. ครั้งหนึ่งผมเคยมีบ้านที่พื้นที่กว้างขวาง แต่ก็ตามมาด้วยจำนวนคนมากมาย ผมเลยตัดสินใจย้ายออกจากบ้านแต่กำเนิด เพื่อมาอาศัยอยู่หอพัก เพื่อความส่วนตัว
.
. ผมอยู่หอพักมาได้จะ 2 ปีแล้ว หลักๆก็ใช้อาศัยแค่หลับนอน กินอาหาร เพราะกิจกรรมหลักของผมส่วนใหญ่มักจะอยู่นอกบ้าน เช่น ไปวิ่งที่สวนสาธารณะ เดินทางท่องเที่ยวแทบทุก weekend หรือไม่ก็ต้องหาเรื่องไปสัมมนา อะไรก็ได้ที่ไม่ต้องอยู่ห้องเล็กๆที่ไม่มีแอร์นี้(เพราะกลางวันมันร้อนมาก) ผมเคยคิดว่าผมเป็นคนประเภท extrovert ที่ไม่ชอบการอยู่นิ่ง
.
.
. ช่วงที่เขาให้กักตัวอยู่บ้านใหม่ๆ มีพี่ใน Facebook คนหนึ่งแชร์มาว่า ช่วงกักตัวนี้จะทำให้คนประเภท extrovert เข้าใจคนประเภท Introvert (คนที่ชอบใช้เวลาอยู่กับตัวเอง) มากขึ้น ตอนนั้นผมมีความคิดแย้งไปว่า ไม่จริงหรอก คน extrovert อย่างเราก็สามารถอยู่บ้านได้ คอยดู…….
.
.
. หลักจากการอยู่แต่บ้านมา 2-3 อาทิตย์ผมก็ค้นพบคำตอบอะไรหลายๆอย่างในชีวิต เริ่มจาก….การอยู่บ้านแมร่งโคตรอึดอัด คุณจะเริ่มเข้าใจมันก็ต่อเมื่อคุณได้ลองมาอยู่ในห้องเล็กๆ ที่ไม่มีแอร์ ไม่มีห้องนั่งเล่น ไม่มีมุมมองที่ให้สายตาคู่นี้ได้ทอดไปเพื่อพักผ่อน วิวที่สวยที่สุดคือการเปิดหน้าต่างออกไปให้พอเห็นโลกภายนอกบ้าง (นี่ฉันเป็นสัตว์ที่จำเป็นต้องการได้รับการสังเคราะห์แสงบ้างนะ) ฉันเริ่มคิดแล้วละว่าความเท่าเทียมแมร่งอาจไม่มีอยู่จริงในโลกนี้ คำว่ากักตัวอยู่บ้านเหมือนกัน แมร่งอาจจะไม่เหมือนกันสำหรับทุกคน ซึ่งแน่นอนการมีบ้านอยู่แมร่งก็คือคำว่า โชคดีในระดับหนึ่งแล้ว เพราะก็มีอีกหลายคนที่ตอนนี้ไม่มีแม้กระทั้ง ที่ซุกหัวนอน
.
.
"โชคดีที่ผมชอบฟังเพลงพี่ตูน บอดี้สแลม ชีวิตมันต้องเดินตามหาความฝัน……..ผมจึงต้องค่อยๆเดิมตามหาอะไรทำในห้องเล็กๆ ห้องนี้ "
"ออกกำลังกาย"
. ใช่แล้วผมชอบออกกำลังกาย เมื่อผมไปวิ่งที่สวนไม่ได้ ลู่วิ่งผมก็ไม่มี แถมคนที่เขามีบ้านหลังใหญ่ๆ มีลู่วิ่งดีๆเขาก็บอกให้พวกเราวิ่งอยู่ในบ้านกัน….อย่าออกไปวิ่งข้างนอกเลย.... ทางเดินหน้าหอพักดูจะเข้าท่าที่สุด…. พื้นคอนกรีต ไม่มีต้นไม้ ไม่มีสาวๆให้มอง ไม่มีลมเย็นๆ หรือจะพูดง่ายๆคือไม่มี….อะไรเลย ผมใส่รองเท้าลองวิ่งได้ไม่กี่นาทีก็พบว่า การวิ่งของผมแมร่งโคตรทรมาน มันไม่สนุกเลย ทั้งเจ็บเท้า ร้อน อึดอัด มันไม่เหมือนการวิ่งที่ควรจะเป็น หลังจากการวิ่งวันนั้น ผมปวดหัวตึบๆไปอีก 2 วัน และตัดสินใจได้ว่า คงไม่กลับไปวิ่งอีก
"เรียนออนไลน์"
. ในเมื่อออกกำลังกายไม่ได้...เราก็มาออกกำลังสมองหาคอร์สเรียนออนไลน์กันดีกว่า การเรียนออนไลน์ก็ดีนะ แต่มันโคตรง่วง คอร์สเรียนที่หน้าปกคอร์สบอกผมว่า ใช้เวลาเรียน 7 ชม. ผมกลับต้องใช้เวลาในการเรียน 1 วันครึ่ง เพราะอะไรอย่างนั้นหรอ ? เพราะว่าเราเอาเวลาไป เปิด facebook เอย ลุกไปหาของกินเอย พักสายตาเอย ไปๆมาๆ การเรียนออนไลน์ในห้องที่สุดแสนจะร้อน ก็เป็นการเรียนรู้ที่ทรหดพอตัว นอกจากการเรียนรู้จะเป็นการลงทุนแล้ว การเรียนรู้ยังทดสอบความอดทนได้ดี อดทนจาก Facebook shopee lazada youtube google ..
. ในสิ่งร้ายๆก็มีสิ่งดีๆ เราเชื่ออย่างหนึ่งว่า ต่อให้ชีวิตเราจะน่าเบื่อแค่ไหน แต่เมื่อใดก็ตามที่เราทำอะไรสักอย่างที่มีคุณค่าความน่าเบื่อนั้นจะเริ่มหายไป สำหรับเราคำว่าคุณค่า คือการทำอะไรเพื่อคนอื่น มันไม่ใช่การทำบุญ ไม่ใช่การบริจาค สำหรับเราไม่ใช่ แต่นั่นก็ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน สำหรับเราการได้ทำจิตอาสา หรือเอาความสามารถของตัวเองเท่าที่มีออกไปทำอะไรนั้นคือคุณค่า ช่วงนี้เราก็เลยได้ออกไปบริจาคเลือด ที่ก็มีเรื่องราวให้ติดตามกันนะ..
https://pantip.com/topic/39752276/comment7
. รวมทั้งเรายังได้เข้าร่วมกับพี่ๆที่รู้จักในการทำกลุ่ม covid19 Matching ขึ้นมา (ลองเข้าไปดูรายละเอียดกันได้นะ
https://www.facebook.com/covid19matching/
https://covid19matching.com/?fbclid=IwAR0ltqLZAmJxvqzwIxkDl2CAe17BIcZGvg9809IpCLpIG2MhF1SwfPJ74bQ )
. ขอขายของสักนิด กลุ่มเราจัดตั้งขึ้นมา จากการมีส่วนร่วมจากกลุ่มคนหลายแวดวง ทั้งสาธารณสุข วิชาการ สื่อมวลชน(สำนักเครือข่ายสื่อสาธารณะ Thaipbs) ผู้ประกอบการ ประชาสังคม และเยาวชนคนรุ่นใหม่(FeelTrip) ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาและจัดเก็บข้อมูล เชื่อมโยงระหว่างโรงพยาบาลที่มีความต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์และความต้องการอื่นๆ กับภาคประชาชนที่มีศักยภาพในการช่วยเหลือ
#Covid19matching
. เราค้นพบคำตอบอีกอย่างหนึ่งว่า ทุกๆครั้งที่เราได้ทำงานอาสาพวกนี้ เรารู้สึกหัวใจมันฟูๆ และไออาการฟูๆนี้ผมว่า มันเป็นยาแก้อาการเบื่อ ซึมเศร้า เหงาหงอย เครียด ยามกักตัวอย่างนี้ได้ดีทีเดียว
ปิดท้ายว่าด้วยเรื่อง "อาหารการกิน"
. ก็นับเป็นเรื่องที่พอมีข้อดีอยู่บ้าง เพราะว่าช่วงนี้ประหยัดเงินไปได้เยอะ จากการออกไปซื้อกับข้าวถุงละ 20-30 บาท หน้าปากซอย แต่ก็นะ...ช่วงนี้เราคงต้องบอกลา ผัดกะเพรา ผัดฉ่า ข้าวผัดจานโปรด จากร้านอาหารตามสั่งร้านโปรดไปก่อน ช่วงนี้ก็จะได้กินแต่ ต้มยำไก่ กะเพราไก่ แกงเห็ด ผัดผัก วนๆอยุ่แค่นี้แหละเพราะมันถูกและอร่อยที่สุดแล้ววว
"
"
. ไม่รู้ว่าผู้อ่านที่หลงตัวอ่านมาถึงตรงจุดนี้ จะได้อะไรกลับไปไหม แต่ผมแค่รู้สึกว่า ถึงการกักตัวอยู่บ้านของแต่ละคนจะต่างกัน แต่ที่มันไม่ต่างกันเลยคือ ทุกคนอยุ่ในสถานการณ์เดียวกันแทบทั้งโลก แต่อาจจะมีทรัพยากรในการผ่านไปที่ต่างกัน
คนที่กำลังอ่านอยู่อาจจะมีทั้งคนที่ลำบากกว่าผม สบายกว่าผม และแน่นอนมีกลุ่มคนที่เหนื่อยมากกว่าคือ บุคลากรทางการแพทย์ทุกคน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ท่านอื่นๆที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ด้วยนะครับ
. สุดท้ายผมจะไม่ใช้คำพูดว่า เราทุกคนจะผ่านไปได้ด้วยกัน (เพราะมันเลี่ยนไป จนแทบอ้วก) แต่ผมจะบอกว่า ไม่ว่ายังไงพวกเราก็ต้องผ่านมันไปอยู่ดี สักวันหนึ่งในอีก 2 3 4 5….10 ปีข้างหน้า เราอาจจะกำลังหันกลับมามองเหตุการณ์ในครั้งนี้ ที่มีความทรงจำ ประสบการณ์ดีร้ายมากมายปะปนกันไป
เกิดขึ้นของใครของมัน เหมือนซีรี่ย์ Netflix ที่คงมีเรื่องราวเป็นพันล้านเรื่องของทุกคน
มาสร้างเรื่องราวของตัวเอง เรื่องราวที่จะทำให้เมื่อเวลาผ่านไป เราย้อนกลับมาคิดถึง คุยโม้โอ้อวดกับคนอื่น ว่าฉันได้ทำอะไร บ้าๆบอๆ หรือทำคุณค่าอะไรบ้างให้กับโลกใบนี้ของคุณเอง ไม่ใช่โลกใบใหญ่ของทุกคน……..
เมื่อฉันต้องกักตัวอยู่ในห้อง 19 ตารางวา
.
. ผมอยู่หอพักมาได้จะ 2 ปีแล้ว หลักๆก็ใช้อาศัยแค่หลับนอน กินอาหาร เพราะกิจกรรมหลักของผมส่วนใหญ่มักจะอยู่นอกบ้าน เช่น ไปวิ่งที่สวนสาธารณะ เดินทางท่องเที่ยวแทบทุก weekend หรือไม่ก็ต้องหาเรื่องไปสัมมนา อะไรก็ได้ที่ไม่ต้องอยู่ห้องเล็กๆที่ไม่มีแอร์นี้(เพราะกลางวันมันร้อนมาก) ผมเคยคิดว่าผมเป็นคนประเภท extrovert ที่ไม่ชอบการอยู่นิ่ง
.
.
. ช่วงที่เขาให้กักตัวอยู่บ้านใหม่ๆ มีพี่ใน Facebook คนหนึ่งแชร์มาว่า ช่วงกักตัวนี้จะทำให้คนประเภท extrovert เข้าใจคนประเภท Introvert (คนที่ชอบใช้เวลาอยู่กับตัวเอง) มากขึ้น ตอนนั้นผมมีความคิดแย้งไปว่า ไม่จริงหรอก คน extrovert อย่างเราก็สามารถอยู่บ้านได้ คอยดู…….
.
.
. หลักจากการอยู่แต่บ้านมา 2-3 อาทิตย์ผมก็ค้นพบคำตอบอะไรหลายๆอย่างในชีวิต เริ่มจาก….การอยู่บ้านแมร่งโคตรอึดอัด คุณจะเริ่มเข้าใจมันก็ต่อเมื่อคุณได้ลองมาอยู่ในห้องเล็กๆ ที่ไม่มีแอร์ ไม่มีห้องนั่งเล่น ไม่มีมุมมองที่ให้สายตาคู่นี้ได้ทอดไปเพื่อพักผ่อน วิวที่สวยที่สุดคือการเปิดหน้าต่างออกไปให้พอเห็นโลกภายนอกบ้าง (นี่ฉันเป็นสัตว์ที่จำเป็นต้องการได้รับการสังเคราะห์แสงบ้างนะ) ฉันเริ่มคิดแล้วละว่าความเท่าเทียมแมร่งอาจไม่มีอยู่จริงในโลกนี้ คำว่ากักตัวอยู่บ้านเหมือนกัน แมร่งอาจจะไม่เหมือนกันสำหรับทุกคน ซึ่งแน่นอนการมีบ้านอยู่แมร่งก็คือคำว่า โชคดีในระดับหนึ่งแล้ว เพราะก็มีอีกหลายคนที่ตอนนี้ไม่มีแม้กระทั้ง ที่ซุกหัวนอน
.
.
"โชคดีที่ผมชอบฟังเพลงพี่ตูน บอดี้สแลม ชีวิตมันต้องเดินตามหาความฝัน……..ผมจึงต้องค่อยๆเดิมตามหาอะไรทำในห้องเล็กๆ ห้องนี้ "
"ออกกำลังกาย"
. ใช่แล้วผมชอบออกกำลังกาย เมื่อผมไปวิ่งที่สวนไม่ได้ ลู่วิ่งผมก็ไม่มี แถมคนที่เขามีบ้านหลังใหญ่ๆ มีลู่วิ่งดีๆเขาก็บอกให้พวกเราวิ่งอยู่ในบ้านกัน….อย่าออกไปวิ่งข้างนอกเลย.... ทางเดินหน้าหอพักดูจะเข้าท่าที่สุด…. พื้นคอนกรีต ไม่มีต้นไม้ ไม่มีสาวๆให้มอง ไม่มีลมเย็นๆ หรือจะพูดง่ายๆคือไม่มี….อะไรเลย ผมใส่รองเท้าลองวิ่งได้ไม่กี่นาทีก็พบว่า การวิ่งของผมแมร่งโคตรทรมาน มันไม่สนุกเลย ทั้งเจ็บเท้า ร้อน อึดอัด มันไม่เหมือนการวิ่งที่ควรจะเป็น หลังจากการวิ่งวันนั้น ผมปวดหัวตึบๆไปอีก 2 วัน และตัดสินใจได้ว่า คงไม่กลับไปวิ่งอีก
"เรียนออนไลน์"
. ในเมื่อออกกำลังกายไม่ได้...เราก็มาออกกำลังสมองหาคอร์สเรียนออนไลน์กันดีกว่า การเรียนออนไลน์ก็ดีนะ แต่มันโคตรง่วง คอร์สเรียนที่หน้าปกคอร์สบอกผมว่า ใช้เวลาเรียน 7 ชม. ผมกลับต้องใช้เวลาในการเรียน 1 วันครึ่ง เพราะอะไรอย่างนั้นหรอ ? เพราะว่าเราเอาเวลาไป เปิด facebook เอย ลุกไปหาของกินเอย พักสายตาเอย ไปๆมาๆ การเรียนออนไลน์ในห้องที่สุดแสนจะร้อน ก็เป็นการเรียนรู้ที่ทรหดพอตัว นอกจากการเรียนรู้จะเป็นการลงทุนแล้ว การเรียนรู้ยังทดสอบความอดทนได้ดี อดทนจาก Facebook shopee lazada youtube google ..
. ในสิ่งร้ายๆก็มีสิ่งดีๆ เราเชื่ออย่างหนึ่งว่า ต่อให้ชีวิตเราจะน่าเบื่อแค่ไหน แต่เมื่อใดก็ตามที่เราทำอะไรสักอย่างที่มีคุณค่าความน่าเบื่อนั้นจะเริ่มหายไป สำหรับเราคำว่าคุณค่า คือการทำอะไรเพื่อคนอื่น มันไม่ใช่การทำบุญ ไม่ใช่การบริจาค สำหรับเราไม่ใช่ แต่นั่นก็ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน สำหรับเราการได้ทำจิตอาสา หรือเอาความสามารถของตัวเองเท่าที่มีออกไปทำอะไรนั้นคือคุณค่า ช่วงนี้เราก็เลยได้ออกไปบริจาคเลือด ที่ก็มีเรื่องราวให้ติดตามกันนะ.. https://pantip.com/topic/39752276/comment7
. รวมทั้งเรายังได้เข้าร่วมกับพี่ๆที่รู้จักในการทำกลุ่ม covid19 Matching ขึ้นมา (ลองเข้าไปดูรายละเอียดกันได้นะ https://www.facebook.com/covid19matching/
https://covid19matching.com/?fbclid=IwAR0ltqLZAmJxvqzwIxkDl2CAe17BIcZGvg9809IpCLpIG2MhF1SwfPJ74bQ )
. ขอขายของสักนิด กลุ่มเราจัดตั้งขึ้นมา จากการมีส่วนร่วมจากกลุ่มคนหลายแวดวง ทั้งสาธารณสุข วิชาการ สื่อมวลชน(สำนักเครือข่ายสื่อสาธารณะ Thaipbs) ผู้ประกอบการ ประชาสังคม และเยาวชนคนรุ่นใหม่(FeelTrip) ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาและจัดเก็บข้อมูล เชื่อมโยงระหว่างโรงพยาบาลที่มีความต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์และความต้องการอื่นๆ กับภาคประชาชนที่มีศักยภาพในการช่วยเหลือ
#Covid19matching
. เราค้นพบคำตอบอีกอย่างหนึ่งว่า ทุกๆครั้งที่เราได้ทำงานอาสาพวกนี้ เรารู้สึกหัวใจมันฟูๆ และไออาการฟูๆนี้ผมว่า มันเป็นยาแก้อาการเบื่อ ซึมเศร้า เหงาหงอย เครียด ยามกักตัวอย่างนี้ได้ดีทีเดียว
ปิดท้ายว่าด้วยเรื่อง "อาหารการกิน"
. ก็นับเป็นเรื่องที่พอมีข้อดีอยู่บ้าง เพราะว่าช่วงนี้ประหยัดเงินไปได้เยอะ จากการออกไปซื้อกับข้าวถุงละ 20-30 บาท หน้าปากซอย แต่ก็นะ...ช่วงนี้เราคงต้องบอกลา ผัดกะเพรา ผัดฉ่า ข้าวผัดจานโปรด จากร้านอาหารตามสั่งร้านโปรดไปก่อน ช่วงนี้ก็จะได้กินแต่ ต้มยำไก่ กะเพราไก่ แกงเห็ด ผัดผัก วนๆอยุ่แค่นี้แหละเพราะมันถูกและอร่อยที่สุดแล้ววว
"
"
. ไม่รู้ว่าผู้อ่านที่หลงตัวอ่านมาถึงตรงจุดนี้ จะได้อะไรกลับไปไหม แต่ผมแค่รู้สึกว่า ถึงการกักตัวอยู่บ้านของแต่ละคนจะต่างกัน แต่ที่มันไม่ต่างกันเลยคือ ทุกคนอยุ่ในสถานการณ์เดียวกันแทบทั้งโลก แต่อาจจะมีทรัพยากรในการผ่านไปที่ต่างกัน
คนที่กำลังอ่านอยู่อาจจะมีทั้งคนที่ลำบากกว่าผม สบายกว่าผม และแน่นอนมีกลุ่มคนที่เหนื่อยมากกว่าคือ บุคลากรทางการแพทย์ทุกคน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ท่านอื่นๆที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ด้วยนะครับ
. สุดท้ายผมจะไม่ใช้คำพูดว่า เราทุกคนจะผ่านไปได้ด้วยกัน (เพราะมันเลี่ยนไป จนแทบอ้วก) แต่ผมจะบอกว่า ไม่ว่ายังไงพวกเราก็ต้องผ่านมันไปอยู่ดี สักวันหนึ่งในอีก 2 3 4 5….10 ปีข้างหน้า เราอาจจะกำลังหันกลับมามองเหตุการณ์ในครั้งนี้ ที่มีความทรงจำ ประสบการณ์ดีร้ายมากมายปะปนกันไป
เกิดขึ้นของใครของมัน เหมือนซีรี่ย์ Netflix ที่คงมีเรื่องราวเป็นพันล้านเรื่องของทุกคน
มาสร้างเรื่องราวของตัวเอง เรื่องราวที่จะทำให้เมื่อเวลาผ่านไป เราย้อนกลับมาคิดถึง คุยโม้โอ้อวดกับคนอื่น ว่าฉันได้ทำอะไร บ้าๆบอๆ หรือทำคุณค่าอะไรบ้างให้กับโลกใบนี้ของคุณเอง ไม่ใช่โลกใบใหญ่ของทุกคน……..