บ้านเราพ่อจะตื่นตระหนกเป็นพิเศษ เช่นอยู่ห่างกัน2เมตร ใส่แมสเวลาคุยกัน เราที่กลับจากมหาลัยต้องกักตัว14วัน คือเราก็โอเคนะ เราเข้าใจพ่อทุกอย่าง พ่อเตรียมแมส ถุงมือ เจล แอลกอฮอล์ สำลี ทุกอย่างไว้ให้ ก็ดีใจที่พ่อตระหนัก
แต่ความตระหนัก ก็อยู่ในตรรกะแปลกๆ
เมื่อวันพุธที่1 พ่อให้เรารีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปเยี่ยมพี่สาวที่นนทบุรี บอกจะเอาของกักตุนไปให้
นนทบุรี ทุกคนก็รู้ใช่ไหมคะ ผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับ2รองจากกรุงเทพ
เราก็ถามว่าพ่อกลัวและป้องกันแทบตาย จะพาตัวเองไปในพื้นที่เสี่ยงทำไม แล้วยังพาเราไปด้วย พ่อก็ตอบว่า อยากไปเห็นสภาพแวดล้อม สถานการณ์ตอนกำลังเกิดโรคระบาด และจะได้ไปพูดคุยกับพี่สาวน่าจะเหงา พ่อกำชับว่าไปหาแค่พี่สาว อยู่ห่างกัน2เมตร ไม่แตะกัน
เราแบบไม่เข้าใจแต่ก็ไปๆให้มันจบๆ งงตรรกะกลัวโรคแต่เข้าใกล้โรคของพ่อ
พอไปถึงพี่ก็ออกมาหาแต่ไม่ใส่แมส พ่อบอกให้นั่งห่างๆกัน ก็คุยกันและสั่งเดลิเวอร์ลี่มากิน พี่สาวไม่ใส่แมส พ่อบอกก็เถียงว่าไม่ได้เป็นอะไร เป็นก็ไปรักษาตัว มีประกันโควิด เราก็ฟังเงียบๆ ยังมีคนแบบพี่เราอีกเยอะ รูมเมทเรายังคิดงี้ แต่พี่สาวนั่งตรงข้ามเรา หัวเราะแล้วน้ำลายกระเด็นเข้าตาเรา อันนี้เราไม่กล้าบอกใคร..
พอขึ้นรถ พ่อก็ต่อว่าเรา ว่าไม่ทำตามที่พ่อบอก บอกให้ห่างกัน แล้วไปนั่งกินข้าวด้วยกันอีก แล้วเราก็เถียงว่า แล้วพ่อจะมาทำไม ก็รู้ว่าเราห้ามปัจจัยเสี่ยงไม่ได้ นั่นพี่สาว ถ้ามาแล้วทำท่ารังเกียจ อย่ามาเลย คุยกันทางโทรศัพท์ยังดีกว่า
พ่อก็บอกว่าพี่สาวเราอ่อนแอ จิตใจไม่เข้มแข็ง ทำไมเราไม่ระวัง แล้วพ่อก็บอกให้เรากักตัว14วัน เราก็ตกลง เพราะเราก็ไม่รู้ว่าพี่มีเชื้อไหม เราพิมพ์บอกพี่สาวอีกคนให้รู้เรื่องที่เกิดขึ้น พ่อก็บอกว่า ลบไปก่อนอย่าเพิ่งให้รู้ เดี๋ยวพ่อจะเล่าเอง
พ่อถึงบ้านพี่สาวเราออกมาต้อนรับ ถามว่าเป็นไงบ้าง พ่อก็ให้พี่ไปล้างมือ ส่วนเราก็ให้รีบไปอาบน้ำ เราก็อาบน้ำสระหัวอยู่ห้องน้ำกลาง เริ่มได้ยินพ่อเล่าแต่จับใจความไม่ได้ว่าพูดอะไร สักพัก เสียงพี่สาวกับแม่ก็ดังขึ้น แบบ ทำไมต็องว่า ต้แงด่าว่าโง่ ยังไม่ได้ทำอะไรเลย แม่ก็เสริมว่าใช่ ลูกยังไม่ทันทำอะไร อย่าว่าลูก แล้วเราก็ได้ยินเสียงเขวี้ยงของลงพื้นพ่อเสียงเหมือนระงับอารมณ์แล้วก็ด่าพี่สาวต่อ เราก็จับใจความไม่ค่อยได้ แต่รู้ว่าตอนนั้นเครียดจนหน้ามือ
พอออกมาจากห้องน้ำเราก็เจอแม่กับพี่สาว เราก็บอกว่าเครียดมาก เหมือนเส้นเลือนในสมองจะแตก เราเนือยไปเลย กลับเข้าห้องปวดหัว พอกินข้าวก็รู้สึกไม่อร่อย พอนอนก็เหมือนความเครียดมันยังเกาะหนึบในหัว นอนไม่หลับจนตี3
เรารู้สึกโกรธพ่อ วันนี้ก็ยังรู้สึก ทำให้เราทนอยู่ร่วมกับพ่อไม่ได้ เจอหน้าก็แค่ตอนเดินไปเอาของกินก็พอ เราพูดใส่อารมณ์กับพ่อ เพราะพ่อทำให้เราเครียด เราอุสส่าห์กักตัว14วัน เพราะกลับจากม. เราต้องมากักอีก14วัน อห ครบเดือนพอดี มันใช่หรอ มันเป็นความผิดใคร
เราคิดว่าพอผ่านไปหลายๆวัน เราคงไม่โกรธพ่อแล้ว ก็รอให้ถึงวันนั้นแล้วกัน ทุกอย่างมันเครียดเพราะพ่อ ไม่อยากยุ่งไม่อยากคุย
โควิดกับความโรคประสาทจะกินก็จบเพียงเท่านี้
ปวดหัวกับโควิด และพ่อ
แต่ความตระหนัก ก็อยู่ในตรรกะแปลกๆ
เมื่อวันพุธที่1 พ่อให้เรารีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปเยี่ยมพี่สาวที่นนทบุรี บอกจะเอาของกักตุนไปให้
นนทบุรี ทุกคนก็รู้ใช่ไหมคะ ผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับ2รองจากกรุงเทพ
เราก็ถามว่าพ่อกลัวและป้องกันแทบตาย จะพาตัวเองไปในพื้นที่เสี่ยงทำไม แล้วยังพาเราไปด้วย พ่อก็ตอบว่า อยากไปเห็นสภาพแวดล้อม สถานการณ์ตอนกำลังเกิดโรคระบาด และจะได้ไปพูดคุยกับพี่สาวน่าจะเหงา พ่อกำชับว่าไปหาแค่พี่สาว อยู่ห่างกัน2เมตร ไม่แตะกัน
เราแบบไม่เข้าใจแต่ก็ไปๆให้มันจบๆ งงตรรกะกลัวโรคแต่เข้าใกล้โรคของพ่อ
พอไปถึงพี่ก็ออกมาหาแต่ไม่ใส่แมส พ่อบอกให้นั่งห่างๆกัน ก็คุยกันและสั่งเดลิเวอร์ลี่มากิน พี่สาวไม่ใส่แมส พ่อบอกก็เถียงว่าไม่ได้เป็นอะไร เป็นก็ไปรักษาตัว มีประกันโควิด เราก็ฟังเงียบๆ ยังมีคนแบบพี่เราอีกเยอะ รูมเมทเรายังคิดงี้ แต่พี่สาวนั่งตรงข้ามเรา หัวเราะแล้วน้ำลายกระเด็นเข้าตาเรา อันนี้เราไม่กล้าบอกใคร..
พอขึ้นรถ พ่อก็ต่อว่าเรา ว่าไม่ทำตามที่พ่อบอก บอกให้ห่างกัน แล้วไปนั่งกินข้าวด้วยกันอีก แล้วเราก็เถียงว่า แล้วพ่อจะมาทำไม ก็รู้ว่าเราห้ามปัจจัยเสี่ยงไม่ได้ นั่นพี่สาว ถ้ามาแล้วทำท่ารังเกียจ อย่ามาเลย คุยกันทางโทรศัพท์ยังดีกว่า
พ่อก็บอกว่าพี่สาวเราอ่อนแอ จิตใจไม่เข้มแข็ง ทำไมเราไม่ระวัง แล้วพ่อก็บอกให้เรากักตัว14วัน เราก็ตกลง เพราะเราก็ไม่รู้ว่าพี่มีเชื้อไหม เราพิมพ์บอกพี่สาวอีกคนให้รู้เรื่องที่เกิดขึ้น พ่อก็บอกว่า ลบไปก่อนอย่าเพิ่งให้รู้ เดี๋ยวพ่อจะเล่าเอง
พ่อถึงบ้านพี่สาวเราออกมาต้อนรับ ถามว่าเป็นไงบ้าง พ่อก็ให้พี่ไปล้างมือ ส่วนเราก็ให้รีบไปอาบน้ำ เราก็อาบน้ำสระหัวอยู่ห้องน้ำกลาง เริ่มได้ยินพ่อเล่าแต่จับใจความไม่ได้ว่าพูดอะไร สักพัก เสียงพี่สาวกับแม่ก็ดังขึ้น แบบ ทำไมต็องว่า ต้แงด่าว่าโง่ ยังไม่ได้ทำอะไรเลย แม่ก็เสริมว่าใช่ ลูกยังไม่ทันทำอะไร อย่าว่าลูก แล้วเราก็ได้ยินเสียงเขวี้ยงของลงพื้นพ่อเสียงเหมือนระงับอารมณ์แล้วก็ด่าพี่สาวต่อ เราก็จับใจความไม่ค่อยได้ แต่รู้ว่าตอนนั้นเครียดจนหน้ามือ
พอออกมาจากห้องน้ำเราก็เจอแม่กับพี่สาว เราก็บอกว่าเครียดมาก เหมือนเส้นเลือนในสมองจะแตก เราเนือยไปเลย กลับเข้าห้องปวดหัว พอกินข้าวก็รู้สึกไม่อร่อย พอนอนก็เหมือนความเครียดมันยังเกาะหนึบในหัว นอนไม่หลับจนตี3
เรารู้สึกโกรธพ่อ วันนี้ก็ยังรู้สึก ทำให้เราทนอยู่ร่วมกับพ่อไม่ได้ เจอหน้าก็แค่ตอนเดินไปเอาของกินก็พอ เราพูดใส่อารมณ์กับพ่อ เพราะพ่อทำให้เราเครียด เราอุสส่าห์กักตัว14วัน เพราะกลับจากม. เราต้องมากักอีก14วัน อห ครบเดือนพอดี มันใช่หรอ มันเป็นความผิดใคร
เราคิดว่าพอผ่านไปหลายๆวัน เราคงไม่โกรธพ่อแล้ว ก็รอให้ถึงวันนั้นแล้วกัน ทุกอย่างมันเครียดเพราะพ่อ ไม่อยากยุ่งไม่อยากคุย
โควิดกับความโรคประสาทจะกินก็จบเพียงเท่านี้