พันกว่าว่า "ยังไม่ทันฟังอะไรก็รีบเดินซะแล้ว"
ที่อาจารย์สอนกรอกหูอยู่ทุกครั้งก็คือ "ให้คิดทั้งกระดานก่อนที่จะเดินหมาก"
ซึ่งเราก็มักจะลืมเสียสิ้น เมื่อได้เห็นตัวหมากรุกยืนยิ้มเผล่อยู่บนกระดาน
คันไม้คันมือ เห็นตาว่างตรงไหนพอเดินได้ก็เดิน ขาดชั้นความคิดที่สลับซับซ้อน
หมากกลง่าย ๆ ยังแก้ไม่ค่อยจะได้ แต่ท่านอาจารย์ทำไมถึงเอาหมากที่ซับซ้อนมากกว่า 10 ชั้นมาให้แก้
แต่ท่านก็ได้อธิบายว่า "ถ้าหวังผลเลิศ เราจะต้องมีความปราณีต คิดให้ละเอียดลออ"
และความปราณีตจะเกิดขึ้นได้เป็นนิสัย ก็จากการฝึกฝนจิตใจ ฝึกฝนวิธีคิดและการกระทำ
ซึ่งท่านก็รู้อยู่แล้วว่าเราทำไม่ได้ แต่ที่ให้ทำเพราะว่าต้องการฝึกฝนเราให้รู้จักคิดก่อนทำ
แล้วทำไมเราดันทะลึ่งมาคุยเรื่องหมากรุก ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานของบ้านเมืองเช่นนี้
ก็เพราะว่าเราเห็นสถานการณ์ในยามนี้ คล้าย ๆ กับหมากกลที่อาจารย์ตั้งให้เราแก้
จะเดินตาไหนก็ลำบาก จะแก้เรื่องโควิด เศรษฐกิจก็หดตัว จะให้ค้าขายกันได้ทั่ว ๆ ก็กลัวโควิด
จึงเป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ กับการที่จะนำทั้งสองเรื่องนี้ มาเชื่อมต่อกันให้เกิดความสมดุลย์ได้
ซึ่งก็มีตัวอย่างจากหลาย ๆ ประเทศแล้วว่า ถ้าการเชื่อมต่อไม่สมดุลย์แล้วอะไรจะเกิดขึ้น
ฉนั้นหมากตานี้ ผู้ที่มีหน้าที่ ๆ จะตัดสินใจ จึงจำเป็นจะต้องใช้ความระมัดระวัง
อ่านทั้งกระดาน ไม่ว่าจะเป็นด้านสาธารณสุข , ด้านเศรษฐกิจ และอื่น ๆ
เพื่อฟื้นคืนประโยชน์สุขและความปลอดภัยของประชาชน ให้ได้มากที่สุด
แม้ว่าจะได้ไม่เท่าเดิมก็ตาม
เดินหมากผิดเพียงตาเดียวแพ้ทั้งกระดาน คิดทั้งกระดานเพื่อเดินหมากเพียงตาเดียว
ในวันหนึ่งท่านก็ได้ตั้งหมากกลขึ้นมาชุดหนึ่ง แล้วบอกว่านี่คือหมากกลของท่านอาจารย์ทวด
ด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่องลำพองใจ ของเด็กหัดใหม่อย่างเราแต่เขลามานานแล้ว
ยังไม่ทันฟังอะไร ก็รีบเดินหมากเพื่อแสวงหาความพ่ายแพ้ให้แก่ตัวเองทันที
1 กระดาน 2 กระดาน 3 ชั่วโมง 4 ชั่วโมง 5 วัน 8 วัน มันก็ยังแก้หมากกลนี้ไม่ได้
สุดท้ายก็ต้องโดนอาจารย์ตีมือ แล้วพูดเป็นครั้งที่พันกว่าว่า "ยังไม่ทันฟังอะไรก็รีบเดินซะแล้ว"
ที่อาจารย์สอนกรอกหูอยู่ทุกครั้งก็คือ "ให้คิดทั้งกระดานก่อนที่จะเดินหมาก"
ซึ่งเราก็มักจะลืมเสียสิ้น เมื่อได้เห็นตัวหมากรุกยืนยิ้มเผล่อยู่บนกระดาน
คันไม้คันมือ เห็นตาว่างตรงไหนพอเดินได้ก็เดิน ขาดชั้นความคิดที่สลับซับซ้อน
หมากกลง่าย ๆ ยังแก้ไม่ค่อยจะได้ แต่ท่านอาจารย์ทำไมถึงเอาหมากที่ซับซ้อนมากกว่า 10 ชั้นมาให้แก้
แต่ท่านก็ได้อธิบายว่า "ถ้าหวังผลเลิศ เราจะต้องมีความปราณีต คิดให้ละเอียดลออ"
และความปราณีตจะเกิดขึ้นได้เป็นนิสัย ก็จากการฝึกฝนจิตใจ ฝึกฝนวิธีคิดและการกระทำ
ซึ่งท่านก็รู้อยู่แล้วว่าเราทำไม่ได้ แต่ที่ให้ทำเพราะว่าต้องการฝึกฝนเราให้รู้จักคิดก่อนทำ
แล้วทำไมเราดันทะลึ่งมาคุยเรื่องหมากรุก ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานของบ้านเมืองเช่นนี้
ก็เพราะว่าเราเห็นสถานการณ์ในยามนี้ คล้าย ๆ กับหมากกลที่อาจารย์ตั้งให้เราแก้
จะเดินตาไหนก็ลำบาก จะแก้เรื่องโควิด เศรษฐกิจก็หดตัว จะให้ค้าขายกันได้ทั่ว ๆ ก็กลัวโควิด
จึงเป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ กับการที่จะนำทั้งสองเรื่องนี้ มาเชื่อมต่อกันให้เกิดความสมดุลย์ได้
ซึ่งก็มีตัวอย่างจากหลาย ๆ ประเทศแล้วว่า ถ้าการเชื่อมต่อไม่สมดุลย์แล้วอะไรจะเกิดขึ้น
ฉนั้นหมากตานี้ ผู้ที่มีหน้าที่ ๆ จะตัดสินใจ จึงจำเป็นจะต้องใช้ความระมัดระวัง
อ่านทั้งกระดาน ไม่ว่าจะเป็นด้านสาธารณสุข , ด้านเศรษฐกิจ และอื่น ๆ
เพื่อฟื้นคืนประโยชน์สุขและความปลอดภัยของประชาชน ให้ได้มากที่สุด
แม้ว่าจะได้ไม่เท่าเดิมก็ตาม