ความทุกข์ของคนที่มีลูกเป็นนักเรียนไทย ติดอยู่ที่อินเดีย

ผมคงไม่ต้องบรรยายความทุกข์เหล่านั้นด้วยตนเอง แต่อยากส่งสารนี้ ไปถึงรัฐบาลไทย จากจดหมายที่เด็กนักเรียนไทย ในอินเดีย ส่งถึงเพจ ๆหนึ่ง เพื่อขอความช่วยเหลือ  ความทุกข์ทรมานของลูก ๆ ที่อยู่ห่างไกลในอินเดีย แต่พ่อแม่ ที่อยู่ในประเทศไทย ไม่สามารถช่วยอะไรได้ ได้แต่นั่งรอความหวัง ช่างเป็นความทุกข์ทรมานยิ่งกว่าสิ่งใด ๆ

---------------------------------------------------------
จดหมายขอความช่วยเหลือ
"อยู่อินเดียได้ก็อยู่ได้ทุกที่บนโลก แต่วันนี้อินเดียก็อยู่ไม่ได้แล้ว ก็มีแค่บ้านเท่านั้นที่ให้กลับ"
.
เป็นอีกวันที่ผมได้รับจดหมายขอความช่วยเหลือจากนักเรียนไทยในอินเดีย ที่ตอนนี้ติดอยู่เมืองอัครา รัฐอุตตรประเทศ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นดินแดนที่ทรหดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก (อันนี้นักเรียนมหาลัยนะครับ ในอินเดียยังมีเด็กนักเรียนมัธยมและประถมตัวเล็กตัวน้อยที่ไปเรียนหนังสืออีกเยอะมาก ๆ ขอย้ำว่าบางคน 7 ขวบ ก็มีครับ ถามว่าน้องๆเหล่านั้นอยู่ยังไง) เรามารองอ่านความทุกข์ร้อนของเขาดูครับ
.
"สถานการณ์ COVID-19 ที่อินเดียในขณะนี้อยู่ในขั้นที่เริ่มวิกฤตแล้ว ยอดผู้ป่วยพุ่งขึ้นเฉียด 3,000 คนในวันนี้ และยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นได้ ขนาด Lockdown ยังขนาดนี้ ถ้าไม่ Lockdown จะขนาดไหน ป่านนี้น่าจะพุ่งสู่หลักหมื่นไปแล้ว ซึ่งการ Lockdown โดยฉับพลันส่งผลโดยตรงต่อการเป็นอยู่ของคนในสาธารณะรัฐโดยตรง ไม่สามารถออกไปซื้ออาหารได้ และอาหารที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อโอกาสในการขยายเวลา Lockdown ของประเทศอินเดีย (ไม่สามารถกินอาหารที่หอพักจัดไว้ให้เพราะเป็นอาหารมังสวิรัติทั้งหมด) ตอนนี้คุณภาพชีวิตต่ำมาก
.
ผมเป็นนักศึกษาทุนเรียนภาษาฮินดีที่เมืองอัครา ประเทศอินเดีย ทางมหาลัยปิดการเรียนการสอนแล้ว และนักศึกษาต่างชาติเริ่มทยอยกลับประเทศต้นทางผ่านการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและสถานทูตของประเทศอื่นๆ ได้ประสานกับทางรัฐบาลอินเดีย เพื่อส่งเที่ยวบินพิเศษมารับประชาชนของประเทศตัวกลับไปโดยเร็วที่สุด เพราะพวกเขาเล็งเห็นแล้วว่าขืนอยู่ต่อไปประชาชนของพวกเขาต้องได้รับความลำบากมากกว่านี้ หรืออาจจะติดเชื้อได้อย่างแน่นอน
.
แล้วประเทศไทยละ มีการประสานหรือส่งเที่ยวบินกลับไหม? ฝันไปเถอะ
.
หลังจากมีการ Lockdown ประเทศอินเดีย ผมพยายามประสานกับทางสถานทูตไทย ณ กรุงนิวเดลี ทั้งการโทรศัพท์ที่ไม่สามารถติดต่อได้เลยในทุกเบอร์ที่ให้ไว้ จึงตัดสินใจส่ง E-mail เพื่อแจ้งถึงสภาพความเป็นอยู่และความประสงค์ที่จะกลับประเทศไทยโดยเร็วที่สุด โดยแจ้งความประสงค์และคำถามที่ไม่สามารถหาคำตอบได้เองเป็นจำนวน 3 ข้อ ดังนี้
1. การแสดงความประสงค์ขอเดินทางกลับมายังประเทศไทยโดยเร็วที่สุด
2. การสอบถามเที่ยวบินพิเศษในการเดินทางกลับประเทศไทย
3. การสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการตรวจร่างกายก่อนบินกลับประเทศไทย (โรงพยาบาลที่สามารถเข้าถึงได้ รายละเอียดที่ไม่สามารถหาคำตอบเองได้)
ผมได้พยายามประสานทางสถานทูตไทยก่อนวันที่ 2 เม.ย. 62 ที่รัฐบาลไทยจะประกาศเคอร์ฟิวและชะลอการเดินทางกลับของคนไทยในต่างประเทศด้วยซ้ำ
.
แต่สิ่งที่ทางสถานทูตตอบกลับมานั้นตอบได้เพียงว่า ให้อดทนรอ รอ รอ แล้วก็รอ ซึ่งไม่รู้ว่ารออะไร และต้องรอไปถึงเมื่อไหร่ อีกทั้งยังไม่ตอบคำถามหรือให้รายละเอียดที่ชัดเจนทั้งสิ้น แถมเบอร์ที่ให้ไว้ก็ไม่สามารถติดได้ ติดต่อแต่เพียงเบอร์ของศูนย์รับฟังปัญหาของสถานทูต ที่ก็ไม่สามารถตอบคำถามหรือให้ข้อมูลใดๆ ได้เช่นกัน
.
ผมได้พยายามติดต่อและทำทุกวิถีทางในการขอกลับประเทศไทย แต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือในการประสานงานกลับประเทศจากทุกฝ่าย ความช่วยเหลือเพียงสิ่งเดียวที่ได้รับคือให้ย้ายไปอาศัยอยู่ที่อยู่ใหม่ ซึ่งเป็นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อมาก และไม่มั่นใจในเรื่องของความปลอดภัย และที่สำคัญหากต้องการย้ายที่อยู่ต้องอาจจะเสียค่าใช้จ่ายในการย้ายที่อยู่เองอีกด้วย เพราะเมื่อถามถึงเรื่องค่าใช้จ่ายก็พูดจาอึกอัก
การมาเรียนต่างประเทศในครั้งนี้ และเกิดเหตุการณ์ COVID-19 นี้ทำให้รู้สึกว่าถูกสถานทูตไทยและรัฐบาลทอดทิ้ง มันน่าเศร้านะ ที่เวลาประเทศอื่นๆถามว่า ประเทศคุณไม่ส่งเครื่องบินมารับเหรอ เราก็ตอบได้เพียงว่า “รัฐบาลเขาไม่สนใจพวกฉันหรอก”
.
ระบบการทำงานคนอินเดียจะแตกต่างกับชาติอื่นมากๆ อย่างก่อนที่จะปิดประเทศ เมื่อวันพฤหัสที่ 13 มีนาคม วันพุธ ที่ 12 มีนาคม สถาการณ์ยังเป็นปกติอยู่เลยค่ะ แต่พอเช้าวันรุ่งขึ้นก็ไดแจ้งปิดประเทศทันที"
.
สุดท้ายนี้นะครับ ทำไมไม่ทนอยู่ที่อินเดียต่อ คนที่พูดหรือคิดแบบนี้ให้เลิกนะครับ เพราะคุณเอาประเทศไทยไปเทียบกับอินเดียไม่ได้เลย แม้กระทั่งในเวลาปกติ อินเดียก็ไม่ได้ดีไปกว่าไทยมากมายนักครับ
.
เช่นในหลายพื้นที่ไม่มีอาหารกระป๋องให้กักตุนเพราะอินเดียยังผลิตเองไม่ได้ จะซื้อต้องไปห้างเพราะเป็นสินค้านำเข้า อินเดียไม่มีร้านสะดวกซื้อที่ง่ายต่อการไปหาซื้อแบบไทย ยิ่งในที่ชนบทด้วยแล้วยิ่งไปกันใหญ่
.
อินเดียเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมงนะครับ ไม่ใช่เคอร์ฟิวเฉพาะเวลาใดเวลาหนึ่ง ตอนนี้การซื้อหาอาหารในบางพื้นที่เริ่มขาดแคลนแล้ว โดยเฉพาะการปิดเมืองทำให้การขนส่งสินค้าลำบากขึ้น อาหารที่ว่ามีน้อยอยู่ก็ต้องแย่งกันซื้อ โดยเฉพาะน้ำ
.
สุดท้ายอินเดียกำลังเข้าสู่ฤดูร้อน ปัญหาที่คนไทยในอินเดียเจอประจำคือ น้ำไม่ไหล ไฟดับครับ และในอุณหภูมิ 45-50 องศาเซลเซียสในรัฐทางเหนือและกลาง และย้ำว่าไม่มีแอร์ ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ
.
ลองจินตนาการภาพพวกนี้ครับแล้วจะรู้ว่าทำไมพวกเขาถึงอยากกลับไทย และช่วงนี้การระบาดในอินเดียก็ยังไม่รุนแรงมาก ยิ่งกลับเร็วโอกาสปลอดเชื้อก็จะมาก ทำไมต้องรอให้ระบาดหนัก ถึงให้การช่วยเหลือกันครับ
.
สุดท้ายคนไทย หรือนักเรียนไทยทุกคนในอินเดียเขาพร้อมออกเงินค่าเดินทางกลับเอง พร้อมกักตัวตามที่ทางการกำหนดนั่นแหละครับ เพราะชีวิตในอินเดียตอนนี้มันทรหดที่สุดในโลกแล้วครับ แค่เวลาปกติมันก็โคตรทรหดแล้วครับ
.
ปล.ใครอยู่ย่านนั้นยังไงส่งความช่วยเหลือให้น้อง ๆ กันได้นะครับ เท่าที่เล่าคือตอนนี้ได้แต่กินอาหารมังสวิรัตของทางมหาลัย ซึ่งเราก็พอรู้กันอะเนอะว่า เมสของอินเดียนั้น อาหารเช้าอย่างมากก็โรตีกับดาล ซึ่งไม่พอจริง ๆ
-----------------------------------------------------------
ที่มาของต้นฉบับ https://www.facebook.com/SouthAsianNews/posts/532522847648515?__tn__=K-R
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่