สวัสดีจ้า วันนี้อยากได้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการกับความคิดของตัวเองค่ะ เพราะค่อนข้างอึดอัด
ที่บ้านของเรามีวัฒนธรรมประจำครอบครัว คือ ห้ามตื่นสาย หลังจาก 8.30 ไปถือว่าสายมาก สำหรับครอบครัวนี้
ต้องบอกก่อนว่าปกติตามวันอื่นๆทั่วๆไป ที่ต้องออกไปทำงาน เรียนหนังสือ ทำกิจกรรมต่างๆ จะตื่นเช้าตามเวลาปกติ และ ไม่มีผลกระทบใดใดต่อการงานและหน้าที่อื่นๆ แต่ในวันหยุดก็ห้ามตื่นสายเช่นกัน จะต้องตื่นและไปทานอาหารเช้าพร้อมกันทุกคน และพ่อแม่จะบอกเสมอว่า " ลงมากินข้าวก่อนแล้วจะไปทำอะไรค่อยไปทำ" แต่มันไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะเมื่อถึงเวลาแยกย้ายทุกคนกลับถูกเรียกรวมที่ห้องนั่งเล่น พร้อมกับคำพูดว่า ทำไมไม่ลงมาอยู่ข้างล่าง และเป็นแบบนี้ทุกวัน เลยทำให้รู้สึกว่า ไม่ได้ใช้เวลาของตนเองในวันหยุดสักเท่าไหร่ เวลาส่วนตัวในบางเวลาไม่ได้ทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ ทำให้รู้สึกอึดอัด
อีกสิ่งที่อึดอัดมากเป็นพิเศษเมื่อถูกเรียกรวมในห้องนั่งเล่น คือ พ่อชอบดูหนังซ้ำกัน พ่อชอบดูหนังประวัติศาสตร์มาก อาทิ พันท้ายนรสิงห์ พระเจ้าตาก บางระจัน ไม่ใช่การดูซ้ำกันแบบทั่วไป คือ ดูซ้ำกันแบบ 3 วันติด เมื่อลูกๆอยากเลือกหนังพ่อจะบอกเสมอว่า ไม่โอเค ไม่สนุก มันเลยทำให้กลุ่มลูกๆต้องใช้เวลาในตอนกลางคืนเพื่อนั่งดูหนังที่ชอบด้วยกัน เลยส่งผลให้ในวันหยุดตอนเช้าอาจจะตื่นสายไปบ้างแต่ไม่เกิน 10 โมง และปัญหาก็จะเกิดการวนลูป คือ ถูกปลุกแต่เช้า หากตื่นไม่ทันก็จะโดนตำหนิมาว่าตื่นสาย เมื่อถึงเวลาแยกย้ายจะต้องถูกเรียกรวม เป็นแบบนี้ในทุกๆวันเป็นส่วนใหญ่ และจะมีเหตุผลที่ทำให้ลูกรู้สึกผิดทุกครั้งที่ทำตามไม่ได้ คือ "อยากใช้เวลาร่วมกันกับลูก" แต่ส่วนกลุ่มลูกๆรู้สึกว่าพ่อไม่ค่อยปรับจูนในการอยู่ร่วมกัน เลยทำให้อึดอัดเวลาที่ต้องอยู่ร่วมกันใน อีกทั้งช่วงนี้จะรู้สึกเป็นพิเศษเพราะเป็นช่วงกักตัวที่ทำให้ต้องอยู่แบบนี้ทุกวัน
จึงอยากหาวิธีการปรับจูนให้มีกึ่งกลาง เพราะยังมีวัฒนธรรมและกฎระเบียบอีกหลายๆอย่างที่เป็นข้อจำกัดในการอยู่ในบ้าน ขอบคุณทุกความคิดเห็นล่วงหน้าค่ะ
อึดอัดกับวัฒนธรรมของครอบครัวตนเอง ทำไงดี
ที่บ้านของเรามีวัฒนธรรมประจำครอบครัว คือ ห้ามตื่นสาย หลังจาก 8.30 ไปถือว่าสายมาก สำหรับครอบครัวนี้
ต้องบอกก่อนว่าปกติตามวันอื่นๆทั่วๆไป ที่ต้องออกไปทำงาน เรียนหนังสือ ทำกิจกรรมต่างๆ จะตื่นเช้าตามเวลาปกติ และ ไม่มีผลกระทบใดใดต่อการงานและหน้าที่อื่นๆ แต่ในวันหยุดก็ห้ามตื่นสายเช่นกัน จะต้องตื่นและไปทานอาหารเช้าพร้อมกันทุกคน และพ่อแม่จะบอกเสมอว่า " ลงมากินข้าวก่อนแล้วจะไปทำอะไรค่อยไปทำ" แต่มันไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะเมื่อถึงเวลาแยกย้ายทุกคนกลับถูกเรียกรวมที่ห้องนั่งเล่น พร้อมกับคำพูดว่า ทำไมไม่ลงมาอยู่ข้างล่าง และเป็นแบบนี้ทุกวัน เลยทำให้รู้สึกว่า ไม่ได้ใช้เวลาของตนเองในวันหยุดสักเท่าไหร่ เวลาส่วนตัวในบางเวลาไม่ได้ทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ ทำให้รู้สึกอึดอัด
อีกสิ่งที่อึดอัดมากเป็นพิเศษเมื่อถูกเรียกรวมในห้องนั่งเล่น คือ พ่อชอบดูหนังซ้ำกัน พ่อชอบดูหนังประวัติศาสตร์มาก อาทิ พันท้ายนรสิงห์ พระเจ้าตาก บางระจัน ไม่ใช่การดูซ้ำกันแบบทั่วไป คือ ดูซ้ำกันแบบ 3 วันติด เมื่อลูกๆอยากเลือกหนังพ่อจะบอกเสมอว่า ไม่โอเค ไม่สนุก มันเลยทำให้กลุ่มลูกๆต้องใช้เวลาในตอนกลางคืนเพื่อนั่งดูหนังที่ชอบด้วยกัน เลยส่งผลให้ในวันหยุดตอนเช้าอาจจะตื่นสายไปบ้างแต่ไม่เกิน 10 โมง และปัญหาก็จะเกิดการวนลูป คือ ถูกปลุกแต่เช้า หากตื่นไม่ทันก็จะโดนตำหนิมาว่าตื่นสาย เมื่อถึงเวลาแยกย้ายจะต้องถูกเรียกรวม เป็นแบบนี้ในทุกๆวันเป็นส่วนใหญ่ และจะมีเหตุผลที่ทำให้ลูกรู้สึกผิดทุกครั้งที่ทำตามไม่ได้ คือ "อยากใช้เวลาร่วมกันกับลูก" แต่ส่วนกลุ่มลูกๆรู้สึกว่าพ่อไม่ค่อยปรับจูนในการอยู่ร่วมกัน เลยทำให้อึดอัดเวลาที่ต้องอยู่ร่วมกันใน อีกทั้งช่วงนี้จะรู้สึกเป็นพิเศษเพราะเป็นช่วงกักตัวที่ทำให้ต้องอยู่แบบนี้ทุกวัน
จึงอยากหาวิธีการปรับจูนให้มีกึ่งกลาง เพราะยังมีวัฒนธรรมและกฎระเบียบอีกหลายๆอย่างที่เป็นข้อจำกัดในการอยู่ในบ้าน ขอบคุณทุกความคิดเห็นล่วงหน้าค่ะ