เราก็ขอเล่าอีกมุมจากอเมริกามั้ง เพราะอเมริกามันกว้าง แต่ละ County จัดการไม่เหมือนกัน
ของเรา คนที่ทำงานบ้านให้เราเป็นคนไทย (A) ติดจากเพื่อนร่วมห้อง (B) ที่ติดจากแม่ครัวที่เสียชีวิตจากโควิค 19
เราขับรถไปรับ ไปส่งคนที่ทำงานบ้านเราคนนี้พาไปซื้อของ โดยใช้เวลาในรถกับน้องคนนี้ สมมติว่าชื่อ A น่ะค่ะกว่าหนึ่งชั่วโมง สองวันเต็มๆก่อนที่A และ B จะได้รับโทรศัพท์จาก County เรียกให้ไปตรวจเพราะเป็นกลุ่มเสี่ยง ทั้งๆที่ช่วงเวลาที่ B เจอผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโควิคผ่านมาถึง22วัน
ทาง รพ ที่ผู้ป่วยเสียชีวิตสืบผ่านทางการทำงาน(ใครสิบไม่แน่ใจไม่ได้ถามรายละเอียดตรงนี้) จนตามมาเจอ B และโทรให้ B พร้อมคนที่เช่าบ้านอยู่ด้วยกันไปตรวจทั้งบ้าน แต่เราจะระบุแค่ Aกับ B พอค่ะ
เนื่องจากสองคนดังกล่าวไม่มีหมอประจำตัว จึงเข้าไปตรวจที่สถานที่ที่ County จัดไว้ โดยการตรวจ ทั้งสองคนต้องทำเองหมด แต่ไม่ยาก แต่เอาที่คล้ายๆ ที่ปั่นหูบ้านเรา แหย่ไปในในจมูก ล้วงเอาขี้มูกมั้ง (ล้อเล่น) เช็ดเอาสิ่งที่พอจะติดมาใส่ถุงพลาสติกที่ทางคลีนิคเตรียมไว้ให้ แล้วหย่อนในกล่องที่เขาเตรียมไว้อีกที
ผ่านไปหนึ่งวันพยาบาลโทรมาบอกว่าติด และนัดพบแพทย์ แต่ผู้ป่วย(ตอนนี้รู้แล้วว่าป่วยเลยกลายเป็นผู้ป่วย) ไม่มีอาการจึงให้กักกันตัวอยู่บ้าน จริงๆไม่ต้องกินยาอะไร ถ้าปวดหัวตัวร้อนเป็นไข้กินไทลินอล แต่สาวชาวไทยผู้หวาดกลัวว่าโควิคจะพรากชีวิตตัวเองไป ได้สอบถามแพทย์ว่ามียาแก้ไม่ ทำยังไงได้บ้าง แพยทย์จึงบอกว่า มียาแก้มาลาเรีย ที่ใช้กินต้านไวรัสโควิคกันทั้งโลกตอนนี้ แต่มันมีผลข้างเคียง อาจจะเกิดอาการอะไรก็ว่าไป จะเสี่ยงเหรอ อย่าเลยน่ะ แต่สาวน้อยชาวไทยผู้กลัวตายได้ตื้อจน ได้ให้ยาแก้มาลาเลียมาทาน แต่บอกด้วยว่าผลข้างเคียงเป็นอย่างไร ถ้าหายใจติดคัด จะช๊อค ต้องโทรหา 911ด่วนน่ะ แล้ว
หลังจาก A ตั้งสติได้ ก็นึกได้ว่า เราอาจติดได้ จึงโทรมาหาเราให้ลองตรวจ พอเรารู้เราก็มือสั่นลนลานรีบโทรไปหาแพทย์ประจำตัวด่วน ผู้ช่วยของหมอเราก็ถามอาการถามวันเวลาที่เจอ แล้วนัดว่าอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงให้เข้าไปในลิงค์ที่ส่งมาให้เราทางอีเมลล์ จะมีการ Telemedicine กับหมอของเรา เนื่องจากเราไม่มีอาการ ไม่มีอะไรผิดปกติ หมอจึงให้กักกันตัวอยู่บ้าน แต่ไม่ต้องไปตรวจ และให้ความเห็นว่าเราคงเป็นหนึ่งในคนที่ได้รับเชื้อแต่ไม่มีอาการ และอธิบายให้ว่า ถ้ามีอาการหายใจลำบาก แน่นหน้าอก ไข้ขึ้นให้โทรหาหมอด่วน ถ้าจำเป็นต้องตรวจ หมอจะออกใบสั่งส่งไปที่ศูนย์ตรวจ ที่เป็น Drive Thru แล้วทางนั้นจะนัดวันเวลากับคนไข้ เราขับรถไปตรวจได้เลยไม่ต้องลงจากรถ แต่การตรวจคงมีรอคิวบ้าง ถ้าไม่ไหวก็ Emergency Roomไปเลย ไม่ต้องรอ จนใกล้ตาย(อันนี้เราเติมเอง
เรากักกันตัวรออยู่บ้านไม่ออกไปไหนกันทั้งบ้าน โชคดีครอบครัวเราเล็ก และมีบ้านเป็นของตัวเอง พอจะมีที่หน้าบ้านให้ไปขุดดินขุดหญ้าปลูกหญ้าปลูกต้นไม้แก้เครียด ไปหน้าบ้านใส่หน้ากาก ใส่ถุงมือ ตอนนี้เดือนหนึ่งแล้วยังปกติดี
ท้ายที่สุด ทั้งหมดทั้งมวลทั้งคนติด คนไม่ติด ได้ตรวจ ไม่ได้ตรวจทั้งสามคน(เรากับสองคนที่ทำงานให้เรา) ไม่ได้จ่ายเงินสักบาทคะ ของเราประกันน่าจะออกให้แต่ไม่ต้องจ่าย Co-Payment
เผื่อจะมีประโยชน์กับใครบ้างเลยลองมาแบ่งปันกันคะ
เราอยู่ Arlington, VA ค่ะ
เมื่อคนรู้จักของดิฉันติดโควิค19แล้วดิฉันเป็นคนขับรถให้เขาก่อนที่เขาจะรู้ตัวว่าเป็น อะไรจะเกิดขึ้น
ของเรา คนที่ทำงานบ้านให้เราเป็นคนไทย (A) ติดจากเพื่อนร่วมห้อง (B) ที่ติดจากแม่ครัวที่เสียชีวิตจากโควิค 19
เราขับรถไปรับ ไปส่งคนที่ทำงานบ้านเราคนนี้พาไปซื้อของ โดยใช้เวลาในรถกับน้องคนนี้ สมมติว่าชื่อ A น่ะค่ะกว่าหนึ่งชั่วโมง สองวันเต็มๆก่อนที่A และ B จะได้รับโทรศัพท์จาก County เรียกให้ไปตรวจเพราะเป็นกลุ่มเสี่ยง ทั้งๆที่ช่วงเวลาที่ B เจอผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโควิคผ่านมาถึง22วัน
ทาง รพ ที่ผู้ป่วยเสียชีวิตสืบผ่านทางการทำงาน(ใครสิบไม่แน่ใจไม่ได้ถามรายละเอียดตรงนี้) จนตามมาเจอ B และโทรให้ B พร้อมคนที่เช่าบ้านอยู่ด้วยกันไปตรวจทั้งบ้าน แต่เราจะระบุแค่ Aกับ B พอค่ะ
เนื่องจากสองคนดังกล่าวไม่มีหมอประจำตัว จึงเข้าไปตรวจที่สถานที่ที่ County จัดไว้ โดยการตรวจ ทั้งสองคนต้องทำเองหมด แต่ไม่ยาก แต่เอาที่คล้ายๆ ที่ปั่นหูบ้านเรา แหย่ไปในในจมูก ล้วงเอาขี้มูกมั้ง (ล้อเล่น) เช็ดเอาสิ่งที่พอจะติดมาใส่ถุงพลาสติกที่ทางคลีนิคเตรียมไว้ให้ แล้วหย่อนในกล่องที่เขาเตรียมไว้อีกที
ผ่านไปหนึ่งวันพยาบาลโทรมาบอกว่าติด และนัดพบแพทย์ แต่ผู้ป่วย(ตอนนี้รู้แล้วว่าป่วยเลยกลายเป็นผู้ป่วย) ไม่มีอาการจึงให้กักกันตัวอยู่บ้าน จริงๆไม่ต้องกินยาอะไร ถ้าปวดหัวตัวร้อนเป็นไข้กินไทลินอล แต่สาวชาวไทยผู้หวาดกลัวว่าโควิคจะพรากชีวิตตัวเองไป ได้สอบถามแพทย์ว่ามียาแก้ไม่ ทำยังไงได้บ้าง แพยทย์จึงบอกว่า มียาแก้มาลาเรีย ที่ใช้กินต้านไวรัสโควิคกันทั้งโลกตอนนี้ แต่มันมีผลข้างเคียง อาจจะเกิดอาการอะไรก็ว่าไป จะเสี่ยงเหรอ อย่าเลยน่ะ แต่สาวน้อยชาวไทยผู้กลัวตายได้ตื้อจน ได้ให้ยาแก้มาลาเลียมาทาน แต่บอกด้วยว่าผลข้างเคียงเป็นอย่างไร ถ้าหายใจติดคัด จะช๊อค ต้องโทรหา 911ด่วนน่ะ แล้ว
หลังจาก A ตั้งสติได้ ก็นึกได้ว่า เราอาจติดได้ จึงโทรมาหาเราให้ลองตรวจ พอเรารู้เราก็มือสั่นลนลานรีบโทรไปหาแพทย์ประจำตัวด่วน ผู้ช่วยของหมอเราก็ถามอาการถามวันเวลาที่เจอ แล้วนัดว่าอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงให้เข้าไปในลิงค์ที่ส่งมาให้เราทางอีเมลล์ จะมีการ Telemedicine กับหมอของเรา เนื่องจากเราไม่มีอาการ ไม่มีอะไรผิดปกติ หมอจึงให้กักกันตัวอยู่บ้าน แต่ไม่ต้องไปตรวจ และให้ความเห็นว่าเราคงเป็นหนึ่งในคนที่ได้รับเชื้อแต่ไม่มีอาการ และอธิบายให้ว่า ถ้ามีอาการหายใจลำบาก แน่นหน้าอก ไข้ขึ้นให้โทรหาหมอด่วน ถ้าจำเป็นต้องตรวจ หมอจะออกใบสั่งส่งไปที่ศูนย์ตรวจ ที่เป็น Drive Thru แล้วทางนั้นจะนัดวันเวลากับคนไข้ เราขับรถไปตรวจได้เลยไม่ต้องลงจากรถ แต่การตรวจคงมีรอคิวบ้าง ถ้าไม่ไหวก็ Emergency Roomไปเลย ไม่ต้องรอ จนใกล้ตาย(อันนี้เราเติมเอง
เรากักกันตัวรออยู่บ้านไม่ออกไปไหนกันทั้งบ้าน โชคดีครอบครัวเราเล็ก และมีบ้านเป็นของตัวเอง พอจะมีที่หน้าบ้านให้ไปขุดดินขุดหญ้าปลูกหญ้าปลูกต้นไม้แก้เครียด ไปหน้าบ้านใส่หน้ากาก ใส่ถุงมือ ตอนนี้เดือนหนึ่งแล้วยังปกติดี
ท้ายที่สุด ทั้งหมดทั้งมวลทั้งคนติด คนไม่ติด ได้ตรวจ ไม่ได้ตรวจทั้งสามคน(เรากับสองคนที่ทำงานให้เรา) ไม่ได้จ่ายเงินสักบาทคะ ของเราประกันน่าจะออกให้แต่ไม่ต้องจ่าย Co-Payment
เผื่อจะมีประโยชน์กับใครบ้างเลยลองมาแบ่งปันกันคะ
เราอยู่ Arlington, VA ค่ะ