อย่างที่กล่าวไปข้างต้นครับ เนื่องจากสภาวะธุระกิจแบบนี้การขายของยอดขายลดลงค่อนข้างมาก อีกอย่างสภาวะวิกฤติ Covid-19 น่าจะทำให้หลายคนอยากกลับไปทำงานที่บ้าน แล้วอีกเหตุผลหนึ่งที่หลายคนโดนก็คือ การที่ถูกเลิกจ้างงาน
เกริ่นยาวๆก่อนละกัน
จุดประสงค์ที่ผมอยากเปิดสอนธุระกิจแบบ How to จริงๆแล้วมันเริ่มต้นมาจากที่พ่อของผมเป็น "ช่าง" ครับ ท่านเป็นคนที่เก่งมาก มีความชำนาญในการออกแบบเครื่องจักร เชื่อม กลึง และ การซ่อมบำรุง
แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ท่านไม่ค่อยมีความรู้มากครับ มีแค่ประสบการณ์ อยากทำหลายๆอย่างที่ประสบการณ์สอนตัวเองมาจึงมาตั้งธุรกิจของตัวเอง
ตัวผลเองมีโอกาศเรียนจบ วิศวะคอมพิวเตอร์จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงมีความรู้ด้านโปรแกรมอยู่บ้าง และจบ MBA จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น เลยพอจะมีความรู้ในการวิเคราะห์สังเคราะห์ธุระกิจมากกว่าคุณพ่อของผม
ด้วยเหตุนี้ผมจึงร่วมมือกันกับคุณพ่อในการก่อตั้งธุระกิจขึ้นมาจาก 0 โดยมันเป็นการเปลี่ยนตัวเองจากครอบครัว "ช่างทั่วไป" ให้เป็นผู้ประกอบการครั้งแรกของชีวิตครับ จนสุดท้ายพวกเราก็สร้างเครื่องจักรของตัวเองออกมาได้ในที่สุด แม้จะเป็นแบรนด์เล็กๆ แต่ก็เห็นว่ามีหนทางในการเติบโต
แบรนด์ที่ว่าคือ เครื่องจักรการเกษตร MPS ครับ เช่น เครื่องสับย่อย เครื่องแยกกาก เครื่องเกาหลังวัว แล้วก็เครื่องผสมTMR รวมถึงในอนาคตจะมีอีกหลายอย่างเพิ่มเติมมา ทั้งเครื่องตัดอ้อยแบบไม่ต้องเผาใบ ปั้มน้ำดูดน้ำลึก ฯลฯ ซึ้งตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงทำการศึกษาอยู่ครับ
อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ผมจบวิศวะคอม พ่อจบช่างเชื่อมธรรมดา แต่เราสร้างเครื่องจักรขาย มันค่อนข้างจะขัดแย้งกันอยู่เล็กน้อยครับ
จริงๆต้องบอกว่า "พ่อผมเป็นช่างก็จริง แต่ท่านมีสิ่งที่การทำงานหลายๆอย่างสอนท่านมา นั่นคือประสบการณ์ครับ" คุณพ่อท่านเคยไปค้าแรงอยู่ต่างประเทศ ระยะเวลารวมๆ ก็มากกว่า 12 ปี เห็นเครื่องจักรมามาก ซ่อมเครื่องจักรมามาก กลไกการทำงานของมันท่านจึงค่อนข้างรู้ว่ามันทำงานอย่างไรโดยที่ไม่ได้เรียนสูงมา ซึ่งผมคิดว่า "ช่างในประเทศไทยหลายคนก็มีความสามารถมาก ในเรื่องงานช่างตรงนี้" แต่อย่างว่า การศึกษาเป็นอาวุธ การมีเพียงประสบการณ์เพียงอย่างเดียวหากจะมาทำงานของตัวเองบางครั้งก็พลาดได้ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนเครื่องจักรที่แพง การใช้งานเครื่องจักรทันสมัยที่เราเองก็ไม่รู้ระบบคอมพิวเตอร์ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การสำรวจการตลาด และการลดต้นทุน
ผม ซึ่งมีความรู้เล็กน้อยจากการที่มีโอกาศเรียนหนังสือ จึงเข้ามาเติมเต็มส่วนนี้ของคุณพ่อ ซึ่งที่ผมทำให้ท่านได้คือ การCoding การทำระบบอัตโนมัติ การเขียนแบบโดยคอมพิวเตอร์ การทำการตลาด การทำโฆษณา การจัดตั้งบริษัท การทำบัญชี การดำเนินการขอกู้เพื่อทำธุระกิจซึ่งบ้านผมเป็นคนบ้านนอกไม่ค่อยมีความรู้ความกล้าในข้อนี้กัน
ในส่วนการสำรวจตลาด การกู้อะไรพวกนี้ผมขอข้ามไปก่อนนะครับ จะขอเจาะตรงสินค้าที่จะขายแทน (ฮ่าๆ ต้องขออภัย ในอนาคตจะมาเขียนเพิ่มให้ครับ)
เข้าเรื่อง (เริ่มขายของ)
ในตอนแรกที่เราก่อตั้งโรงงานเล็กๆของเรา ซึ่งขาดทุนหนักมากจากการขายปุ๋ย ขายยากำจัดศัตรูพืช ต้องยอมรับว่าเราไม่เข้าใจธุระกิจนี้จริงๆ พ่อผมทำงานช่าง (เหล็กและเครื่องจักร) มาทั้งชีวิต แต่ท่านมาขายปุ๋ย ทำเกษตร แถมยังให้ % หรือว่าติดต่อนายทุนให้นายทุนไปขายชาวนาก็ไม่ทำ (พ่อผมมองว่ามันเป็นการฮั้วแล้วก็กดขี่ชาวนาและท่านก็เป็นลูกชาวนา) นอกจากนี้ การบริหารเงินก็ทำไม่เป็น การจัดการบัญชี อันไหนเงินรายได้อันไหนเงินจ่ายหนี้ จ่ายค่าแรง มั่วไปหมด ฮ่าๆ มันก็ล่มสิครับ เจ้งเลย หนี้ท่วม
แต่อย่างไรก็ดี คุณพ่อของผมท่านเป็นคนง่ายๆไม่มองโลกในแง่ร้าย ท่านเรียนรู้ว่าการที่เราจะทำอะไรสักอย่างโดยไม่มีความรู้เรื่องนั้นเลยมันเป็นความเสี่ยงที่สูงลิ่วนัก แม้ว่าพอผมจะอยากตอบแทนเกษตรกร อยากขายของถูกๆให้เกษตรกรอันเป็นอาชีพที่ส่งเสียเลี้ยงดูท่านมา แต่ว่าการที่ไม่มีความรู้เรื่องนั้นมันก็เจ้งอยู่ดี มีความรักอย่างเดียวไม่พอ
สุดท้าย โอกาศที่ทำให้เกิดธุระกิจใหม่ก็เกิดขึ้น วันหนึ่งคนรู้จักที่เป็นเกษตรกรท่านหนึ่งเดินทางมาหาคุณพ่อของผม ท่านก็บ่นให้คุณพ่อผมฟังว่า เครื่องจักรการเกษตรที่ท่านไปซื้อมา พังง่าย แพง ไม่คุ้มเงิน เป็นหนี้ครึ่งล้านเพื่อรถเกี่ยวข้าวมาเกี่ยวปีละไม่กี่ครั้ง ต้นทุนเครื่องจักรการเกษตรสูงสำหรับการทำสมาร์ทฟาร์ม แต่ผลผลิตที่เอาไปขายถูก (แน่นอนว่าปัญหามันมากกว่านี้ครับ ทั้งความรู้ของเกษตรกร และภาครัฐเองด้วย) แต่ว่าตอนนั้นเองที่คุณพ่อท่านรู้สึกเศร้าใจและเห็นใจเกษตรกรขึ้นมา ท่านอยากเข้าไปช่วยเหลือ โอเคว่าขายของเกษตรอย่างอื่นท่านทำเจ้ง แต่การทำเครื่องจักถูกๆมาขายให้เกษตรกรท่านจะทำไม่ได้เลยหรือ
และวันนั้นเองคุณพ่อของผมก็เอาเครื่องมือช่างจากการทำรับเหมาที่เก็บไว้หลายสิบปีออกมา (ท่านเคยไปทำงานรับเหมาที่ กทม. หลายสิบปี ก่อนไปทำงานเมืองนอกอีกทีหนึ่ง) เครื่องมือช่างที่ได้มาทั้งหมดนี้ มีครบครับ เชื่อม ตัด เจีย บลาๆ แต่ไม่ใช่เครื่องจักรใหญ่นะครับ จะมีก็แต่เครื่องกลึงที่ท่านซื้อมาไว้เพราะชอบส่วนตัว และแน่นอนว่าเครื่องมือนี้มันเป็นหยดเลือดจากการไปทำงาน กทม. ครับ มันมีสตอรี่คุณพ่อท่านเลยไม่ทิ้งแม้ว่ามันจะเก่ามากก็ตาม (ตอนวิกฤติต้มยำกุ้ง คุณพ่อท่านรับเหมาที่ที่หนึ่ง หลังงานเสร็จท่านเอาเช็คบริษัทไปเบิก ปรากฏเช็คเด้ง เพราะบริษัทที่พ่อผมทำงานให้มันเจ้ง ลูกน้องกว่าสิบชีวิตในตอนนั้นไม่ได้เงินเลย เฒ่าแก่พ่อเลยยกเครื่องไม้เครื่องมือที่ว่าให้แทนเงินสดเอาไปแบ่งกันกับลูกน้อง แน่นอนว่าท่านไม่ขายเพราะมูลค่ามันน้อยมากแต่เอาเงินมัดจำส่วนของตัวเองที่ได้ตอนแรกจ่ายลูกน้องแทน 200000 กว่าบาท + เงินเก็บของตัวเอง ตอนนั้นแม่ผมด่าพ่อเลยละ ฮ่าๆๆ แล้วก็ซมซานกลับบ้านนอกมา ตอนนั้นลูกน้องทุกคนก็แยกย้ายกันไป ส่วนพ่อผมไปเป็นครูอัตราจ้างวิทยาลัยเทคนิคจังหวัดก่อนไปเมืองนอก) เข้าเรื่องต่อ พ่อผมบอกกับเพื่อนเกษตรกรคนนั้นว่าจะทำเครื่องที่อยากได้ให้ฟรี ให้ลองเอาไปใช้ และท่านก็เริ่มทำ แน่นอนว่าต้นทุนถูกกว่าชาวบ้านเขา 60% แถมอึดถึกทนกว่า เพราะพ่อเปลี่ยนจากระบบเกียที่ปัญหาจุกจิกมาเป็นสายพานที่หยืดหยุ่นและชาวบ้านสามารถเอาไปต่อกับรถไถนาได้ด้วย
หลังจากนั้น ในหัวของคุณพ่อก็อยากทำเครื่องจักรการเกษตรแต่ว่าก็ยังไม่ได้ทำ เวลาก็ผ่านไปอีก 1 ปี (แน่นอนครับ 1 ปี โคตรนานจากเครื่องจักรแรก ฮ่าๆๆๆ)
ตอนนั้นเอง หนุ่มวิศวะคอมที่ซมซานจากการถูกเลิกจ้างซมซานจากเมืองฝารั่งอย่างภูเก็ต กลับมาบ้านนอกแดนดินถิ่นอีสาน คุณพ่อผมเขาเลยเห็นโอกาศ ที่ผ่านมาท่านทำอะไรไม่ได้เพราะต้นทุนมีน้อย (เงินหมด เจ้งจากขายปุ๋ย) แต่เมื่อลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกลับมา ท่านเลยได้ไอเดียว่า แบบนี้เราก็ลดต้นทุนได้สิวะ ไอ้ลูกชายเราจบวิศวะ มันต้องทำได้แน่ๆ
แต่ทว่า...เปล่าเลยครับ ฮ่าๆๆๆๆๆ ผมทำอะไรไม่ได้เลย แต่ไอเดียของท่านมันเจ๋งจริงๆ เครื่องที่ท่านวาดแบบออกมามันอัศจรรย์มาก (ใช่ครับ 1 ปีที่หายไปท่านเขียนแบบด้วยมือ ว่าเครื่องอะไรบ้างที่เกษตรกรไทยต้องการ) ท่านพยายามให้ผมออกแบบระบบอัตโนมัติให้ท่าน สร้างเครื่อง CNC plasma ที่สั่งงานผ่านคอมพิวเตอร์ให้ท่านที แน่นอนว่าผมที่ไปทำงานภูเก็ตซึ่งเป็นงานโรงแรมการท่องเที่ยว งานคอมไม่ได้จับมา 7 ปีจะทำได้หรือ ไม่แน่นอน =___=
อย่างไรก็ตาม คุณพ่อท่านผิดหวังมาก ท่านมีความใฝ่ฝันมาโดยตลอด ใฝ่ฝันมาเสมอว่าอยากจะเรียนวิศวะกับเขาบ้าง (ท่านจบ ปวส ครับแม้ว่าจะเคยเป็นอาจารย์วิทยาลัยเทคนิคก็ตาม) ท่านเป็นคนเรียนเก่งมาก เคยจะได้มาเรียนที่ มจธ หรือพระจอมเกล้าธรบุรี เมื่อครั้งอดีต แต่โชคร้ายคุณปู่เสียเงินที่มีน้อยอยู่จึงไม่พอ จนท่านต้องหยุดความฝันไป เพื่อนสนิททั้ง 2 คนของคุณพ่อจบ วิศวะปริญญาโททุกคน ยกเว้นเพียงท่านคนเดียว และตอนที่ผมเอ็นทรานซ์ติดวิศวะท่านดีใจมาก ท่านอยากให้ผมเรียน วิศวะโยธา ไม่ก็เครื่องกล แต่แน่นอนว่าผมไม่ ฮ่ะๆ ตอนนั้นท่านเสียใจ แต่ก็ยอมให้ผมเรียน
แต่วันนั้นวันที่คุณพ่อบอกผมให้ใช้วิชาคอมพิวเตอร์ ผมกลับปฏิเสธครับ ผมทำให้ท่านไม่ได้ และเวลาก็ผ่านไปอีกครึ่งปี
ครึ่งปีที่ผ่านมาคุณพ่อท่านก็ไม่ได้ลดละความพยายาม ท่านทำเครื่องจักรด้วยมือเหมือนเดิม เครื่อง CNC ไม่มี (เพราะแพงมาก 350K - 550K) เราไม่มีเงินซื้อ คุณพ่อผมเขาก็ใช้เชื่อมแก๊สตัดเอา เหล็กหนา 2 นิ้วเลยนะครับบางชิ้นไม่ใช่ง่ายๆเลย ส่วนผมเองก็ช่วยเหลือ ขายของ แล้วก็เถียงกันกับท่านอยู่เวลาท่านมาบอกให้ทำเครื่องให้ เพราะท่านเชื่อครับว่าผมทำได้
แล้ววันหนึ่ง ผมก็เชื่อท่าน และเลิกปฏิเสธตัวเอง เรามีเงินเก็บประมาณ 1 แสนบาท ที่เย็นพอจะเอาไปทำอะไรได้ ผมเริ่มทบทวนความรู้ การลิงค์ของ arduino, ภาษาคอม การเจนโค๊ดจากรูปภาพไปเป็น x,y การบังคับสเตปมอเตอร์ การต่อบอร์ด ต่อไฟ การทำคอนโทล ดูคลิปต่างประเทศ ดูดรออิ้งเครื่อง CNC บลาๆ แล้วผมก็สั่งของทุกอย่างมาจากจีน (หัดใช้เว็บจีน หัดภาษาจีน อังกฤษได้อยู่แล้วจากที่ไปทำงานกับฝารั่งที่ภูเก็ต) ซึ่งเป็นอะไหล่ จากนั้นก็เริ่มขั้นตอนลองผิด ประกอบ ลงโค๊ด ส่วนคุณพ่อท่านก็ตัดเหล็ก เชื่อม ทำงานโครงสร้างอื่นๆ จนสุดท้ายเราก็ได้เครื่อง CNC plasma ของเราออกมา จนมันเป็นจุดเริ่มต้นของธุระกิจของเราต่อมา และการเขียนโค๊ด ผมก็กลับมางูๆปลาๆอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็เริ่มพัฒนาจนสามารถเขียนระบบอัตโนมัตเกาหลังวัว ทำเซ็นเซอร์ต่างๆที่ใช้กับเครื่องจักรแบรนด์ตัวเอง แม้จะเป็นแบรนด์เล็กๆ แต่เราก็พัฒนาตลอดเวลา และกำลังการผลิตเราก็เพิ่มขึ้นเพราะมีเครื่องจักร จากนั้นเราก็ซื้อเครื่องจักรอื่นๆเพิ่มเติม ทั้ง เจียตั้งโต๊ะ เครื่องเจาะ เครื่องเลื่อย แต่ก็มีเครื่องจักรอีกหลายอย่างที่เราทำเอง ทั้งตาชั่งรถสิบล้อ เครื่องดัด จิ๊กฟิกเจอร์ต่างๆ ในอนาคตผมว่าจะทำแขนกลอัตโนมัติเองเพิ่มเติมไป แต่แน่นอนว่าคอนเซ็ปของเราก็ยังเป็น เครื่องจักรที่ดีในราคาเกษตรกร
เอาล่ะขอขายของก่อนครับ
อย่างที่เล่าสตอรี่ บ้านเราเริ่มจากช่าง ผมเลยเห็นว่าช่างไทยในประเทศนี้ ฝีมือของพวกท่านนั้นยอดเยี่ยม และหลายท่านก็อยากเป็นเจ้าของธุระกิจของตัวเอง แต่อาจจะขาดความรู้ และการวิเคราะห์เชิงธุระกิจ ผมเลยอยากแชร์การทำธุระกิจของผมออกไป ความลับของการทำงาน การสร้างเครื่องจักรที่ใช้ในโรงงานเอง (ไม่ต้องซื้อทั้งหมด) (***ยกเว้นเครื่องจักรที่เป็นผลิตภัณฑ์ของเรานะครับ ฮ่าๆๆ) แต่ว่าเมื่อท่านเรียนรู้แล้วท่านจะเอาไปทำผบิตภัณฑ์แข่งกับเรา เราก็ไม่ว่ากันครับ หรือท่านจะเอาไปทำธุระกิจช่างอื่นๆที่ท่านมีความชำนาญ หรือมองเห็นตลาดก็ตามสะดวกครับ
โคยเรื่องแรกที่ผมจะแชร์ก็คือ "โมเดลธุระกิจจากเครื่อง CNC plasma" โมเดลนี้คือการทำรั้วสำเร็จรูปครับ เพราะตลาดในปัจจุบันนั้นยังเป็น ทำตามออเดอร์ลูกค้าอยู่ ยังไม่มีคู่แข่งในตลาดจริงๆจังๆ การทำมันก็ไม่ยากครับ มันก็ใช้สองอย่างหลักๆคือ เครื่อง CNC แล้วก็ การแปลงโค๊ดเขียนแบบ ซึ่งผมจะสอนทั้งหมดนี้เลย สอนตั้งแต่ซื้ออะไหล่มาสร้างเครื่อง CNC เลยครับ แล้วก็สอนการเจนโค๊ดต่างๆด้วย เอามันจะได้เป็นเครื่องเลยครับ ตั้งแต่ 0
ถ้าคุณมาเรียน ผมไม่โกหกครับว่าจะได้นั่นนี้ สิ่งที่จะได้คือ
1. สร้างเครื่อง CNC เป็น สั่งของอะไหล่ซ่อมบำรุงเป็นเองทั้งหมด
2. การเจนโค๊ดระดับที่แบบ แปลงรูปวาดลายมังกรจากกระดาษลงไปในแผ่นเหล็ก
3. การทำรั้วสำเร็จรูปแบบยกประกอบ ทำรั้วรอบบ้านภายใน 1 วันเสร็จแบบสวยงาม (พ่อผมไปเจอมาที่ดูไบ จากนั้นก็เอามาคิดดัดแปลงให้ดีในแบบของตัวเอง)
ก็มีประมาณนี้ครับ ท่านจะเอาไปทำธุระกิจอะไรต่อก็แล้วแต่ท่านเลยครับ ไม่ว่ากัน
รายละเอียดก็ตามด้านล่างครับ ครั้งหน้าผมจะมาบอกเล่าเรื่องอื่นๆต่อไปครับ ทั้งธนาคาร ทริคเล็กๆ การสร้างบริษัท ความสำคัญของบัญชี ความล้มเหลวที่ไม่น่ากลัวอะไรเลย
Facebook ผลิตภัณฑ์ของผมครับ ฝากขายด้วยครับ
คลิกตรงนี้เข้าเฟสบุ๊คคร้าบ
ในภาวะวิกฤติแบบนี้ยอดขายสินค้าลด ก็ขอขาย How to การทำธุระกิจเลยแล้วกันครับ
เกริ่นยาวๆก่อนละกัน
จุดประสงค์ที่ผมอยากเปิดสอนธุระกิจแบบ How to จริงๆแล้วมันเริ่มต้นมาจากที่พ่อของผมเป็น "ช่าง" ครับ ท่านเป็นคนที่เก่งมาก มีความชำนาญในการออกแบบเครื่องจักร เชื่อม กลึง และ การซ่อมบำรุง
แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ท่านไม่ค่อยมีความรู้มากครับ มีแค่ประสบการณ์ อยากทำหลายๆอย่างที่ประสบการณ์สอนตัวเองมาจึงมาตั้งธุรกิจของตัวเอง
ตัวผลเองมีโอกาศเรียนจบ วิศวะคอมพิวเตอร์จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงมีความรู้ด้านโปรแกรมอยู่บ้าง และจบ MBA จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น เลยพอจะมีความรู้ในการวิเคราะห์สังเคราะห์ธุระกิจมากกว่าคุณพ่อของผม
ด้วยเหตุนี้ผมจึงร่วมมือกันกับคุณพ่อในการก่อตั้งธุระกิจขึ้นมาจาก 0 โดยมันเป็นการเปลี่ยนตัวเองจากครอบครัว "ช่างทั่วไป" ให้เป็นผู้ประกอบการครั้งแรกของชีวิตครับ จนสุดท้ายพวกเราก็สร้างเครื่องจักรของตัวเองออกมาได้ในที่สุด แม้จะเป็นแบรนด์เล็กๆ แต่ก็เห็นว่ามีหนทางในการเติบโต
แบรนด์ที่ว่าคือ เครื่องจักรการเกษตร MPS ครับ เช่น เครื่องสับย่อย เครื่องแยกกาก เครื่องเกาหลังวัว แล้วก็เครื่องผสมTMR รวมถึงในอนาคตจะมีอีกหลายอย่างเพิ่มเติมมา ทั้งเครื่องตัดอ้อยแบบไม่ต้องเผาใบ ปั้มน้ำดูดน้ำลึก ฯลฯ ซึ้งตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงทำการศึกษาอยู่ครับ
อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ผมจบวิศวะคอม พ่อจบช่างเชื่อมธรรมดา แต่เราสร้างเครื่องจักรขาย มันค่อนข้างจะขัดแย้งกันอยู่เล็กน้อยครับ
จริงๆต้องบอกว่า "พ่อผมเป็นช่างก็จริง แต่ท่านมีสิ่งที่การทำงานหลายๆอย่างสอนท่านมา นั่นคือประสบการณ์ครับ" คุณพ่อท่านเคยไปค้าแรงอยู่ต่างประเทศ ระยะเวลารวมๆ ก็มากกว่า 12 ปี เห็นเครื่องจักรมามาก ซ่อมเครื่องจักรมามาก กลไกการทำงานของมันท่านจึงค่อนข้างรู้ว่ามันทำงานอย่างไรโดยที่ไม่ได้เรียนสูงมา ซึ่งผมคิดว่า "ช่างในประเทศไทยหลายคนก็มีความสามารถมาก ในเรื่องงานช่างตรงนี้" แต่อย่างว่า การศึกษาเป็นอาวุธ การมีเพียงประสบการณ์เพียงอย่างเดียวหากจะมาทำงานของตัวเองบางครั้งก็พลาดได้ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนเครื่องจักรที่แพง การใช้งานเครื่องจักรทันสมัยที่เราเองก็ไม่รู้ระบบคอมพิวเตอร์ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การสำรวจการตลาด และการลดต้นทุน
ผม ซึ่งมีความรู้เล็กน้อยจากการที่มีโอกาศเรียนหนังสือ จึงเข้ามาเติมเต็มส่วนนี้ของคุณพ่อ ซึ่งที่ผมทำให้ท่านได้คือ การCoding การทำระบบอัตโนมัติ การเขียนแบบโดยคอมพิวเตอร์ การทำการตลาด การทำโฆษณา การจัดตั้งบริษัท การทำบัญชี การดำเนินการขอกู้เพื่อทำธุระกิจซึ่งบ้านผมเป็นคนบ้านนอกไม่ค่อยมีความรู้ความกล้าในข้อนี้กัน
ในส่วนการสำรวจตลาด การกู้อะไรพวกนี้ผมขอข้ามไปก่อนนะครับ จะขอเจาะตรงสินค้าที่จะขายแทน (ฮ่าๆ ต้องขออภัย ในอนาคตจะมาเขียนเพิ่มให้ครับ)
เข้าเรื่อง (เริ่มขายของ)
ในตอนแรกที่เราก่อตั้งโรงงานเล็กๆของเรา ซึ่งขาดทุนหนักมากจากการขายปุ๋ย ขายยากำจัดศัตรูพืช ต้องยอมรับว่าเราไม่เข้าใจธุระกิจนี้จริงๆ พ่อผมทำงานช่าง (เหล็กและเครื่องจักร) มาทั้งชีวิต แต่ท่านมาขายปุ๋ย ทำเกษตร แถมยังให้ % หรือว่าติดต่อนายทุนให้นายทุนไปขายชาวนาก็ไม่ทำ (พ่อผมมองว่ามันเป็นการฮั้วแล้วก็กดขี่ชาวนาและท่านก็เป็นลูกชาวนา) นอกจากนี้ การบริหารเงินก็ทำไม่เป็น การจัดการบัญชี อันไหนเงินรายได้อันไหนเงินจ่ายหนี้ จ่ายค่าแรง มั่วไปหมด ฮ่าๆ มันก็ล่มสิครับ เจ้งเลย หนี้ท่วม
แต่อย่างไรก็ดี คุณพ่อของผมท่านเป็นคนง่ายๆไม่มองโลกในแง่ร้าย ท่านเรียนรู้ว่าการที่เราจะทำอะไรสักอย่างโดยไม่มีความรู้เรื่องนั้นเลยมันเป็นความเสี่ยงที่สูงลิ่วนัก แม้ว่าพอผมจะอยากตอบแทนเกษตรกร อยากขายของถูกๆให้เกษตรกรอันเป็นอาชีพที่ส่งเสียเลี้ยงดูท่านมา แต่ว่าการที่ไม่มีความรู้เรื่องนั้นมันก็เจ้งอยู่ดี มีความรักอย่างเดียวไม่พอ
สุดท้าย โอกาศที่ทำให้เกิดธุระกิจใหม่ก็เกิดขึ้น วันหนึ่งคนรู้จักที่เป็นเกษตรกรท่านหนึ่งเดินทางมาหาคุณพ่อของผม ท่านก็บ่นให้คุณพ่อผมฟังว่า เครื่องจักรการเกษตรที่ท่านไปซื้อมา พังง่าย แพง ไม่คุ้มเงิน เป็นหนี้ครึ่งล้านเพื่อรถเกี่ยวข้าวมาเกี่ยวปีละไม่กี่ครั้ง ต้นทุนเครื่องจักรการเกษตรสูงสำหรับการทำสมาร์ทฟาร์ม แต่ผลผลิตที่เอาไปขายถูก (แน่นอนว่าปัญหามันมากกว่านี้ครับ ทั้งความรู้ของเกษตรกร และภาครัฐเองด้วย) แต่ว่าตอนนั้นเองที่คุณพ่อท่านรู้สึกเศร้าใจและเห็นใจเกษตรกรขึ้นมา ท่านอยากเข้าไปช่วยเหลือ โอเคว่าขายของเกษตรอย่างอื่นท่านทำเจ้ง แต่การทำเครื่องจักถูกๆมาขายให้เกษตรกรท่านจะทำไม่ได้เลยหรือ
และวันนั้นเองคุณพ่อของผมก็เอาเครื่องมือช่างจากการทำรับเหมาที่เก็บไว้หลายสิบปีออกมา (ท่านเคยไปทำงานรับเหมาที่ กทม. หลายสิบปี ก่อนไปทำงานเมืองนอกอีกทีหนึ่ง) เครื่องมือช่างที่ได้มาทั้งหมดนี้ มีครบครับ เชื่อม ตัด เจีย บลาๆ แต่ไม่ใช่เครื่องจักรใหญ่นะครับ จะมีก็แต่เครื่องกลึงที่ท่านซื้อมาไว้เพราะชอบส่วนตัว และแน่นอนว่าเครื่องมือนี้มันเป็นหยดเลือดจากการไปทำงาน กทม. ครับ มันมีสตอรี่คุณพ่อท่านเลยไม่ทิ้งแม้ว่ามันจะเก่ามากก็ตาม (ตอนวิกฤติต้มยำกุ้ง คุณพ่อท่านรับเหมาที่ที่หนึ่ง หลังงานเสร็จท่านเอาเช็คบริษัทไปเบิก ปรากฏเช็คเด้ง เพราะบริษัทที่พ่อผมทำงานให้มันเจ้ง ลูกน้องกว่าสิบชีวิตในตอนนั้นไม่ได้เงินเลย เฒ่าแก่พ่อเลยยกเครื่องไม้เครื่องมือที่ว่าให้แทนเงินสดเอาไปแบ่งกันกับลูกน้อง แน่นอนว่าท่านไม่ขายเพราะมูลค่ามันน้อยมากแต่เอาเงินมัดจำส่วนของตัวเองที่ได้ตอนแรกจ่ายลูกน้องแทน 200000 กว่าบาท + เงินเก็บของตัวเอง ตอนนั้นแม่ผมด่าพ่อเลยละ ฮ่าๆๆ แล้วก็ซมซานกลับบ้านนอกมา ตอนนั้นลูกน้องทุกคนก็แยกย้ายกันไป ส่วนพ่อผมไปเป็นครูอัตราจ้างวิทยาลัยเทคนิคจังหวัดก่อนไปเมืองนอก) เข้าเรื่องต่อ พ่อผมบอกกับเพื่อนเกษตรกรคนนั้นว่าจะทำเครื่องที่อยากได้ให้ฟรี ให้ลองเอาไปใช้ และท่านก็เริ่มทำ แน่นอนว่าต้นทุนถูกกว่าชาวบ้านเขา 60% แถมอึดถึกทนกว่า เพราะพ่อเปลี่ยนจากระบบเกียที่ปัญหาจุกจิกมาเป็นสายพานที่หยืดหยุ่นและชาวบ้านสามารถเอาไปต่อกับรถไถนาได้ด้วย
หลังจากนั้น ในหัวของคุณพ่อก็อยากทำเครื่องจักรการเกษตรแต่ว่าก็ยังไม่ได้ทำ เวลาก็ผ่านไปอีก 1 ปี (แน่นอนครับ 1 ปี โคตรนานจากเครื่องจักรแรก ฮ่าๆๆๆ)
ตอนนั้นเอง หนุ่มวิศวะคอมที่ซมซานจากการถูกเลิกจ้างซมซานจากเมืองฝารั่งอย่างภูเก็ต กลับมาบ้านนอกแดนดินถิ่นอีสาน คุณพ่อผมเขาเลยเห็นโอกาศ ที่ผ่านมาท่านทำอะไรไม่ได้เพราะต้นทุนมีน้อย (เงินหมด เจ้งจากขายปุ๋ย) แต่เมื่อลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกลับมา ท่านเลยได้ไอเดียว่า แบบนี้เราก็ลดต้นทุนได้สิวะ ไอ้ลูกชายเราจบวิศวะ มันต้องทำได้แน่ๆ
แต่ทว่า...เปล่าเลยครับ ฮ่าๆๆๆๆๆ ผมทำอะไรไม่ได้เลย แต่ไอเดียของท่านมันเจ๋งจริงๆ เครื่องที่ท่านวาดแบบออกมามันอัศจรรย์มาก (ใช่ครับ 1 ปีที่หายไปท่านเขียนแบบด้วยมือ ว่าเครื่องอะไรบ้างที่เกษตรกรไทยต้องการ) ท่านพยายามให้ผมออกแบบระบบอัตโนมัติให้ท่าน สร้างเครื่อง CNC plasma ที่สั่งงานผ่านคอมพิวเตอร์ให้ท่านที แน่นอนว่าผมที่ไปทำงานภูเก็ตซึ่งเป็นงานโรงแรมการท่องเที่ยว งานคอมไม่ได้จับมา 7 ปีจะทำได้หรือ ไม่แน่นอน =___=
อย่างไรก็ตาม คุณพ่อท่านผิดหวังมาก ท่านมีความใฝ่ฝันมาโดยตลอด ใฝ่ฝันมาเสมอว่าอยากจะเรียนวิศวะกับเขาบ้าง (ท่านจบ ปวส ครับแม้ว่าจะเคยเป็นอาจารย์วิทยาลัยเทคนิคก็ตาม) ท่านเป็นคนเรียนเก่งมาก เคยจะได้มาเรียนที่ มจธ หรือพระจอมเกล้าธรบุรี เมื่อครั้งอดีต แต่โชคร้ายคุณปู่เสียเงินที่มีน้อยอยู่จึงไม่พอ จนท่านต้องหยุดความฝันไป เพื่อนสนิททั้ง 2 คนของคุณพ่อจบ วิศวะปริญญาโททุกคน ยกเว้นเพียงท่านคนเดียว และตอนที่ผมเอ็นทรานซ์ติดวิศวะท่านดีใจมาก ท่านอยากให้ผมเรียน วิศวะโยธา ไม่ก็เครื่องกล แต่แน่นอนว่าผมไม่ ฮ่ะๆ ตอนนั้นท่านเสียใจ แต่ก็ยอมให้ผมเรียน
แต่วันนั้นวันที่คุณพ่อบอกผมให้ใช้วิชาคอมพิวเตอร์ ผมกลับปฏิเสธครับ ผมทำให้ท่านไม่ได้ และเวลาก็ผ่านไปอีกครึ่งปี
ครึ่งปีที่ผ่านมาคุณพ่อท่านก็ไม่ได้ลดละความพยายาม ท่านทำเครื่องจักรด้วยมือเหมือนเดิม เครื่อง CNC ไม่มี (เพราะแพงมาก 350K - 550K) เราไม่มีเงินซื้อ คุณพ่อผมเขาก็ใช้เชื่อมแก๊สตัดเอา เหล็กหนา 2 นิ้วเลยนะครับบางชิ้นไม่ใช่ง่ายๆเลย ส่วนผมเองก็ช่วยเหลือ ขายของ แล้วก็เถียงกันกับท่านอยู่เวลาท่านมาบอกให้ทำเครื่องให้ เพราะท่านเชื่อครับว่าผมทำได้
แล้ววันหนึ่ง ผมก็เชื่อท่าน และเลิกปฏิเสธตัวเอง เรามีเงินเก็บประมาณ 1 แสนบาท ที่เย็นพอจะเอาไปทำอะไรได้ ผมเริ่มทบทวนความรู้ การลิงค์ของ arduino, ภาษาคอม การเจนโค๊ดจากรูปภาพไปเป็น x,y การบังคับสเตปมอเตอร์ การต่อบอร์ด ต่อไฟ การทำคอนโทล ดูคลิปต่างประเทศ ดูดรออิ้งเครื่อง CNC บลาๆ แล้วผมก็สั่งของทุกอย่างมาจากจีน (หัดใช้เว็บจีน หัดภาษาจีน อังกฤษได้อยู่แล้วจากที่ไปทำงานกับฝารั่งที่ภูเก็ต) ซึ่งเป็นอะไหล่ จากนั้นก็เริ่มขั้นตอนลองผิด ประกอบ ลงโค๊ด ส่วนคุณพ่อท่านก็ตัดเหล็ก เชื่อม ทำงานโครงสร้างอื่นๆ จนสุดท้ายเราก็ได้เครื่อง CNC plasma ของเราออกมา จนมันเป็นจุดเริ่มต้นของธุระกิจของเราต่อมา และการเขียนโค๊ด ผมก็กลับมางูๆปลาๆอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็เริ่มพัฒนาจนสามารถเขียนระบบอัตโนมัตเกาหลังวัว ทำเซ็นเซอร์ต่างๆที่ใช้กับเครื่องจักรแบรนด์ตัวเอง แม้จะเป็นแบรนด์เล็กๆ แต่เราก็พัฒนาตลอดเวลา และกำลังการผลิตเราก็เพิ่มขึ้นเพราะมีเครื่องจักร จากนั้นเราก็ซื้อเครื่องจักรอื่นๆเพิ่มเติม ทั้ง เจียตั้งโต๊ะ เครื่องเจาะ เครื่องเลื่อย แต่ก็มีเครื่องจักรอีกหลายอย่างที่เราทำเอง ทั้งตาชั่งรถสิบล้อ เครื่องดัด จิ๊กฟิกเจอร์ต่างๆ ในอนาคตผมว่าจะทำแขนกลอัตโนมัติเองเพิ่มเติมไป แต่แน่นอนว่าคอนเซ็ปของเราก็ยังเป็น เครื่องจักรที่ดีในราคาเกษตรกร
เอาล่ะขอขายของก่อนครับ
อย่างที่เล่าสตอรี่ บ้านเราเริ่มจากช่าง ผมเลยเห็นว่าช่างไทยในประเทศนี้ ฝีมือของพวกท่านนั้นยอดเยี่ยม และหลายท่านก็อยากเป็นเจ้าของธุระกิจของตัวเอง แต่อาจจะขาดความรู้ และการวิเคราะห์เชิงธุระกิจ ผมเลยอยากแชร์การทำธุระกิจของผมออกไป ความลับของการทำงาน การสร้างเครื่องจักรที่ใช้ในโรงงานเอง (ไม่ต้องซื้อทั้งหมด) (***ยกเว้นเครื่องจักรที่เป็นผลิตภัณฑ์ของเรานะครับ ฮ่าๆๆ) แต่ว่าเมื่อท่านเรียนรู้แล้วท่านจะเอาไปทำผบิตภัณฑ์แข่งกับเรา เราก็ไม่ว่ากันครับ หรือท่านจะเอาไปทำธุระกิจช่างอื่นๆที่ท่านมีความชำนาญ หรือมองเห็นตลาดก็ตามสะดวกครับ
โคยเรื่องแรกที่ผมจะแชร์ก็คือ "โมเดลธุระกิจจากเครื่อง CNC plasma" โมเดลนี้คือการทำรั้วสำเร็จรูปครับ เพราะตลาดในปัจจุบันนั้นยังเป็น ทำตามออเดอร์ลูกค้าอยู่ ยังไม่มีคู่แข่งในตลาดจริงๆจังๆ การทำมันก็ไม่ยากครับ มันก็ใช้สองอย่างหลักๆคือ เครื่อง CNC แล้วก็ การแปลงโค๊ดเขียนแบบ ซึ่งผมจะสอนทั้งหมดนี้เลย สอนตั้งแต่ซื้ออะไหล่มาสร้างเครื่อง CNC เลยครับ แล้วก็สอนการเจนโค๊ดต่างๆด้วย เอามันจะได้เป็นเครื่องเลยครับ ตั้งแต่ 0
ถ้าคุณมาเรียน ผมไม่โกหกครับว่าจะได้นั่นนี้ สิ่งที่จะได้คือ
1. สร้างเครื่อง CNC เป็น สั่งของอะไหล่ซ่อมบำรุงเป็นเองทั้งหมด
2. การเจนโค๊ดระดับที่แบบ แปลงรูปวาดลายมังกรจากกระดาษลงไปในแผ่นเหล็ก
3. การทำรั้วสำเร็จรูปแบบยกประกอบ ทำรั้วรอบบ้านภายใน 1 วันเสร็จแบบสวยงาม (พ่อผมไปเจอมาที่ดูไบ จากนั้นก็เอามาคิดดัดแปลงให้ดีในแบบของตัวเอง)
ก็มีประมาณนี้ครับ ท่านจะเอาไปทำธุระกิจอะไรต่อก็แล้วแต่ท่านเลยครับ ไม่ว่ากัน
รายละเอียดก็ตามด้านล่างครับ ครั้งหน้าผมจะมาบอกเล่าเรื่องอื่นๆต่อไปครับ ทั้งธนาคาร ทริคเล็กๆ การสร้างบริษัท ความสำคัญของบัญชี ความล้มเหลวที่ไม่น่ากลัวอะไรเลย
Facebook ผลิตภัณฑ์ของผมครับ ฝากขายด้วยครับ
คลิกตรงนี้เข้าเฟสบุ๊คคร้าบ