สวัสดีค่ะ เราเป็นเด็กอายุ 15 ปี ที่กำลังจะขึ้นชั้นมัธยมปลาย ช่วงโควิดโรงเรียนทั่วประเทศก็หยุดลงอย่างไม่มีกำหนดเลยทำให้ต้องหยุดอยู่บ้านเป็นเดือนๆ ช่วงนี้ชีวิตในครอบครัวมีแต่ปัญหาเดิมๆที่มันยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ ทะเลาะจนใหญ่โตจนทำให้พี่ชายเริ่มรำคาญและหงุดหงิดในตัวเรามากขึ้น เราไม่อยากให้พี่ชายที่เป็นคนเดียวที่เข้าใจเราย้ายหนีแม่กับเราไปอยู่ที่อื่น ไม่อยากโดนทิ้งค่ะ แล้วก็ไม่อยากให้แม่ต้องรับภาระเกี่ยวกับเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้านตามลำพัง เพราะคิดว่าเขาคงจ่ายไม่ไหวแน่ๆ ถึงจะเข้าขั้นเกลียดท่านก็ตาม แต่ก็ยังแอบเป็นห่วงอยู่บ้าง
หลังจากนั้นเราจึงปรับนิสัยใหม่ให้หมดโดยการที่คุยน้อยลง ส่วนใหญ่ก็จะนั่งฟังเพลงและช่วยงานบ้านไปวันๆ วันๆก็กินแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและน้ำอัดลม เรียกว่าประทังชีวิตมากกว่า เราเชื่อค่ะว่าอาหารอร่อยๆจะทำให้เรามีความสุขมากขึ้น แต่ก็ไม่มีโอกาสที่จะได้กินเลย ฐานะการเงินไม่ดีเลยต้องทนประหยัดๆเอา พอมารู้สึกตัวอีกที ก็ยิ้มไม่ออกซะแล้ว พูดกับคนอื่นลำบาก อึดอัดใจไปหมด แถมยังมีเรื่องแปลกๆเกี่ยวกับตัวเรามาเสริมอีก เวลาที่สมองเราจินตนาการในเรื่องบางเรื่อง มันมีแต่เรื่องที่เราไม่ชอบและกลัวทั้งนั้น แต่มันแล่นเรื่องราวเร็วจนเราหยุดจินตนาการไม่ได้ ระแวงและขี้กลัวตลอดเวลาทั้งๆที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
การมองเห็นของเราเริ่มแย่ลง มองไปทางไหนก็เบลอลบ้างอะไรบ้าง ต้องกระพริบตาบ่อยๆหรือหรี่ตาจ้องเขม็งถึงจะพอเห็น โดยเฉพาะตัวอักษรเล็กๆบนจอคอม เคยขอแม่หรือพี่ชายให้พาไปตัดแว่นด้วยนะคะ พี่ชายเขาก็ปัดคำถามทิ้งแล้วถามถึงแว่นตาอันเก่าที่วางขายตามตลาด ซึ่งเราก็ทนใช้แล้วมันใช้ไม่ได้จริงๆค่ะ ปวดตาด้วย ส่วนแม่เขาก็บอกว่าเงินเดือนออกจะพาไปตัดแว่น แต่นี่มันก็ผ่านมานานแล้วก็ไม่มีวี่แวว เราไม่อยากทะเลาะหรือตามตื๊อ เลยยอมมองเบลอๆแบบนี้ต่อไป แล้วก็เรื่องหูของเรา ช่วงนี้พอนอนหรืออยู่ในที่เงียบๆ จะชอบได้ยินเสียงแปลกๆค่ะ เช่น เสียงเคาะประตู เสียงรูดผ้าม่าน รวมถึงเสียงจากที่ไกลๆค่ะ ไม่ได้เชื่อว่าตัวเองจะได้ยินเสียงไกลขนาดนั้นได้ เลยไม่สนใจเท่าไหร่ แต่พอหลังๆมันเริ่มทำให้เรากลัวค่ะ เคยคิดด้วยนะคะว่าเราป่วยรึเปล่า เพราะมันดูไม่ปกติเลย
ขอเล่าแค่ปัญหาที่พอแก้ได้ก่อนก็แล้วกันค่ะ ขอความกรุณาแนะนำด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
็รู้สึกไม่มีความสุขในชีวิตเลย มีอะไรแนะนำบ้างไหมคะ?
หลังจากนั้นเราจึงปรับนิสัยใหม่ให้หมดโดยการที่คุยน้อยลง ส่วนใหญ่ก็จะนั่งฟังเพลงและช่วยงานบ้านไปวันๆ วันๆก็กินแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและน้ำอัดลม เรียกว่าประทังชีวิตมากกว่า เราเชื่อค่ะว่าอาหารอร่อยๆจะทำให้เรามีความสุขมากขึ้น แต่ก็ไม่มีโอกาสที่จะได้กินเลย ฐานะการเงินไม่ดีเลยต้องทนประหยัดๆเอา พอมารู้สึกตัวอีกที ก็ยิ้มไม่ออกซะแล้ว พูดกับคนอื่นลำบาก อึดอัดใจไปหมด แถมยังมีเรื่องแปลกๆเกี่ยวกับตัวเรามาเสริมอีก เวลาที่สมองเราจินตนาการในเรื่องบางเรื่อง มันมีแต่เรื่องที่เราไม่ชอบและกลัวทั้งนั้น แต่มันแล่นเรื่องราวเร็วจนเราหยุดจินตนาการไม่ได้ ระแวงและขี้กลัวตลอดเวลาทั้งๆที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
การมองเห็นของเราเริ่มแย่ลง มองไปทางไหนก็เบลอลบ้างอะไรบ้าง ต้องกระพริบตาบ่อยๆหรือหรี่ตาจ้องเขม็งถึงจะพอเห็น โดยเฉพาะตัวอักษรเล็กๆบนจอคอม เคยขอแม่หรือพี่ชายให้พาไปตัดแว่นด้วยนะคะ พี่ชายเขาก็ปัดคำถามทิ้งแล้วถามถึงแว่นตาอันเก่าที่วางขายตามตลาด ซึ่งเราก็ทนใช้แล้วมันใช้ไม่ได้จริงๆค่ะ ปวดตาด้วย ส่วนแม่เขาก็บอกว่าเงินเดือนออกจะพาไปตัดแว่น แต่นี่มันก็ผ่านมานานแล้วก็ไม่มีวี่แวว เราไม่อยากทะเลาะหรือตามตื๊อ เลยยอมมองเบลอๆแบบนี้ต่อไป แล้วก็เรื่องหูของเรา ช่วงนี้พอนอนหรืออยู่ในที่เงียบๆ จะชอบได้ยินเสียงแปลกๆค่ะ เช่น เสียงเคาะประตู เสียงรูดผ้าม่าน รวมถึงเสียงจากที่ไกลๆค่ะ ไม่ได้เชื่อว่าตัวเองจะได้ยินเสียงไกลขนาดนั้นได้ เลยไม่สนใจเท่าไหร่ แต่พอหลังๆมันเริ่มทำให้เรากลัวค่ะ เคยคิดด้วยนะคะว่าเราป่วยรึเปล่า เพราะมันดูไม่ปกติเลย
ขอเล่าแค่ปัญหาที่พอแก้ได้ก่อนก็แล้วกันค่ะ ขอความกรุณาแนะนำด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ