เสียน้องไปก่อนวัยอันควร

#สิ่งที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ มันจะใช่เวลาพิมพ์นานเลย
ครอบครัวของเราได้เดินทางไปพักผ่อนที่บ้านอาม่า โดยมีเพื่อนน้องชายมาด้วย3คน เป็นหญิง2ชาย1 และวันเกิดเหตุ เพื่อนน้อง1ใน3คน ได้นำรถผู้ปกครองมารับน้องมิกซ์และคนอื่นๆไปเซเว่น หลังจากที่เด็กๆซื้อของกินกันเสร็จ ก็ได้แวะบ้านน้องอีกคน(น้องที่โดนคดีอาญา) และภาพวงจรปิดก็เผยให้เห็นชัดเจนว่า น้องมิกซ์ได้เดินลงมาจากรถเป็นคนแรก ทำให้เพื่อนที่ขับรถคิดว่าน้องมิกซ์อยู่ในบ้านแล้ว โดยจะทิ้งน้องมิกซ์ให้อยู่ในบ้านกับเพื่อนอีกคน แต่จังหวะที่น้องเดินอ้อมมาหน้ารถ เชือกรองเท้าน้องเกิดหลุด น้องเลยก้มไปผูกเชือกรองเท้า และพอน้องลุกขึ้นรถก็พุ่งเข้าชนน้องอย่างจัง หัวน้องไปกระแทกกับกระถางต้นไม้ เลือดไหลออกเยอะมาก ชาวบ้านแถวนั้นแตกตื่นกันทุกคน น้องชักน้ำลายฟูมปากด้วย(โอ้ย พี่เจ็บแท้น้อ มิกซ์เอ้ย😣)4ทุ่มโรงบาลโนนสูงก็โทรเข้าโทรศัพท์บ้าน ตอนนั้นผมกำลังจะทิ้งหัวนอนเลย แต่ก็ตกใจกับเสียงอาหมิงว่า"น้องโดนรถชน"ห๊ะ ผมตกใจมากรีบขับรถไปหาน้องคนแรกเลย ในใจก็คิดในแง่ดีว่าน้องแค่ขาหักแขนหัก ตอนผมไปถึงก็เห็นเพื่อนน้องจับกลุ่มคุยกัน แต่ผมเป็นห่วงน้องมากกว่าเลยรีบวิ่งเข้าไปดูอาการน้อง ตอนนั้นเห็นพยาบาลรุมอยู่เต็มเตียงน้องเลย(ผมจำที่หมอเล่าอาการไม่ได้ จำได้แค่ว่าก่อนหน้านี้น้องชักน้ำลายฟูมปาก และก็สลบไปรอบนึง ก่อนจะมารู้สึกตัวอีกทีที่โรงบาล แต่น้องตัวแข็งแล้วก็สำลักเลือดตลอดเวลา)ผมรีบวิ่งเข้าไปกุมมือน้อง แล้วกระซิบข้างหูน้องเบาๆว่า"พี่มาหาแล้ว ทุกคนมาหาแล้ว ทุกคนมาให้กำลังใจมิกซ์น่ะ มิกซ์ต้องสู้นะ"น้องน้ำตาไหลรับรู้ ผมเอามือเข้าไปรูปหน้าน้องเบา ใจผมจะขาดมาก พยายามไม่ร้องไห้ เพราะไม่อยากให้น้องเป็นห่วง และมีช่วงนึงที่แขนน้องกระตุก ผมตกใจตะโกนเรียกหมอจนคนข้างเตียงตืนเลย ผมคิดว่าน้องจะชัก หมอบอกว่าใจเย็นๆน้องแค่เจ็บ ผมอยู่กับน้องตลอดเวลา ในตอนนั้นน้องก็จะตาเหลือกบ้างแขนกระตุกบ้าง ใจผมนิจะขาดเลย จนตอนห้าทุ่มกว่ารถพยาบาลก็มาถึงสักที ผมนั่งรถไปกับน้องโดยมีพี่สาวกับอาขับรถตามมา ตอนที่หมอกำลังเข็นน้องขึ้นรถ ป๋าก็รีบกระซิบข้างหูน้อง"สู้ๆนะลูก"แต่น้องคงไม่รับรู้เพราะตาน้องลอย และหัวใจน้องก็หยุดเต้นตอนอยู่บนรถพยาบาล ผมตกใจมาก ก้มกราบเท้าหมอทุกคนขอร้องช่วยน้องผมเถอะ พอถึงมหาราชก็มีหมอมารับน้อง และก็มีพี่สาวคอยกรอกประวัติให้น้อง ส่วนผมก็เดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน มันนานมากสำหรับเคสนี้ ผ่านไปครึ่งชั่วโมงยังไม่รู้วี่แวว ผมเลยตะโกนด่าหมออย่างดังเลย เพราะมันนานจนผมเกือบสติแตก และพอปั้มหัวใจน้องขึ้นหมอก็รีบเข็นน้องเข้าห้องผ่าตัด ตอนนั้นผมดีใจจนแทบกระโดเต้น และก็ผ่านไป2ชั่วโมงกับห้องผ่าตัด ผมนั่งบีบมือให้กำลังใจตัวเอง และหมอก็ออกมาคุยกับอาม่า บอกว่ายากมากสมองน้องตาย หัวใจน้องหยุดเต้น ชีพจรน้องหยุดเต้น จะให้หมอยื้อต่อไปอีกมั้ย อาม่าขอให้หมอช่วยยื้อน้องอีกครั้ง และหมอก็กลับเข้าห้องผ่าตัดไป สรุปน้องมีชีวิตอยู่ได้เพราะเครื่องช่วยหายใจ ตอนนั้นมีแต่คนบอกว่า ปล่อยน้องไปสะทรมาณน้องปล่าวๆ แต่พวกผมไม่ฟังอะไรทั้งนั้น และผมกับทุกๆคนก็บนบานสิ่งศักสิทธ์ขอให้น้องปลอดภัย ตอนถึงบ้านก็อ้วกออกมาเลย เพลียมากกับเหตุการณ์วันนั้น และตอนบ่ายมหาราชก็โทรมาบอกว่าน้องเสียแล้ว ผมที่พึ่งออกมาจากห้องน้ำ ก็เห็นทุกคนยืนนิ่งกันหมด ทุกคนนิ่งทำมั้ยเกิดอะไรขึ้น และสิ่งที่ผมได้ยิน"น้องไปสบายแล้ว" ผมแทบจะวิ่งไปให้รถสิบล้อเหยียบเลย ผมช๊อคจนทำอะไรไม่ถูก ส่วนเรื่องการให้อภัยผมคิดตั้งแต่ไปรับศพน้องแล้ว และตอนที่ทุกคนไปรับศพน้อง ผมก็ขอให้ทุกคนหยุดความโกนธแค้นไว้ตรงร่างน้อง ถือสะว่าเป็นการส่งน้องไปสวรรค์ชั้นฟ้า ขอบคุณอาซิมอาหมิงและทุกๆคน ที่เจ็บปวดโกรธแค้นแทนน้อง และขอให้มันหยุดเพียงเท่านี้เถอะ ในวันงานศพครอบครัวของน้องก็เดินทางมาร่วมด้วย พ่อแม่น้องได้กราบขอโทษทุกคนในครอบครัวผม แต่ผมรู้เลยว่าอาซิมอาหมิงต้องไม่ให้อภัยแน่ๆ ผมก็เลยขอร้องเป็นครั้งสุดท้าย จนอายอม และผมก็เอาผ้าขนหนูให้ครอบครัวน้องคนละผืน
         ***ขอบคุณที่อ่านจบ****
จงใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไม่ประมาท ด้วยความหวังดีจากครอบครัว"น้องจุ๊ฟมิกซ์"

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่