การแปลพระยศของพระมหากษัตริย์มาเลย์

ตำแหน่งพระยศของเจ้านายทางมาเลย์ โดยมากมักจะมีอิทธิพลของศาสนาอิสลามเจือปนกับฮินดู-พุทธเก่า คือมีการใช้ศัพท์แบบภาษาสันสกฤตด้วย
ตำแหน่งของพระมหากษัตริย์ในแต่ละรัฐทุกพระองค์ จะมีตำแหน่งที่เหมือนกันก็คือ เป็นยังดีประตวนเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นสุลต่านหรือราชาก็ตาม
ยังดีประตวน มีความหมายตรงตัวในภาษาไทยว่า ผู้อยู่ในฐานะเจ้านาย โดยประตวนในภาษามลายู แปลว่า เจ้านาย คือผู้เป็นเจ้าแผ่นดินของมลายู
ยัง (Yang) ในบริบทนี้ คือคำว่า ผู้ หรือ ท่าน ดี (Di) เป็นศัพท์ที่บ่งบอกที่อยู่หรือสถานที่ หรือ at ดังนั้นจึงแปลรวมว่า ผู้อยู่ในฐานะเจ้านาย นั้นเอง
โดยคำว่า ยังดีประตวนอากง เพิ่มคำว่า อากง (Agong/สูงสุด หรือ ใหญ่สุด) เข้าไปเพื่อเพิ่มฐานะสูงสุดเหนือเจ้าผู้ครองรัฐ คือเป็นประมุขสหพันธรัฐ

สำหรับการใช้พระปรมาภิไธย จะใช้คำว่า  Kebawah Duli Yang Maha Mulia (KDYMM) แปลเป็นไทยก็คือ ใต้ฝ่าละอองธุลีองค์ผู้ทรงอำนาจ 
ทางมลายู ใช้คำนี้แตกต่างจากไทย โดยมีความหมายว่า องค์พระมหากษัตริย์นั้น เป็นเศษเสี้ยวธุลีขององค์พระผู้เป็นเจ้า หรือองค์อัลลอฮ์ นั้นเอง
พระมหากษัตริย์บางรัฐ จะใช้พระนามนี้ แต่บางรัฐจะตัดเหลือเพียงแค่คำว่า Duli Yang Maha Mulia  หรือ ฝ่าละอองธุลีองค์ผู้ทรงอำนาจ เท่านั้น
ยังดีประตวนอากง จะใช้คำว่า Kebawah Duli Yang Maha Mulia Seri Paduka Baginda โดยเพิ่มคำว่า Seri Paduka Baginda เข้าไปด้วย
Seri Paduka Baginda แปลตรงตัวแบบไทยได้ว่า ศรีพระบาทพระองค์ โดยคำว่า Seri ก็คือคำว่า ศรี แต่มาเลย์ จะเรียกว่า ซะรี หรือ เซอะรี 

สำหรับกษัตริย์ของรัฐเนเกรี ซัมบิลัน จะใช้คำว่า ยังดีประตวนเบซาร์ เนื่องจากทรงอยู่ในฐานะประมุขรัฐรวม คล้ายกับยังดีประตวนอากงในปัจจุบัน
ยังดีประตวนเบซาร์ เป็นตำแหน่งของพระมหากษัตริย์ ที่ได้รับเลือกจากเสียงของเจ้าเมืองในแต่ละเมืองในรัฐ โดยมีพื้นฐานมาจากชาวมีนังกาเบา
เมื่อมาเลเซียได้รับเอกราช เห็นควรว่ามาเลเซียควรจะต้องมีพระมหากษัตริย์ ตุนกู อับดุล ระห์มัน ใช้ระบบของรัฐซัมบิลันในการเลือกประมุขรัฐมา
โดยให้ ตวนกู อับดุล ระห์มัน (ชื่อเหมือนกันแต่คนละคนนะครับ) ขึ้นเป็นยังดีประตวนอากงคนแรกของมาเลเซีย และหมุนเวียนกันทุกๆ 5 ปีตลอด
ตวนกู อับดุล ระห์มัน คือกษัตริย์ของเนเกรี ซัมบิลัน ซึ่งต่อมา ก็มีการเลือกเจ้านายขึ้นมาเป็นกษัตริย์อีกจนวนมาถึง ตวนกู มุกริซ ในช่วงยุคปัจจุบัน

พระยศของพระมหากษัตริย์ในแต่ละรัฐ ไม่เหมือนกัน และมีวิธีการสืบทอดสันตติวงศ์ ไม่เหมือนกัน โดยมากมักจะเป็นสุลต่านและมีการสืบทอดพ่อ-ลูก
รัฐเนเกรี ซัมบิลัน มีวิธีการเลือกที่แตกต่างจากรัฐอื่นๆ ดั่งที่เคยอธิบายก่อนหน้าแล้ว ส่วนรัฐเปราก์ ใช้วิธีสิบทอดตามลำดับอาวุโสเพื่อขึ้นเป็นสุลต่าน
ในขณะที่รัฐปะลิส ดำรงตำแหน่งราชา เนื่องมาจากเป็นอาณาจักรมลายูที่แยกตัวและก่อตั้งหลังสุดกว่าอาณาจักรอื่นๆ และแยกมาโดยสยามอีกต่างหาก
รัฐที่เหลือนั้น มีพระยศตำแหน่งสุลต่านและสืบทอดตามสายเลือด คือจากพระราชบิดาไปสู่พระราชโอรสองค์โต เว้นแต่ไม่มีพระราชโอรสก็ไปพระอนุชา
แม้จะแตกต่างกันเท่าใด แต่ตามรัฐธรรมนูญ พระมหากษัตริย์ทั้ง 9 รัฐ มีฐานะทัดเทียมเหมือนกันทุกพระองค์ และมีสิทธิ์เลือกหรือได้รับเลือกหมดเช่นกัน

ส่วนบรูไน เนื่องจากเป็นรัฐเอกราชด้วย จึงทำให้มีพระยศพิเศษเพิ่มขึ้นมาโดยตรงก็คือ ยังดีประตวนนครา (Yang di-Pertuan Negara) หรือประมุขรัฐ
ยังดีประตวนนครา คือตำแหน่งประมุขรัฐอธิปัตย์ที่สูงกว่าในระดับรัฐย่อยหรือ Yang di-Pertua Negeri ซึ่งเป็นตำแหน่งประมุขรัฐ 4 รัฐของมาเลเซีย
ยังดีประตวนนครา แปลตามตัวคือ ผู้เป็นเจ้าของประเทศ ซึ่งคำว่า Negara ก็คือคำว่าประเทศ ส่วน Negeri ก็คือรัฐย่อยในระบบสหพันธรัฐของมาเลเซีย
อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งนี้เป็นเพียงแค่ฐานะประมุข ไม่มีความเป็น Monarchy แต่อย่างใด เพราะในอดีต สิงคโปร์ก็เคยมีตำแหน่งนี้มาแล้วก่อนปี 1965*
ส่วน Yang di-Pertua Negeri คือตำแหน่งของประมุขรัฐ 4 รัฐในมาเลเซียที่ไม่ได้มีเจ้าผู้ครองรัฐ* และได้รับการแต่งตั้งจากสหพันธรัฐ ให้ดำรงตำแหน่ง

*หลังปี 1965 สิงคโปร์ได้รับเอกราชจากมาเลเซีย และตำแหน่ง ยังดีประตวนนครา ก็กลายมาเป็นตำแหน่งประธานาธิบดีของสิงคโปร์ในปัจจุบัน
**รัฐปีนังและมะลากาในมาเลเซียตะวันตก และรัฐซาราวะก์และรัฐซาบะห์ในมาเลเซียตะวันออก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่