●● สงครามโคโรน่า: วันนี้ดูมีความหวัง...โดย รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ●●

กระทู้ข่าว
●● สงครามโคโรน่า: วันนี้ดูมีความหวัง...โดย รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ●●

         

"...38 คน..." หัวใจพองโต 

วันนี้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงติดต่อกันมาเป็นวันที่ 2 จากเดิมเมื่อวานซืน 102 --> เมื่อวาน 51 --> วันนี้ 38
เป็นสถิติน้อยสุดเท่าที่มีมาตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค. 2563...หากจำไม่ผิด

นี่จึงเป็นตัวตอกย้ำว่า มาตรการที่รัฐบาล หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงประชาชนได้ร่วมกันทำมานั้น
ถูกทางแล้ว ออกดอกออกผลให้เราเห็น

อย่างไรก็ตาม มีอะไรให้เราได้คิด เมื่อดูรายละเอียดของเคสใหม่

มีบุคลากรทางการแพทย์อีก 3 คนที่ติดเชื้อใหม่ มีอยู่อย่างสม่ำเสมอทุกวันที่ประกาศออกมาในช่วงนี้ 
จนหลายคนอาจรู้สึกชาชิน

ชาชิน...ชินชา...แต่อย่าเฉยเมยเลย

ยังไม่นับที่เราได้ข่าวกันล่าสุดที่ผู้ป่วยไม่บอกประวัติเสี่ยง จนต้องมีการกักกันบุคลากรกว่าร้อยคนเพื่อเฝ้าระวัง
การติดเชื้อหลังจากที่มาทราบประวัติในเวลาต่อมา

ดูลักษณะคนที่ติดเชื้อใหม่ เราพอจะจำแนกได้ 5 กลุ่มหลัก คือ

1. คนที่ติดจากครอบครัว หรือคนใกล้ชิด โดยไม่ได้ป้องกัน หรือคิดว่าไม่น่าจะเป็นโรคนี้แม้จะมีอาการเหมือนไข้หวัด 
    หรือแม้จะเพิ่งเดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง

2. คนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ

3. คนที่ยังต้องออกมาทำงาน ใช้ชีวิตข้างนอก เพราะที่ทำงานไม่หยุด

4. คนที่รักสะดวกสบายรักสนุก รักเพื่อนพ้อง ดื่มด่ำกับแสงสีเสียง เฮฮาปาร์ตี้และฤทธิ์น้ำเมายาเสพติด
     หรือรู้สึกฮึกเหิมชอบท้าทายกฎระเบียบ

5. บุคลากรทางการแพทย์ที่ติดจากการทำงาน ทั้งจากอุปกรณ์ป้องกันที่จำกัด และจากการปิดบังประวัติของผู้ป่วย

         

ตัวเลขติดเชื้อที่น้อยลงมาสองวันนี้ แม้ดูจะทำให้ใจชื้นขึ้นบ้าง แต่ก็ยังท้าทายไทยเราว่าจะทำได้อย่างต่อเนื่องและ
ทำให้ลดลงกว่านี้ได้อีกไหม และจะเพียงพอที่จะทำให้ปัญหาการระบาดนี้อยู่ในวิสัยที่ระบบสาธารณสุขจัดการได้
โดยไม่เกินกำลังหรือไม่?

มาตรการที่รัฐทำตอนนี้ ยังไม่ถึงขีดสุด และยังไม่ใกล้เคียงขีดสุด เพราะอยากให้กระทบชีวิตความเป็นอยู่ของ
ประชาชนให้น้อย และให้พอหายใจหายคอได้ แต่เชื่อในใจลึกๆ ว่า เราทุกคนก็อยากจะ End Game นี้ให้เร็วที่สุด
ไหนๆ จะเจ็บแล้วก็ยอมเจ็บ แต่ขอให้จบ

สิ่งที่รัฐได้ทำไปตอนนี้ ได้แก่ การจัดการปิดสนามบินอีกสองสัปดาห์เพื่อหวังบรรเทาหรือชะลอจำนวนคนติดเชื้อ
จากต่างประเทศ การห้ามออกจากเคหะสถานเพื่อหวังห้ามสายบันเทิงและสายราตรี และการพยายามเต็มที่ใน
การจัดหาอุปกรณ์ป้องกันสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และประชาชน รวมถึงหยูกยาเตรียมรับดูแลผู้ป่วยให้
เพียงพอ

อย่างไรก็ตาม ช่วงไม่กี่วันนี้ ได้มีหลักฐานชี้ให้เราเห็นว่า กลุ่มคนในครอบครัวที่ติดเชื้อระหว่างกัน กลุ่มคนที่ยังต้อง
ทำงานและสัญจรสาธารณะ รวมถึงกลุ่มสายท้าทายกฎหมาย ก็ยังเป็นปัญหาที่ยังไม่คลี่คลาย

การจะทำให้จำนวนคนติดเชื้อลดลงไปกว่านี้ และลดอย่างยั่งยืน คงจะหนีไม่พ้นการที่รัฐควรพิจารณาปิดจุดตาย
ทั้งสามจุดข้างต้น

หนึ่ง...

เสริมมาตรการเชิงรุกเพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญสำหรับคนในครอบครัวที่จะไปตรวจคัดกรองโรค
และแยกตัวออกจากสมาชิกในบ้านหรือคนใกล้ชิด และลดความประมาท ความกลัว และการตีตรา ทั้งในครอบครัว
และในชุมชน

สอง...

เพิ่มความเข้มงวด "เอาจริง" กับกลุ่มสายบันเทิงเริงร่าท้าทายกฎหมาย

สาม...

พิจารณาเรื่องการลดจำนวนคนทำงานทั้งในส่วนภาครัฐและเอกชนให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

สี่...

ส่งเสริมให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงการตรวจคัดกรองได้มากขึ้น ง่ายขึ้น เพื่อให้เราสามารถเห็นสถานการณ์ได้ชัดเจน
และวางแผนจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผม เงื่อนเวลาที่ใช้ตัดสินสงครามนี้คือ สงกรานต์นี้ ปลาย เม.ย. นี้ และปลาย พ.ค. นี้ครับ

หากพวกเราชาวไทย ช่วยกันกดให้เคสติดเชื้อใหม่ต่ำไปเรื่อยๆ ได้
ผมบอกตรงๆ ว่า เรามีลุ้นที่จะสร้างประวัติศาสตร์ในการควบคุมป้องกันโรคนี้...แบบไทยแลนด์โมเดล
นั่นคืด จัดการมัน อยู่กับมัน และควบคุมมันได้ แม้ตัวเชื้อไวรัสจะฝังตัวอยู่กับเราไปอีกระยะหนึ่งก็ตาม

ที่สำคัญคือ เราต้องอยู่อย่างมีสติ ดีใจได้ แต่ต้องไม่เหลิง

ญี่ปุ่นเคยกดเคสใหม่ให้ลดลงและคงที่ได้เป็นเดือน แต่สุดท้ายเค้ากำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดที่ทวีความรุนแรง
มากขึ้น เพราะพฤติกรรมการระแวดระวังป้องกันตัวของประชาชนเค้าลดลงไป เปิดคางให้ไวรัสหาทางกลับมา
ยึดครองอำนาจอีกครั้ง

ขอพลังจงอยู่กับเราทุกคน...
สู้ไปด้วยกันครับ...
#อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ
#StayHome #อยู่บ้านกันนะครับ
#โรคติดต่อจะไม่ติดต่อถ้าเราไม่ติดต่อกัน
#บริจาคอุปกรณ์ป้องกันให้โรงพยาบาลหากมีเกินความต้องการ
#ช่วยเหลือแบ่งปันอาหารและน้ำให้แก่ผู้ยากไร้ใกล้บ้าน
#เป็นหูเป็นตาคอยสังเกตหากมีใครปฏิบัติไม่เหมาะสมโปรดแจ้งหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง
...ไทยต้องทำได้ครับ...

ด้วยรักต่อทุกคน

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Cr.   :  https://www.isranews.org/article/isranews-article/87362-covid-15.html
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่