ตอนที่โควิด-19 ระบาดใหม่ๆ กรุงเทพฯเริ่มได้รับผลกระทบแรกๆเลย เพราะเป็นแหล่งชุมชนหนาแน่น มีผู้คนจับจองพื้นที่แทบทุกซอกทุกมุม ความเจริญน่าจะเป็นหนึ่งจากจำนวน 77 จังหวัด
เมื่อโรคระบาดมาถึงตอนนี้ยังไม่มีวัคซีน ยังไม่มียา รักษาตามอาการเท่านั้น ผู้คนยังต้องดูแลตัวเอง แต่ทว่าการดูแลตัวเองจะทำลำพังอย่างไร เมื่อโรคระบาดต้องถูกหน่วยงานตั้งขึ้นที่ต้องการป้องกันไม่ให้โรคระบาดลุกลามไปจนไม่สามารถคุมได้
มันเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตและวิถึของผู้คนในเมือง เมื่อให้ความร่วมมือต้องช่วยชาติ กักตัวเองอยู่กับบ้าน แต่มาถึงวันนี้ยังไม่มีใครฟันธงได้เลยว่า การระบาดของโควิด19 จะไปจบเมื่อไหร่ ซึ่งหมอดูที่เก่งที่สุดก็ยังไม่เคยออกมาฟันธง
จากคนที่เคยทำงานเพื่อให้มีรายได้ แต่ผลกระทบตอนนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องทำงานไม่ได้ แต่รายได้จากการทำงานมันไม่สามารถจะทำให้ชีวิตในเมืองมันเดืนต่อไปได้ จากคนที่เคยต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ และมีค่าใช้จ่ายสำหรับครอบครัวอีกจิปาถะ ถ้ามองระยะยาวๆแค่อีก 2 - 3 เดือนข้างหน้า รายได้ไม่กลับเข้ามาแบบเดิมและมีลดน้อยลงไปตามสภาพที่เป็นอยู่ นั่นคือ จุดจบ
ตอนนี้กรุงเทพไม่ใช่แดนศิวิไลแล้ว ยังมีจังหวัดเล็กๆที่คนไม่ได้คิดว่าจะไปสร้างหลักปักฐาน เข้ามาอยู่ในหัวหลายจังหวัดเลย
ตอนนี้คนทิ้งกรุงเทพฯไปพอสมควรแล้ว ที่น่ากังวลคือ มีโรคระบาดมาเมื่อไหร่ ถ้าไม่มีวัคซีน หรือยารักษา คงต้องไปอยู่ในที่ธรรมชาติแล้วมั้งครับ ห่างไกลผู้คน ห่างไกลความเจริญ แต่ถ้าชีวิตอยู่ต่อไปได้ก็น่าจะโอเคระดับหนึ่ง
กลับมาเรื่องเยียวยา ก็น่าเห็นใจรัฐบาลเหมือนกัน คือเข้ามาบริหารประเทศให้เดินหน้า แต่กลับมาเจอเรื่องที่ไม่ควรเจอ และยังต้องนำเงินแสนล้านมาเยียวยา แต่หลังจากเยียวยาแล้วยังหาความชัดเจนใดๆไม่ได้เลย
กรุงเทพฯ อ่อนไหวแบบนี้ ไม่อยากปลง แต่อยากเปลี่ยนแล้วครับ
คิดได้ไหมครับ กรุงเทพ เป็นเมืองด้อย ไม่น่าอยู่แล้ว
เมื่อโรคระบาดมาถึงตอนนี้ยังไม่มีวัคซีน ยังไม่มียา รักษาตามอาการเท่านั้น ผู้คนยังต้องดูแลตัวเอง แต่ทว่าการดูแลตัวเองจะทำลำพังอย่างไร เมื่อโรคระบาดต้องถูกหน่วยงานตั้งขึ้นที่ต้องการป้องกันไม่ให้โรคระบาดลุกลามไปจนไม่สามารถคุมได้
มันเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตและวิถึของผู้คนในเมือง เมื่อให้ความร่วมมือต้องช่วยชาติ กักตัวเองอยู่กับบ้าน แต่มาถึงวันนี้ยังไม่มีใครฟันธงได้เลยว่า การระบาดของโควิด19 จะไปจบเมื่อไหร่ ซึ่งหมอดูที่เก่งที่สุดก็ยังไม่เคยออกมาฟันธง
จากคนที่เคยทำงานเพื่อให้มีรายได้ แต่ผลกระทบตอนนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องทำงานไม่ได้ แต่รายได้จากการทำงานมันไม่สามารถจะทำให้ชีวิตในเมืองมันเดืนต่อไปได้ จากคนที่เคยต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ และมีค่าใช้จ่ายสำหรับครอบครัวอีกจิปาถะ ถ้ามองระยะยาวๆแค่อีก 2 - 3 เดือนข้างหน้า รายได้ไม่กลับเข้ามาแบบเดิมและมีลดน้อยลงไปตามสภาพที่เป็นอยู่ นั่นคือ จุดจบ
ตอนนี้กรุงเทพไม่ใช่แดนศิวิไลแล้ว ยังมีจังหวัดเล็กๆที่คนไม่ได้คิดว่าจะไปสร้างหลักปักฐาน เข้ามาอยู่ในหัวหลายจังหวัดเลย
ตอนนี้คนทิ้งกรุงเทพฯไปพอสมควรแล้ว ที่น่ากังวลคือ มีโรคระบาดมาเมื่อไหร่ ถ้าไม่มีวัคซีน หรือยารักษา คงต้องไปอยู่ในที่ธรรมชาติแล้วมั้งครับ ห่างไกลผู้คน ห่างไกลความเจริญ แต่ถ้าชีวิตอยู่ต่อไปได้ก็น่าจะโอเคระดับหนึ่ง
กลับมาเรื่องเยียวยา ก็น่าเห็นใจรัฐบาลเหมือนกัน คือเข้ามาบริหารประเทศให้เดินหน้า แต่กลับมาเจอเรื่องที่ไม่ควรเจอ และยังต้องนำเงินแสนล้านมาเยียวยา แต่หลังจากเยียวยาแล้วยังหาความชัดเจนใดๆไม่ได้เลย
กรุงเทพฯ อ่อนไหวแบบนี้ ไม่อยากปลง แต่อยากเปลี่ยนแล้วครับ