คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 14
การจะถือยาว ไม่ใช่เรื่องง่ายครับ เพราะนอกจากการเลือกหุ้นที่ถูกตัว จังหวะในการเข้าซื้อแล้ว ยังต้องมีสภาพจิตใจที่แน่วแน่ มองแนวโน้มของหุ้นเป็น ตราบใดที่แนวโน้มของหุ้นอยู่ในขาขึ้น ต้องไม่ขายออก และเมื่อไรที่แนวโน้มของหุ้นอยู่ในขาลง ก็ควรที่จะทำกำไรออกมา แล้วถือเงินสด
ส่วนตัวผมมองว่า หุ้นเลือกไม่ง่าย เพราะหุ้นที่มีพื้นฐานดี มีอยู่จำนวนไม่น้อย ยิ่งถ้าพอร์ตเราเล็ก การกระจายการลงทุนอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก เราอาจจะต้องกรองหุ้นให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่พอร์ตจะลงทุนได้อย่างคุ้มค่า โดยส่วนตัวมองว่า 3-5 ตัวเหมาะสำหรับคนพอร์ตเล็ก ถ้าพอร์ตใหญ่อาจจะเพิ่มจำนวนหุ้นขึ้นเป็น 10 ตัวได้ แต่ไม่ควรจะเกินนี้ แค่การเลือกหุ้นให้เหลือไม่เกิน 10 ตัวก็ถือว่ายากแล้ว เพราะในตลาดมีหุ้นพื้นฐานดี น่าจะไม่น้อยกว่า 50 ตัว
จังหวะการเข้าซื้อ ก็เป็นเรื่องยาก บางครั้งหุ้นตกหนักๆ ราคามันน่าซื้อ แต่ถ้ามองแนวโน้มยังเป็นขาลง การเข้าไปซื้อ อาจจะเป็นจังหวะที่ไม่เหมาะสมก็ได้ ถึงจะเลือกหุ้นดี แต่จังหวะที่เข้าไปไม่เหมาะสม ก็อาจจะต้องถือตัวแดงไปก่อน ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าแนวโน้มจะเปลี่ยนเป็นขาขึ้นเมื่อไร พอร์ตถึงจะกลับมาเขียว ในเรื่องของจังหวะการเข้าซื้อ มันขึ้นอยู่กับพฤติกรม และสไตล์การเล่นของแต่ละบุคคลด้วย บางคนเป็นประเภท ลงซื้อ ขึ้นขาย บางคนเป็นประเภท ซื้อแพง เพื่อไปขายแพงกว่า (ที่พูดแบบนี้ไม่ได้หมายถึง การเก็งกำไรอย่างเดียว แต่ถ้าแนวโน้มเปลี่ยนเป็นขาขึ้น ซื้อแล้วพอร์ตเขียวเลย ต้องซื้อตอนแพง เพราะเทรนเปลี่ยนเป็นขาขึ้น ยังไงก็ไม่มีหุ้นราคาถูก)
การถือลงทุน ถือระยะยาว (ในช่วงที่จังหวะเป็นขาขึ้น) ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะปกติ คนเราจะมีความโลภ ความกลัว มันเป็นเรื่องของสภาพจิตใจ และ mindset ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ฝึกยากที่สุด ยากกว่าการหาหุ้น หรือหาจังหวะในการซื้อซะด้วยซ้ำ ผมคิดว่าเรื่องนี้ถ้าคิดจะเป็นนักลงทุน เล่นหุ้นระยะยาว ตามรอบ (ถ้าหุ้นเป็นขาลง ถึงค่อยขายทิ้งทั้งหมด) ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ส่วนตัวผมมองว่า หุ้นเลือกไม่ง่าย เพราะหุ้นที่มีพื้นฐานดี มีอยู่จำนวนไม่น้อย ยิ่งถ้าพอร์ตเราเล็ก การกระจายการลงทุนอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก เราอาจจะต้องกรองหุ้นให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่พอร์ตจะลงทุนได้อย่างคุ้มค่า โดยส่วนตัวมองว่า 3-5 ตัวเหมาะสำหรับคนพอร์ตเล็ก ถ้าพอร์ตใหญ่อาจจะเพิ่มจำนวนหุ้นขึ้นเป็น 10 ตัวได้ แต่ไม่ควรจะเกินนี้ แค่การเลือกหุ้นให้เหลือไม่เกิน 10 ตัวก็ถือว่ายากแล้ว เพราะในตลาดมีหุ้นพื้นฐานดี น่าจะไม่น้อยกว่า 50 ตัว
จังหวะการเข้าซื้อ ก็เป็นเรื่องยาก บางครั้งหุ้นตกหนักๆ ราคามันน่าซื้อ แต่ถ้ามองแนวโน้มยังเป็นขาลง การเข้าไปซื้อ อาจจะเป็นจังหวะที่ไม่เหมาะสมก็ได้ ถึงจะเลือกหุ้นดี แต่จังหวะที่เข้าไปไม่เหมาะสม ก็อาจจะต้องถือตัวแดงไปก่อน ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าแนวโน้มจะเปลี่ยนเป็นขาขึ้นเมื่อไร พอร์ตถึงจะกลับมาเขียว ในเรื่องของจังหวะการเข้าซื้อ มันขึ้นอยู่กับพฤติกรม และสไตล์การเล่นของแต่ละบุคคลด้วย บางคนเป็นประเภท ลงซื้อ ขึ้นขาย บางคนเป็นประเภท ซื้อแพง เพื่อไปขายแพงกว่า (ที่พูดแบบนี้ไม่ได้หมายถึง การเก็งกำไรอย่างเดียว แต่ถ้าแนวโน้มเปลี่ยนเป็นขาขึ้น ซื้อแล้วพอร์ตเขียวเลย ต้องซื้อตอนแพง เพราะเทรนเปลี่ยนเป็นขาขึ้น ยังไงก็ไม่มีหุ้นราคาถูก)
การถือลงทุน ถือระยะยาว (ในช่วงที่จังหวะเป็นขาขึ้น) ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะปกติ คนเราจะมีความโลภ ความกลัว มันเป็นเรื่องของสภาพจิตใจ และ mindset ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ฝึกยากที่สุด ยากกว่าการหาหุ้น หรือหาจังหวะในการซื้อซะด้วยซ้ำ ผมคิดว่าเรื่องนี้ถ้าคิดจะเป็นนักลงทุน เล่นหุ้นระยะยาว ตามรอบ (ถ้าหุ้นเป็นขาลง ถึงค่อยขายทิ้งทั้งหมด) ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
studentnut ถูกใจ, Etoras ถูกใจ, แมวโฉด โหด 800 ขุมนรก ถูกใจ, blckdrgn ถูกใจ, มิดซีลี ถูกใจ, B16a ถูกใจ, ป่ะป๊าน้องพีนัทส์ ซึ้ง, เพียงเพื่อน ถูกใจ, เฉินห้าวนาน ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3507472 ถูกใจ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
ผมรอเวลานี้มา5ปี แต่กลับซื้อหุ้นได้3วันแล้วก็ขาย
ผมควรจัดการกับอารมตัวเองยังไงดีครับ