●● คลังแจงแจกเงิน5พันบาท ...ได้เต็มที่8ล้านคน ●●

●● คลังแจงแจกเงิน5พันบาท ...ได้เต็มที่8ล้านคน ●●

       

คลังตัดใจต้องทิ้งกัน คนลงทะเบียนรับเงิน 5 พันบาท ไม่ผ่านเกณฑ์กว่า 10 ล้านคน

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.)
เมื่อวันที่ 7 เม.ย.2563 เห็นชอบขยายวงเงินและระยะเวลามาตการแจกเงินช่วยเหลือเดือนละ 5,000 บาท จาก
การลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com จากเดิมที่จะแจกให้ 3 เดือน (เม.ย.-มิ.ย.2563) หรือ
คนละ 1.5 หมื่นบาท เป็น 6 เดือน (เม.ย.-ก.ย.) หรือ เป็นคนละ 3 หมื่นบาท

ทั้งนี้ สศค. ประเมินว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิ์ 5,000 บาท เป็นเวลา 6 เดือน ไม่เกิน 8 ล้านคน จากจำนวนผู้มาลงทะเบียน
ทั้งหมดล่าสุดที่ 24.5 ล้านคน ทำให้คนที่มาลงทะเบียนทั้งหมด จะมีคนไม่ได้รับเงินมากกว่าคนที่ได้รับเงิน

โดยวันที่ 8-10 เม.ย. ระบบจะเริ่มส่งเอสเอ็มเอสให้ผู้ที่ได้รับเงินประมาณ 1.6 ล้านคน ซึ่งเอสเอ็มเอสจะได้รับ
พร้อมกับเงิน 5,000 บาท แรกซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาชีพรับจ้าง กับค้าขาย และ 4 อาชีพหลักคือ แท็กซี่ มอเตอร์ไซค์
ผู้ค้าสลากฯ และมัคคุเทศก์

“การพิจารณาข้อมูลล็อตแรกกว่า 10 ล้านคน มีผู้ได้รับเงินแน่นอน 1.6 ล้านราย กลุ่มนี้ก็จะได้รับเงินช่วยเหลือแน่นอน 3 เดือน และเมื่อมีการกู้เงินตาม พ.ร.ก. ก็จะได้รับเงินต่อเนื่องไปอีก 6 เดือน ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติใน
รอบแรก คาดว่าจะมีมากกว่าครึ่ง” นายลวรณ กล่าว
 
ทั้งนี้ ระบบจะเริ่มส่งเอสเอ็มเอสพร้อมโอนเงิน 5,000 บาท 

โดยในวันที่ 8 เม.ย.ประมาณ 2 แสนคน 

วันที่ 9 เม.ย.ประมาณ 7 แสนคน

และวันที่ 10 เม.ย. อีกประมาณ 6 แสนกว่าคน

ส่วนคนที่ไม่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับเอสเอ็มเอสในวันที่ 9 เม.ย.เป็นต้นไป ว่าไม่ผ่านคุณสมบัติ
ซึ่งไม่สามารถอุทธรณ์ได้

ในรายที่มีข้อมูลผิดเงื่อนไขชัดเจน เช่น อายุต่ำกว่า 18 ปี เป็นเกษตรกร ซึ่งกลุ่มคนพวกนี้รัฐบาลก็จะมีมาตรการอื่น
ดูแลอยู่แล้ว และจะมีเพิ่มเติมขึ้นมา

นอกจากนี้ ในช่วงวันที่ 11-12 เม.ย. ระบบก็จะส่งเอสเอ็มเอส ให้ผู้ลงทะเบียนที่มีคุณสมบัติไม่ชัดเจน ให้ส่งข้อมูล
 และกรอกแบบสอบถามกลับเข้ามาผ่านทางออนไลน์ให้พิจารณา

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังย้ำว่าต้องการช่วยผู้ได้รับผลกระทบจริงๆ ในกลุ่มที่ ทำอาชีพเสริม เช่น มีอาชีพเกษตรกร
แต่เข้ามาขับแท็กซี่ ก็จะไม่ได้รับสิทธิ์ หรือเป็นพนักงานประจำ แต่มาเปิดร้านอาหาร ก็จะไม่ได้รับสิทธิ์เช่นกัน

         

นายลวรณ กล่าวว่า สาเหตุที่กระทรวงการคลังมั่นใจว่าจะมีผู้ที่ควรได้รับเงิน 5,000 บาท ไม่เกิน 8 ล้านราย คือ

พิจารณาจากกลุ่มอาชีพอิสระ รับจ้าง ลูกจ้างชั่วคราว กิจการส่วนตัว ค้าขาย 3 ล้านคน

และ อาชีพอิสระที่อยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา 39-40 อีก 5 ล้านที่อยู่ในข่ายจะได้รับเงินเท่านั้น

จึงเป็นไปไม่ได้ที่ประชากรทั้งประเทศกว่า 66 ล้านคน จะมีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 24.5 ล้านคนตามข้อมูลที่ได้
ลงทะเบียนไว้

โดยกลุ่มที่จะไม่เข้าเกณฑ์รับเงินช่วยเหลือแน่นอนกว่า 58 ล้านราย ซึ่งถ้ากลุ่มนี้มาลงทะเบียน จะถูกตัดสิทธิ์ทั้งหมด คือ 

1.กลุ่มอายุต่ำกว่า 15 ปี 11 ล้านราย 

2.กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปที่ไม่อยู่ในระบบแรงงานอีก 11 ล้านราย 

3.เกษตรกร 17 ล้านราย

4.พนักงานรายได้ประจำในระบบประกันสังคมมาตร 33 อีก 11 ล้านราย

5.กลุ่มอื่นๆ เช่น ข้าราชการ 2 ล้านราย

และ 6.กำลังแรงงานที่ว่างงาน เรียนหนังสือ 6 ล้านราย

Cr.   :  https://www.posttoday.com/finance-stock/news/620159
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่