●● 'อดีตอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์' ซูฮก 'บิ๊กตู่' ...งัดกลยุทธ์ชั้นเซียน ส่งเทียบเชิญ 20 มหาเศรษฐีเมืองไทย ●●
19 เม.ย.63 - นายธีระพงษ์ โสดาศรี อดีตอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ โพสต์เฟซบุ๊ก โดยเขียนบทความเรื่อง
"กลยุทธ์ชั้นเซียน" ของนายกรัฐมนตรี มีเนื้อหาดังนี้ ...
พลันที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกล่าวแถลงการณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่ง
ประเทศไทย (ทรท.) ถึงสถานการณ์โควิด-19 เมื่อวันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2563 ระบุว่า...
ประการแรก
จะออกจดหมายเปิดผนึกถึงมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศไทย 20 คน โดยขอให้ท่านเหล่านั้น
ได้บอกนายกรัฐมนตรีว่า ในฐานะที่ท่านเป็นผู้อาวุโสของสังคม ท่านจะร่วมมือกันกับรัฐบาลอย่างไร และท่านจะ
ลงมือช่วยเหลือประเทศไทยของเราให้มากขึ้น ได้อย่างไรบ้าง
ประการที่สอง
คือ นายกรัฐมนตรีจะไปพบกับสมาคมภาคธุรกิจไม่ว่าจะขนาดกลาง หรือขนาดเล็ก เพื่อรับฟังพวกท่านด้วยตัวของ
นายกรัฐมนตรีเองโดยตรง ไม่ต้องผ่านหน่วยงานใด เพื่อให้นายกรัฐมนตรีจะได้รับทราบถึงสถานการณ์ที่แท้จริง
ก็มีเสียงสะท้อนออกมาหลายมุมมอง ทั้งที่คิดบวก และคิดลบ
แต่หากมองในฐานะของนักประชาสัมพันธ์แล้ว นี่คือกลยุทธ์อย่างสำคัญยิ่งในการสื่อสารกับพี่น้องประชาชนคนไทย
ทั้งประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ได้ชื่อว่ามีอิทธิพลทางด้านการค้า การเศรษฐกิจของประเทศเป็นสำคัญ
เพราะนั่นเป็นการแสดงว่า...
ประการแรก...
นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ตลอดจนส่วนราชการต่างๆ ไม่ได้ทำงานแต่เพียงลำพังเพียงผู้เดียว
แต่อยากจะฟังความคิดเห็นของผู้ที่กุมเศรษฐกิจสำคัญของประเทศชาติ ว่าท่านเหล่านี้จะมีบทบาทสำคัญอย่างไร
ในการที่จะช่วยเหลือฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศชาติได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะภายหลังจากที่โรคโควิด - 19
ได้ผ่านพ้นไปแล้ว ซึ่งจะต้องมีการช่วยกันฟื้นฟูประเทศชาติอย่างมโหฬารทั้งภาครัฐ และเอกชนจะต้องร่วมมือกัน
อย่างจริงจัง
การกล่าวแถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้นำสูงสุดของประเทศที่จะมีหนังสือเปิดผนึกเชิญมหาเศรษฐีของ
เมืองไทยไปพบปะ พูดคุยกับนายกรัฐมนตรี นี่คือการหาการมีส่วนร่วมของประชาชนกลุ่มสำคัญของประเทศ
ซึ่งจะมีผลต่อรากหญ้า หรือต่อพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่กำลังประสบกับภาวะเศรษฐกิจที่ง่อนแง่น
ในขณะนี้
แน่นอนที่สุดเสียงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภาก็มีส่วนสำคัญ ซึ่งรัฐบาลก็จะดำเนินการตาม
ช่องทางหรือระบบของรัฐสภาที่มีอยู่แล้วในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้
ผลพลอยได้จากการที่นายกรัฐมนตรีจะพบกับมหาเศรษฐีของเมืองไทยในครั้งนี้ ก็จะได้รู้ถึงความรับผิดชอบต่อ
ประเทศชาติบ้านเมืองร่วมกันว่ามหาเศรษฐีเหล่านี้ว่า มีจิตสำนึกมากน้อยเพียงใด พี่น้องประชาชนชาวไทยก็จะได้
รับทราบ
ประการที่สอง
นายกรัฐมนตรีจะไปพบกับสมาคมภาคธุรกิจไม่ว่าจะขนาดกลาง หรือขนาดเล็ก เพื่อรับฟังพวกท่านด้วยตัวของ
นายกรัฐมนตรีเองโดยตรง ไม่ต้องผ่านหน่วยงานใดเพื่อให้นายกรัฐมนตรีจะได้รับทราบถึงสถานการณ์ที่แท้จริง
นั่นคือการใช้กระบวนการประชาสัมพันธ์ในการออกไปสอบถามความคิดเห็น เพื่อที่จะได้รับทราบปัญหา จุดบกพร่อง
วิธีการแก้ไข เพื่อจะมาวางแผนในการที่จะแก้ไขดำเนินงานเพื่อให้ตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชนมากที่สุด
โดยจะได้รับความร่วมมือและช่วยเหลือจากภาคธุรกิจ หรือมหาเศรษฐีระดับประเทศที่มีส่วนสำคัญในการร่วมมือกัน
พัฒนาประเทศในครั้งนี้
ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ จะเห็นได้ว่านายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาลนั้นมีแต่ได้กับได้
ได้อย่างแรก...
คือได้พบประกับผู้มีส่วนสำคัญทางด้านเศรษฐกิจของประเทศชาติ ซึ่งทั่วโลกแม้กระทั่งประเทศไทยเราเองก็กำลัง
ประสบกับปัญหาอยู่ในขณะนี้
ได้ต่อมา...
ก็คือได้รับทราบแนวทาง วิธีการที่จะนำมาแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด
ได้ประการต่อมา...
คือได้สยบข่าวที่ว่าไม่ฟังเสียงของประชาชน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญยิ่งต่อประเทศชาติ
ได้อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญ...
คือนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี หรือรัฐบาลไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่จะได้ภาพของความร่วมมือระหว่างรัฐ
กับเอกชน ซึ่งจะเข้มแข็ง และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย และนานาประเทศว่า รัฐบาลได้มุ่งมั่นเอาใจใส่ที่จะ
แก้ปัญหาโรคโควิด - 19 หรือแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างจริงจังต่อไป
นี่คือ “กลยุทธ์ชั้นเซียน” ของนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลที่จะสยบข่าวลือต่างๆ ที่เกิดขึ้น
ส่วนผลเสียจะเกิดขึ้นกับบรรดาเจ้าสัวมหาเศรษฐีทั้งหลาย...
ที่หากท่านเมื่อได้รับหนังสือแล้วจะมาพบกับนายกรัฐมนตรีหรือไม่ และท่านจะเสนอวิธีการช่วยเหลือแบบไหน
อย่างไร นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สังคมกำลังจับตามองดูบทบาทของท่านอยู่
ส่วนพรรคการเมือง นักการเมือง หรือประชาชนที่อาจจะไม่เห็นด้วยกับวิธีการนี้...
นั่นก็ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของท่านว่า แล้วจะให้ทำอย่างไร หรือท่านมีวิธีการอย่างไร ซึ่งต่างก็มีช่องทางในการสื่อสาร
ซึ่งท่านจะเสนอแนะให้ความคิดเห็นต่อรัฐบาลหลายช่องทางอยู่แล้ว
เราก็มาคอยดูกันต่อไปนะครับว่า หลังจากนี้แล้ว จะเกิดภาพที่ดียิ่งต่อรัฐบาล และต่อประเทศชาติของเราอย่างไร
หรือจะเกิดผลเสียอะไรตามมา ต้องคอยดูบทบาทของแต่ละคนต่อไปครับ.
Cr. :
https://www.thaipost.net/main/detail/63633
●● 'อดีตอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์' ซูฮก 'บิ๊กตู่' ...งัดกลยุทธ์ชั้นเซียน ส่งเทียบเชิญ 20 มหาเศรษฐีเมืองไทย ●●
19 เม.ย.63 - นายธีระพงษ์ โสดาศรี อดีตอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ โพสต์เฟซบุ๊ก โดยเขียนบทความเรื่อง
"กลยุทธ์ชั้นเซียน" ของนายกรัฐมนตรี มีเนื้อหาดังนี้ ...
พลันที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกล่าวแถลงการณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่ง
ประเทศไทย (ทรท.) ถึงสถานการณ์โควิด-19 เมื่อวันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2563 ระบุว่า...
ประการแรก
จะออกจดหมายเปิดผนึกถึงมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศไทย 20 คน โดยขอให้ท่านเหล่านั้น
ได้บอกนายกรัฐมนตรีว่า ในฐานะที่ท่านเป็นผู้อาวุโสของสังคม ท่านจะร่วมมือกันกับรัฐบาลอย่างไร และท่านจะ
ลงมือช่วยเหลือประเทศไทยของเราให้มากขึ้น ได้อย่างไรบ้าง
ประการที่สอง
คือ นายกรัฐมนตรีจะไปพบกับสมาคมภาคธุรกิจไม่ว่าจะขนาดกลาง หรือขนาดเล็ก เพื่อรับฟังพวกท่านด้วยตัวของ
นายกรัฐมนตรีเองโดยตรง ไม่ต้องผ่านหน่วยงานใด เพื่อให้นายกรัฐมนตรีจะได้รับทราบถึงสถานการณ์ที่แท้จริง
ก็มีเสียงสะท้อนออกมาหลายมุมมอง ทั้งที่คิดบวก และคิดลบ
แต่หากมองในฐานะของนักประชาสัมพันธ์แล้ว นี่คือกลยุทธ์อย่างสำคัญยิ่งในการสื่อสารกับพี่น้องประชาชนคนไทย
ทั้งประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ได้ชื่อว่ามีอิทธิพลทางด้านการค้า การเศรษฐกิจของประเทศเป็นสำคัญ
เพราะนั่นเป็นการแสดงว่า...
ประการแรก...
นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ตลอดจนส่วนราชการต่างๆ ไม่ได้ทำงานแต่เพียงลำพังเพียงผู้เดียว
แต่อยากจะฟังความคิดเห็นของผู้ที่กุมเศรษฐกิจสำคัญของประเทศชาติ ว่าท่านเหล่านี้จะมีบทบาทสำคัญอย่างไร
ในการที่จะช่วยเหลือฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศชาติได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะภายหลังจากที่โรคโควิด - 19
ได้ผ่านพ้นไปแล้ว ซึ่งจะต้องมีการช่วยกันฟื้นฟูประเทศชาติอย่างมโหฬารทั้งภาครัฐ และเอกชนจะต้องร่วมมือกัน
อย่างจริงจัง
การกล่าวแถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้นำสูงสุดของประเทศที่จะมีหนังสือเปิดผนึกเชิญมหาเศรษฐีของ
เมืองไทยไปพบปะ พูดคุยกับนายกรัฐมนตรี นี่คือการหาการมีส่วนร่วมของประชาชนกลุ่มสำคัญของประเทศ
ซึ่งจะมีผลต่อรากหญ้า หรือต่อพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่กำลังประสบกับภาวะเศรษฐกิจที่ง่อนแง่น
ในขณะนี้
แน่นอนที่สุดเสียงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภาก็มีส่วนสำคัญ ซึ่งรัฐบาลก็จะดำเนินการตาม
ช่องทางหรือระบบของรัฐสภาที่มีอยู่แล้วในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้
ผลพลอยได้จากการที่นายกรัฐมนตรีจะพบกับมหาเศรษฐีของเมืองไทยในครั้งนี้ ก็จะได้รู้ถึงความรับผิดชอบต่อ
ประเทศชาติบ้านเมืองร่วมกันว่ามหาเศรษฐีเหล่านี้ว่า มีจิตสำนึกมากน้อยเพียงใด พี่น้องประชาชนชาวไทยก็จะได้
รับทราบ
ประการที่สอง
นายกรัฐมนตรีจะไปพบกับสมาคมภาคธุรกิจไม่ว่าจะขนาดกลาง หรือขนาดเล็ก เพื่อรับฟังพวกท่านด้วยตัวของ
นายกรัฐมนตรีเองโดยตรง ไม่ต้องผ่านหน่วยงานใดเพื่อให้นายกรัฐมนตรีจะได้รับทราบถึงสถานการณ์ที่แท้จริง
นั่นคือการใช้กระบวนการประชาสัมพันธ์ในการออกไปสอบถามความคิดเห็น เพื่อที่จะได้รับทราบปัญหา จุดบกพร่อง
วิธีการแก้ไข เพื่อจะมาวางแผนในการที่จะแก้ไขดำเนินงานเพื่อให้ตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชนมากที่สุด
โดยจะได้รับความร่วมมือและช่วยเหลือจากภาคธุรกิจ หรือมหาเศรษฐีระดับประเทศที่มีส่วนสำคัญในการร่วมมือกัน
พัฒนาประเทศในครั้งนี้
ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ จะเห็นได้ว่านายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาลนั้นมีแต่ได้กับได้
ได้อย่างแรก...
คือได้พบประกับผู้มีส่วนสำคัญทางด้านเศรษฐกิจของประเทศชาติ ซึ่งทั่วโลกแม้กระทั่งประเทศไทยเราเองก็กำลัง
ประสบกับปัญหาอยู่ในขณะนี้
ได้ต่อมา...
ก็คือได้รับทราบแนวทาง วิธีการที่จะนำมาแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด
ได้ประการต่อมา...
คือได้สยบข่าวที่ว่าไม่ฟังเสียงของประชาชน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญยิ่งต่อประเทศชาติ
ได้อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญ...
คือนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี หรือรัฐบาลไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่จะได้ภาพของความร่วมมือระหว่างรัฐ
กับเอกชน ซึ่งจะเข้มแข็ง และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย และนานาประเทศว่า รัฐบาลได้มุ่งมั่นเอาใจใส่ที่จะ
แก้ปัญหาโรคโควิด - 19 หรือแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างจริงจังต่อไป
นี่คือ “กลยุทธ์ชั้นเซียน” ของนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลที่จะสยบข่าวลือต่างๆ ที่เกิดขึ้น
ส่วนผลเสียจะเกิดขึ้นกับบรรดาเจ้าสัวมหาเศรษฐีทั้งหลาย...
ที่หากท่านเมื่อได้รับหนังสือแล้วจะมาพบกับนายกรัฐมนตรีหรือไม่ และท่านจะเสนอวิธีการช่วยเหลือแบบไหน
อย่างไร นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สังคมกำลังจับตามองดูบทบาทของท่านอยู่
ส่วนพรรคการเมือง นักการเมือง หรือประชาชนที่อาจจะไม่เห็นด้วยกับวิธีการนี้...
นั่นก็ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของท่านว่า แล้วจะให้ทำอย่างไร หรือท่านมีวิธีการอย่างไร ซึ่งต่างก็มีช่องทางในการสื่อสาร
ซึ่งท่านจะเสนอแนะให้ความคิดเห็นต่อรัฐบาลหลายช่องทางอยู่แล้ว
เราก็มาคอยดูกันต่อไปนะครับว่า หลังจากนี้แล้ว จะเกิดภาพที่ดียิ่งต่อรัฐบาล และต่อประเทศชาติของเราอย่างไร
หรือจะเกิดผลเสียอะไรตามมา ต้องคอยดูบทบาทของแต่ละคนต่อไปครับ.
Cr. : https://www.thaipost.net/main/detail/63633