สำหรับในตอนนี้เป็นเรื่องราวตอนแรกสุดของแจ็ค ไรอัน ครับ แต่จะถูกนับเป็นลำดับที่ 2ตามไทม์ไลน์ของจักรวาลนี้ครับ ซึ่งตอนแรกตามไทม์ไลน์เท่าที่ผมได้ข้อมูลมาน่าจะเขียนขึ้นมาทีหลังเป็นเรื่องราวของอีกหนึ่งตัวละครสำคัญของจักรวาลนี้ ซึ่งในเล่มเด็ดหัววีรบุรุษเรายังไม่เจอเขาเลย คงต้องเล่มถัดๆไป
ก็อย่างข้างต้นครับ แจ็ค ไรอัน นั้น เป็นนวนิยายแอ็กชั่น สืบสวน สายลับ สงคราม การเมือง ซึ่งแน่นอนว่ามีเนื้อหาที่เข้มข้นเอามากๆแน่อน แต่เนื่องจากหนังสือชุดนี้เขียนขึ้นในช่วงที่สงครามเย็นยังระอุ เรื่องราวจึงอยู่ในช่วงการทำสงครามระหว่างระบอบปกครองประชาธิปไตยกับระบอบคอมมิวนิสต์ แต่สำหรับในเล่มนี้จะยังไม่กล่าวไปถึงฝั่งคอมมิวนิสต์มากนัก เพราะเรื่องราวจะเน้นไปที่กลุ่มการร้ายต่างๆที่กำลังเติบโตในช่วงนั้น อย่างกลุ่มที่ชัดเจนที่สุดของหนังสือเล่มนี้ที่เน้นก็คือ IRA ซึ่งด้วยความที่ผมเกิดในยุคต้น 2000 อ่านแล้วก็อาจจะไม่เข้าใจบริบทในยุคนั้นมาก แต่ด้วยความที่ชอบประวัติศาสตร์บวกกับดูหนังจำพวกนี้มาบ้างก็เลยพอจะเพลินไปกับมันได้ เพราะฉะนั้นคนรุ่นใหม่มาอ่านอาจต้องเตรียมใจไว้บ้างประกอบกับที่อิงการเมืองพอประมาณก็อาจต้องเตรียมพร้อมไว้ด้วย 555
เนื้อหานี้เข้มข้นเอามากๆ ลุ้นระทึกไปตลอดเวลา แม้ว่าช่วงแรกหลังจากเกิดเหตุการณ์ลอบสังหารเจ้าฟ้าชายชาร์ลส อาจจะดูน่าเบื่อไปสักหน่อยกับการที่เล่าเรื่องราวการพักผ่อนของครอบครัวแจ็คที่อังกฤษบวกกับเล่าเรื่องราวชีวิตครอบครัวสักหน่อย แต่หลังจากที่พวกฝั่งผู้ก่อการร้ายมันเริ่มเอาคืน ความมันส์ก็เริ่มปรากฏขึ้นมาบ้างแล้วก็ค่อยๆทวีความมันส์ไปจนถึงจบเล่ม แต่ผมคิดไปคิดมาที่ช่วงแรกเน้นครอบครัวของไรอันมากไปก็คงเพื่อจะได้อินและสงสารชะตากรรมของครอบครัวไรอันที่พวกนั้นมันทำ ตอนที่ผมอ่านก็ออกจะสงสารอยู่หรอกครับเพราะพวกนั้นมันก็ทำเกินไป คนอื่นน่ะพอว่า แต่กับเด็กนี่สิออกสงสารอยู่นะ
แม้ว่า แจ็ค ไรอัน อดีตแกเคยเป็นนาวิกโยธิน แต่ไม่ใช่ว่าเล่มนี้จะกลายเป็นหนังแนว แรมโบ้ จอห์น วิค เทคเคน นะครับ 555 คือแกไม่ได้บู๊ขนาดนั้น ออกแนวใช้สมองวางแผนหาทางจัดการกับฝั่งผู้ร้ายมากกว่า ถ้าถามว่ามีบทบู๊ประมาณไหนก็ต้องตอบว่าพอมีครับ แต่แค่ฉากต้นเรื่องกับตอนท้ายนะ ซึ่งก็ไม่ได้ถล่มภูเขาเผากระท่อมด้วย ออกแนวเอาตัวรอดแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ามากกว่า เพราะฉะนั้นตัวละคร แจ็ค ไรอัน จะเป็นสายบุ๋นมากกว่าบู๊ แล้วไอ้การที่แกใช้สมองวางแผนหาทางจัดการกับฝั่งผู้ร้ายไม่ใช่ลงมือเองเด้อ แกต้องพึ่งพา CIA ซึ่งทางนี้อยากได้ตัวแกมากๆ เพราะมันสมองของแกไม่ธรรมดาและไม่ค่อยเหมือนใคร แต่ด้วยความที่แจ็คเองไม่ได้ชอบงานพวกนี้แกออกจะสนุกสนานกับการใช้ชีวิตครอบครัวอย่างสงบและการเป็นนักวิชาการประวัติศาสตร์เป็นครูที่โรงเรียนนายเรือ เลยทำให้ CIA แอบผิดหวังหน่อย แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแกก็จำเป็นแหละครับ ซึ่งก็ต้องมาลุ้นว่าแกจะมาทำงานให้ CIA เต็มตัวมั๊ย แต่ผมเชื่อทุกท่านต้องเดาถูกแน่นอน
สำคัญสุดเรื่องนี้ไม่ได้เน้นที่ฝั่งไรอันเพียงอย่างเดียวแต่ยังเน้นไปที่ฝั่งอื่นๆด้วย ทั้งเพื่อนๆ ทหารที่โรงเรียนนายเรือ กลุ่ม CIA,FBI ตำรวจรัฐ ตำรวจ,กลุ่มสืบราชการลับของอังกฤษ ฝั่งผู้ก่อการร้ายก็มาครับ ซึ่งจุดนี้ผมชอบนะมันแสดงให้เห็นถึงแนวคิดและอุดมการณ์ของผู้ก่อการร้ายได้ดีแต่ไม่ได้แสดงจุดให้เราซึ้งหรือเอาใจช่วยนะ มันแสดงถึงการวางแผนการต่างๆ เตรียมคน เตรียมการต่างๆ จุดนี้มันดีมันแสดงให้ถึงความฉลาดของฝั่งผู้ร้ายดีซึ่งมันจะช่วยให้เราเอาใจช่วยฝั่งพระเอกได้ไม่ยาก แม้ว่าตัวละครอาจจะดูเยอะแต่รวมๆแล้วอ่านแล้วไม่สับสนแน่อนอน แม้ว่าอาจจะลืมว่าชื่อตัวละครนี้หมายถึงใครก็ตาม 555
โดยรวมสนุกครับมันส์มากอาจจะมีฉากบู๊ไม่เยอะ แต่การวางแผนการของเหล่าร้ายเพื่อก่อการร้าย การวางแผนของฝั่งพระเอกเพื่อตอบโต้ การสืบสวน การตามหาคนทรยศในกลุ่ม ก็จะทำให้เรามันส์ได้ไม่ยาก และยิ่งช่วงท้ายนี่ลุ้นกันตัวโกร่งเลยครับ ประมาณเกือบร้อยหน้าสุดท้ายนี่กำลังไล่ล่ากันเลยครับ ไอ้ผมก็งงมันจะขมวดปมต่างๆและจะจบเรื่องยังไงโดยไม่ค้างคา แต่สุดท้าย Tom Clancy ทำได้ครับ แม้ว่าจะรวบรัดนิดนึงก็เถอะแต่โอเค (ติดใจว่าฝั่งผู้ร้ายพลาดง่ายไปหน่อยทั้งๆที่กลยุทธ์เตรียมมาอย่างดีและก็มากันหมดแก๊งขนาดนี้พอจะพลาดก็พลาดง่ายไปนะ 555) แม้ว่าการแปลบริบทต่างๆจากภาษาอังกฤษมาแปลเป็นภาษาไทยอาจจะดูงงๆแปลกๆไปบ้าง และบวกกับการแปลแบบเฉพาะตัวที่ถึงอกถึงใจของลุง สุวิทย์ ขาวปลอด อาจจะทำให้อ่านยากหน่อยๆ 555 แต่ผมเชื่อว่าพอเริ่มชินแล้วเครื่องยนต์ของเราก็จะเริ่มติดอย่างแน่นอน
อ้ออีกอย่างหนังสือเล่มนี้ถูกนำไปสร้างเป็นหนังด้วยนะ ชื่อไทยว่า เกมอำมหิตข้ามโลก เวอร์ชั่นหนัง แจ็ค ไรอัน แสดงโดย Harrison Ford รายละเอียดถูกดัดแปลงไปบ้างเพื่อความเหมาะสม แต่ทำไมต้องดัดแปลงความสนุกด้วยก็ไม่รู้ 555 หนังโคตรจะเนิ่บ ไม่มีชีวิตชีวาเอาซะเลย แจ็ค ไรอัน ผมก็ดูอมทุกข์ยังไงไม่รู้ ปู่ Ford แกก็เล่นดีนะ แต่หนังไม่มีชีวิตชีวาไง มันเลยทำให้แจ็ค ไรอัน ภาคนี้ ไม่ค่อยน่าจดจำเท่าไหร่ ถึงว่าดูได้เพลินๆ ซึ่งภาคต่อมาค่อยสนุกขึ้นหน่อย ซึ่งแจ็ค ไรอัน ที่แสดงโดย Harrison Ford เหมือนเดิมก็ดูดีขึ้นหน่อย หนังก็มันส์มากด้วย เดี๋ยวถ้าผมอ่านเวอร์ชั่นนิยายจะมาเล่าให้ฟังทีหลังล่ะกันนะครับ
[CR] รีวิว เด็ดหัววีรบุรุษ (Patriot Games) ของ Tom Clancy
ก็อย่างข้างต้นครับ แจ็ค ไรอัน นั้น เป็นนวนิยายแอ็กชั่น สืบสวน สายลับ สงคราม การเมือง ซึ่งแน่นอนว่ามีเนื้อหาที่เข้มข้นเอามากๆแน่อน แต่เนื่องจากหนังสือชุดนี้เขียนขึ้นในช่วงที่สงครามเย็นยังระอุ เรื่องราวจึงอยู่ในช่วงการทำสงครามระหว่างระบอบปกครองประชาธิปไตยกับระบอบคอมมิวนิสต์ แต่สำหรับในเล่มนี้จะยังไม่กล่าวไปถึงฝั่งคอมมิวนิสต์มากนัก เพราะเรื่องราวจะเน้นไปที่กลุ่มการร้ายต่างๆที่กำลังเติบโตในช่วงนั้น อย่างกลุ่มที่ชัดเจนที่สุดของหนังสือเล่มนี้ที่เน้นก็คือ IRA ซึ่งด้วยความที่ผมเกิดในยุคต้น 2000 อ่านแล้วก็อาจจะไม่เข้าใจบริบทในยุคนั้นมาก แต่ด้วยความที่ชอบประวัติศาสตร์บวกกับดูหนังจำพวกนี้มาบ้างก็เลยพอจะเพลินไปกับมันได้ เพราะฉะนั้นคนรุ่นใหม่มาอ่านอาจต้องเตรียมใจไว้บ้างประกอบกับที่อิงการเมืองพอประมาณก็อาจต้องเตรียมพร้อมไว้ด้วย 555
เนื้อหานี้เข้มข้นเอามากๆ ลุ้นระทึกไปตลอดเวลา แม้ว่าช่วงแรกหลังจากเกิดเหตุการณ์ลอบสังหารเจ้าฟ้าชายชาร์ลส อาจจะดูน่าเบื่อไปสักหน่อยกับการที่เล่าเรื่องราวการพักผ่อนของครอบครัวแจ็คที่อังกฤษบวกกับเล่าเรื่องราวชีวิตครอบครัวสักหน่อย แต่หลังจากที่พวกฝั่งผู้ก่อการร้ายมันเริ่มเอาคืน ความมันส์ก็เริ่มปรากฏขึ้นมาบ้างแล้วก็ค่อยๆทวีความมันส์ไปจนถึงจบเล่ม แต่ผมคิดไปคิดมาที่ช่วงแรกเน้นครอบครัวของไรอันมากไปก็คงเพื่อจะได้อินและสงสารชะตากรรมของครอบครัวไรอันที่พวกนั้นมันทำ ตอนที่ผมอ่านก็ออกจะสงสารอยู่หรอกครับเพราะพวกนั้นมันก็ทำเกินไป คนอื่นน่ะพอว่า แต่กับเด็กนี่สิออกสงสารอยู่นะ
แม้ว่า แจ็ค ไรอัน อดีตแกเคยเป็นนาวิกโยธิน แต่ไม่ใช่ว่าเล่มนี้จะกลายเป็นหนังแนว แรมโบ้ จอห์น วิค เทคเคน นะครับ 555 คือแกไม่ได้บู๊ขนาดนั้น ออกแนวใช้สมองวางแผนหาทางจัดการกับฝั่งผู้ร้ายมากกว่า ถ้าถามว่ามีบทบู๊ประมาณไหนก็ต้องตอบว่าพอมีครับ แต่แค่ฉากต้นเรื่องกับตอนท้ายนะ ซึ่งก็ไม่ได้ถล่มภูเขาเผากระท่อมด้วย ออกแนวเอาตัวรอดแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ามากกว่า เพราะฉะนั้นตัวละคร แจ็ค ไรอัน จะเป็นสายบุ๋นมากกว่าบู๊ แล้วไอ้การที่แกใช้สมองวางแผนหาทางจัดการกับฝั่งผู้ร้ายไม่ใช่ลงมือเองเด้อ แกต้องพึ่งพา CIA ซึ่งทางนี้อยากได้ตัวแกมากๆ เพราะมันสมองของแกไม่ธรรมดาและไม่ค่อยเหมือนใคร แต่ด้วยความที่แจ็คเองไม่ได้ชอบงานพวกนี้แกออกจะสนุกสนานกับการใช้ชีวิตครอบครัวอย่างสงบและการเป็นนักวิชาการประวัติศาสตร์เป็นครูที่โรงเรียนนายเรือ เลยทำให้ CIA แอบผิดหวังหน่อย แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแกก็จำเป็นแหละครับ ซึ่งก็ต้องมาลุ้นว่าแกจะมาทำงานให้ CIA เต็มตัวมั๊ย แต่ผมเชื่อทุกท่านต้องเดาถูกแน่นอน
สำคัญสุดเรื่องนี้ไม่ได้เน้นที่ฝั่งไรอันเพียงอย่างเดียวแต่ยังเน้นไปที่ฝั่งอื่นๆด้วย ทั้งเพื่อนๆ ทหารที่โรงเรียนนายเรือ กลุ่ม CIA,FBI ตำรวจรัฐ ตำรวจ,กลุ่มสืบราชการลับของอังกฤษ ฝั่งผู้ก่อการร้ายก็มาครับ ซึ่งจุดนี้ผมชอบนะมันแสดงให้เห็นถึงแนวคิดและอุดมการณ์ของผู้ก่อการร้ายได้ดีแต่ไม่ได้แสดงจุดให้เราซึ้งหรือเอาใจช่วยนะ มันแสดงถึงการวางแผนการต่างๆ เตรียมคน เตรียมการต่างๆ จุดนี้มันดีมันแสดงให้ถึงความฉลาดของฝั่งผู้ร้ายดีซึ่งมันจะช่วยให้เราเอาใจช่วยฝั่งพระเอกได้ไม่ยาก แม้ว่าตัวละครอาจจะดูเยอะแต่รวมๆแล้วอ่านแล้วไม่สับสนแน่อนอน แม้ว่าอาจจะลืมว่าชื่อตัวละครนี้หมายถึงใครก็ตาม 555
โดยรวมสนุกครับมันส์มากอาจจะมีฉากบู๊ไม่เยอะ แต่การวางแผนการของเหล่าร้ายเพื่อก่อการร้าย การวางแผนของฝั่งพระเอกเพื่อตอบโต้ การสืบสวน การตามหาคนทรยศในกลุ่ม ก็จะทำให้เรามันส์ได้ไม่ยาก และยิ่งช่วงท้ายนี่ลุ้นกันตัวโกร่งเลยครับ ประมาณเกือบร้อยหน้าสุดท้ายนี่กำลังไล่ล่ากันเลยครับ ไอ้ผมก็งงมันจะขมวดปมต่างๆและจะจบเรื่องยังไงโดยไม่ค้างคา แต่สุดท้าย Tom Clancy ทำได้ครับ แม้ว่าจะรวบรัดนิดนึงก็เถอะแต่โอเค (ติดใจว่าฝั่งผู้ร้ายพลาดง่ายไปหน่อยทั้งๆที่กลยุทธ์เตรียมมาอย่างดีและก็มากันหมดแก๊งขนาดนี้พอจะพลาดก็พลาดง่ายไปนะ 555) แม้ว่าการแปลบริบทต่างๆจากภาษาอังกฤษมาแปลเป็นภาษาไทยอาจจะดูงงๆแปลกๆไปบ้าง และบวกกับการแปลแบบเฉพาะตัวที่ถึงอกถึงใจของลุง สุวิทย์ ขาวปลอด อาจจะทำให้อ่านยากหน่อยๆ 555 แต่ผมเชื่อว่าพอเริ่มชินแล้วเครื่องยนต์ของเราก็จะเริ่มติดอย่างแน่นอน
อ้ออีกอย่างหนังสือเล่มนี้ถูกนำไปสร้างเป็นหนังด้วยนะ ชื่อไทยว่า เกมอำมหิตข้ามโลก เวอร์ชั่นหนัง แจ็ค ไรอัน แสดงโดย Harrison Ford รายละเอียดถูกดัดแปลงไปบ้างเพื่อความเหมาะสม แต่ทำไมต้องดัดแปลงความสนุกด้วยก็ไม่รู้ 555 หนังโคตรจะเนิ่บ ไม่มีชีวิตชีวาเอาซะเลย แจ็ค ไรอัน ผมก็ดูอมทุกข์ยังไงไม่รู้ ปู่ Ford แกก็เล่นดีนะ แต่หนังไม่มีชีวิตชีวาไง มันเลยทำให้แจ็ค ไรอัน ภาคนี้ ไม่ค่อยน่าจดจำเท่าไหร่ ถึงว่าดูได้เพลินๆ ซึ่งภาคต่อมาค่อยสนุกขึ้นหน่อย ซึ่งแจ็ค ไรอัน ที่แสดงโดย Harrison Ford เหมือนเดิมก็ดูดีขึ้นหน่อย หนังก็มันส์มากด้วย เดี๋ยวถ้าผมอ่านเวอร์ชั่นนิยายจะมาเล่าให้ฟังทีหลังล่ะกันนะครับ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้